"Some people come into our lives, leave footprints on our hearts, and we are never the same - คนบางคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา และทิ้งร่องรอยไว้ในใจ ที่ทำให้เราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป.” - Franz Schubert

ในยามเช้าวันเสาร์อันผ่อนคลาย ขณะนั่งอ่านหนังสืออยู่ริมระเบียงบ้าน เสียงจั๊กจั่นที่พากันประโคมเสียงดังอยู่แถบทิวสนข้างบ้านคล้ายๆ จะเป็นดนตรีประกอบของวันพักผ่อน จู่ๆ ก็พากันหยุดชะงักลง ฉันมองผ่านกระจกหน้าต่างออกไปตามสัญชาติญาณของความอยากรู้อยากเห็น สายตาก็พลันมองเห็นความเคลื่อนไหวหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นต้นเหตุของการหยุดส่งเสียงร้องของจั๊กจั่น วันนั้นทิวสนข้างบ้านเรามีโอกาสต้อนรับนกหัวขวานสามนิ้วหลังทองตัวเมียตัวหนึ่ง 

ไม่รอช้าฉันรีบคว้ากล้องถ่ายรูปออกมาบันทึกภาพของเจ้าตัวสีสันสดใสเอาไว้ เกือบสิบนาทีที่เจ้านกเกาะไต่ไปตามลำต้นและกิ่งสนเพื่อหาอาหาร และใช้จงอยปากอันแข็งแรงเจาะไปตามเปลือกของต้นสนเพื่อหาหนอนและแมลงที่อยู่ใต้เปลือกไม้ บางทีก็เกาะอยู่กับที่เจาะรูบนลำต้นอยู่นานทีเดียว ไม่แน่ใจว่าเจอหนอนอยู่ข้างในนั้นหรือเปล่า แต่ในบรรดานกทั้งหลายที่มาเยี่ยมเยียนทิวสน ฉันเชื่อว่าเจ้าหัวขวานตัวนี้คงเป็นตัวที่ทิ้งร่องรอยไว้มากที่สุด เหมือนคนบางคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา และทิ้งร่องรอยไว้ในใจ ที่ทำให้เราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

"Some people come into our lives, leave footprints on our hearts, and we are never the same.” - Franz Schubert

บางคนทิ้งความทรงจำอันน่าประทับใจที่นึกถึงเมือไหร่ก็เป็นสุข แต่ก็มีคนบางคนที่ทิ้งความทรงจำอันปวดแสบปวดคมให้นึกถึงโดยเฉพาะคำพูดที่กรีดลึก...

..


..

มีเด็กชายอารมณ์ร้ายคนหนึ่งซึ่งมักจะโกรธง่ายและโวยวายเป็นประจำ พ่อของเด็กคนนั้นจึงให้ตะปูเขาถุงหนึ่งและบอกให้เด็กคนนั้นว่าทุกครั้งที่เขาโมโหเขาจะต้องไปตอกตะปูที่ผนังรั้วบ้าน วันแรกเด็กคนนั้นตอกตะปูไป 37 ดอก และสองสามสัปดาห์หลังจากนั้นเขาเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองมากขึ้น จำนวนตะปูที่เขาตอกในแต่ละวันลดลงเรื่อยๆ เขาพบว่าการที่เขาพยายามควบคุมอารมณ์ร้ายของเขานั้นง่ายกว่าการตอกตะปูเข้าผนังรั้ว

และก็มาถึงวันที่เด็กชายคนนั้นไม่โมโหร้ายเช่นเคย เขาจึงบอกเล่าสู่พ่อเขาฟัง พ่อของเด็กชายจึงบอกให้เขาถอนตะปูออกจากผนังทุกๆ วันที่เขาควบคุมอารมณ์ของตนได้วันละดอก เมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน เด็กชายคนนั้นสามารถถอนตะปูออกจากผนังจนหมด 

พ่อของเด็กชายจึงจูงมือเขาไปที่รั้วยืนมองดูผนังรั้วพร้อมกล่าวว่า "ลูกทำได้ดีมาก แต่ลูกลองมองดูรูที่ผนังสิ ผนังรั้วจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อลูกพูดอะไรออกมาด้วยความโกรธ มันจะทิ้งรอยแผลไว้ในใจคนอื่นเหมือนผนังนี้ ลูกสามารถแทงคนอื่นและดึงมีดออก แต่ไม่ว่าลูกจะกล่าว ขอโทษ อีกกี่ครั้ง รอยแผลมันจะยังคงอยู่ตรงนั้น ดังนั้นลูกจงพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองทุกครั้งที่โกรธและก่อนที่จะกล่าวอะไรออกไปที่ทำให้ลูกต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง"

- Author Unknown จาก http://www.motivationalwellbeing.com/motivational-stories-5.html 

..


..

แม้จะไม่ได้อ่านงานของสุนทรภู่มานานมากตั้งแต่สมัยมัธยม แต่ผลงานบางชิ้นของท่านก็ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ดังเช่นกลอนบทนี้

อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก        แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย
ถึงเจ็บอื่นหมื่นแสนไม่แคลนคลาย      เจ็บเจียรตายเพราะเหน็บให้เจ็บใจฯ.

ที่ผ่านมาฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบตอกตะปูใส่ผนังใจของคนรอบข้าง เหน็บให้เจ็บไว้หลายดอก ยิ่งคนที่ใกล้ที่สนิทยิ่งเป็นบ่อย เมื่อรู้ตัวจากนี้ไปคงต้องใช้สติคอยรักษาแผลเป็นเหล่านั้นค่ะ...

เจ้านกหัวขวานบินจากไปแล้วพร้อมเสียงร้องของเจ้าจั๊กจั่นทั้งหลายก็กลับแผ่ดังขึ้น สร้างความมีชีวิตชีวาให้ป่าคอนกรีตริมน้ำอีกครั้ง ร่องรอยที่เจ้าหัวขวานทิ้งไว้คงอยู่กับต้นสนไปอีกนาน แต่ฉันรู้ว่าต้นสนคงไม่ใส่ใจว่ากระไร เพราะร่องรอยนั้นไร้ซึ่งความตั้งใจและอาจแฝงไว้ซึ่งความเกื้อกูลกัน เพราะคนใกล้ตัวบอกว่า "ดีนะเจ้านกหัวขวานมาช่วยกินเจ้าหนอนที่ชอนไชอยู่ในต้นสน ช่วยดูแลและยืดอายุให้ต้นสนไปอีกนานเลย"

แต่คนไม่ใช่นก ก่อนจะเจาะใจใครต้องระมัดระวังไตร่ตรองด้วยสติว่าเราต้องการฝาก footprint - รอยแผลหรือร่องรอยแห่งความประทับใจ?

นำเอาสีสันของเจ้านกหัวขวานที่มาฝากรอยแห่งความประทับใจไว้ในใจฉัน มาฝากค่ะ

..

..

..

..

..

ด้วยความนอบน้อม
ปริม ทัดบุปผา
๙ กันยายน ๒๕๕๕
ริมทิวสน

.

ข้อมูลเกี่ยวกับนกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง โปรดอ่านจาก

http://www.oknation.net/blog/plains-wanderer/2011/06/12/entry-1

.

.

Swan Song - Franz Schubert

http://www.youtube.com/watch?v=AtjooNZBuSI