facebook ผมเคยมี แต่ตอนนี้ได้ทำลายทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว
และก็ยังไม่เคยจะคิดกลับไปใช้อีกด้วยเหตุผลความเป็นตัวเองล้วน ๆ
แหม เพิ่งไปอ่านหนังสือ ชื่อ "บล็อกเฮียเฮีย" ของ P.Ach มาอีกบท
ที่เกี่ยวกับเรื่องของ facebook มา ฟังการวิเคราะห์ของผู้เขียนแล้ว
อดหัวเราะก๊ากไม่ได้ ด้วยพฤติกรรมที่เห็นชัดเจน
แต่ท่านหัวเราะไม่ออกก็ได้ หากท่านยอมรับว่าตัวเองเป็นแบบนั้น ...
ลองอ่านดูเนาะ ;)...
คนประเภทต่าง ๆ บน facebook
เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็เล่นเฟซบุ๊ก อาจเพราะมันง่ายต่อการแชร์สิ่งต่าง ๆ ที่เราได้เจอ
แก่เพื่อนได้ทีละหลาย ๆ คน และเพื่อน ๆ ก็สามารถแสดงความคิดเห็น
โต้ตอบกับเราได้ทันที ซึ่งก็สนุกดี พอเล่นมานาน ๆ ก็จะเริ่มเห็นว่า แต่ละคน
ก็มีพฤติกรรมในการเล่นเฟซบุ๊กแตกต่างกัน จนเริ่มแยกแยะคนออกเป็น
ประเภท ๆ ได้ คิดดูแล้วก็ตลกดี ตอนนี้เลยมาว่ากันด้วยคนประเภทต่าง ๆ
บนเฟซบุ๊กนะจ๊ะ ซึ่งบางประเภทผู้เขียนเองก็สั่ง Hide ซะเลย เพราะรกวอลล์จ๊ะ
มาอ่านกันเลยดีกว่า...
๑. ประเภทอกหักรักคุด
โพสต์แต่เพลงอกหักและข้อความน้อยใจในโชคชะตา
คนประเภทนี้จะหายหัวไปเมื่อมีแฟนใหม่
และบางทีจะกลายสภาพเป็นประเภทที่สอง
๒. ประเภทติดแฟน
คนประเภทนี้จะโพสต์แต่รูปคู่แฟน ดูดปากบ้าง
หอมแก้มบ้าง รูปโปรไฟล์ก็จะเป็นรูปคู่ตลอดจนไม่รู้ว่า
จริง ๆ นี่แอ๊คเคานต์เพื่อนตูหรือแฟนมันกันแน่
เวลาโพสต์อะไรก็จะโต้ตอบกันอยู่แค่สองคน
ชอบแสดงความรักโชว์คนอื่น
๓. ประเภทดีเจ
โพสต์แต่คลิปและเพลง ไม่ค่อยจะโต้ตอบอะำไรกับเพื่อนเท่าไหร่
ถ้าโพสต์เพลง/คลิปดี ๆ ก็พอว่านะ แต่บางคน
โพสต์แต่เพลงอะไรก็ไม่รู้ โพสต์ถี่จัดจนเกือบเหมือนสแปม
ก็โดน Hide ซะ
๔. ประเภทนายแบบ นางแบบ
ระดมถ่ายรูปตัวเองมาโพสต์ทุกวัน โดยส่วนมาก
รูปที่โพสต์มักดูดีกว่าตัวจริง ๕๐ - ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
ต่ำกว่านี้ไม่กล้าโพสต์จ๊ะ ซึ่งคนประเภทนี้
มักจะเป็นเป้าหมายของคนประเภทถัดไป
๕. ประเภทหน้าหม้อ
คนประเภทนี้จะแอคเพื่อนเยอะมาก
โดยเฉพาะผู้หญิงที่รูปโปรไฟล์ดูดี หรือโป๊ ๆ
ส่วนมากก็ไม่รู้จักเค้าหรอก รูปสวยหน่อย
ก็แอดมั่วไปหมด แล้วก็เข้าไปเจ๊าะแจ๊ะเรื่อย ๆ
เผื่อฟลุคว่างั้น
๖. ประเภทนักรายงาน
ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็รายงานตลอด
ขนาดขี้ยังอัพสเตตัสว่าวันนี้ขี้เหนียว
ขี้เหลว ขี้เหม็น เผลอ ๆ มีเช็กอิน
พร้อมภาพประกอบด้วยว่าขี้อยู่ที่ไหน
ผู้เขียนละเสียวมันโดนดักตีหัวปล้นจริง ๆ
๗. ประเภท game addict
มีแต่สถานะเกมเฟซบุ๊กเต็มไปหมด
เดาได้เลยว่าแอบเลี้ยงหมูระหว่างทำงาน แนะนำว่า
อย่าแอดเจ้านายเป็นเฟรนด์นะจ๊ะ
๘. ประเภทบ้าควิซ
คนประเภทนี้ชอบทำควิซกะเรี่ยกะราด
เหมือนไม่รู้จักตัวเอง ไม่ก็ควิซอะไรก็ไ่ม่รู้
เช่น แฟนคุณจะชื่อขึ้นต้นด้วยอะไร
จะเสียตัวเมื่อไหร่ แฟนจะนมใหญ่ไหม ฯลฯ
นาน ๆ ทำเล่นสนุก ๆ ก็โอเคนะ
แต่ทำถล่มมันวันละหลายสิบควิซก็ไม่ไหว
๙. ประเภทหายสาบสูญ
คนประเภทสุดท้ายนี้จะไม่เคยโผล่หัว
มาเล่นเลย แต่จะเห็นชื่อโผล่ขึ้นมา
ทุกครั้งที่มันโดนแท็กโฆษณาลูกโซ่
คุณล่ะ เป็นประเภทไหน?
อ้างอิงจาก ... http://p-ach.com/?p=125
..................................................................................................
v_v
ผมขอเพิ่ม ๑ ประเภทที่เคยเห็น
๑๐. ประเภทดีแต่ภาพ
ประเภทนี้เวลาออกสื่อช่างเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ
หล่อเหลาเอาการ อ่อนน้อมถ่อมตน เก่งกาจหาตัวจับยาก
เป็นคนทำงานเพื่อสังคม คิดเพื่อผู้อื่น และลงมืออย่างน่าชื่นชม
แต่เืบื้องหลังแล้วนั้น ไม่ได้ดีเท่าภาพที่สร้างไว้
แถมยังใช้ช่องทางของ facebook ทำมาหากิน
สร้างเครือข่ายเพื่อให้เกิดการจ้างงานจากความศรัทธาของภาพที่เห็น
ใครเผลอไปใช้บริการแล้วถูกแทงข้างหลัง ก็จะหนีจากไป
เขาก็จะใช้สื่อนี้หลอกต่อไปเรื่อย ๆ แบบไม่รู้จบ
ประเภทที่ ๑๐ โปรดระวัง หากคุณไม่อยากโดนหลอกจนหมดตัว
เสียความรู้สึก และเสียความมั่นใจการทำความดี
ถึงแม้ผู้เีขียนจะพูดคำไม่สุภาพ รับไม่ได้บ้าง
แต่ผมบอกได้ว่า เขาพูดตรงไป ตรงมา อย่างที่สุด
และสภาพแวดล้อมใน facebook ก็มีแบบนั้นจริง ๆ
ฟังดูตลก แต่คงเป็นตลกร้าย
ตลกที่จะทำให้เราสามารถทดลองสังเกตพฤติกรรมเช่นนั้นไม่ยาก
แต่หากคุณเป็นเอง ... ยอมรับได้ไหม
หากยอมรับไม่ได้ ก็ขอให้รู้ไว้ว่า มีคนเขาจับพฤติกรรมของคุณ
เป็นประเภทหนึ่ง ๆ ใน facebook ไปเีสียแล้ว
กระจกสะท้อนตัวเอง แต่เราจะหันมองกระจกหรือเปล่า เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...
............................................................................................
ขอบคุณหนังสือดี ๆ ...

P.Ach (นามแฝง). บล็อกเฮียเฮีย. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๕๕.
.................................................................................................
เพิ่มเติม
๑๑. ประเภทแมงไลค์
ประเภทนี้พวกนี้ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอยาวนาน
เวลาเราเพสอะไรปุ๊บกดไลท์ปั๊บ บางทีเขาว่ายังไม่รู้เลยว่าโพสเรื่องไร
ขอถูกใจไม่ก่อน ไม่รู้ว่าเอาวันเวลาช่วงไหนทำอะไรบ้าง
เพราะเห็นเหมือนเป็นยามเฝ้าเฟซบุ๊กกันเลย
(น้องอาจารย์
พิชชา นำเสนอเ้ข้ามาครับ)
อิอิ ครูตูมไม่เห็นจะอยู่ในประเภทไหนเล้ยๆๆๆ....ฮา ไม่เชื่อลองแอดดูสิ เออ...
เหรอออออ ครับ คุณครูตุ่มน้ำ
krutoom 555
ไม่หลงกลหรอก อิ อิ
ขอบคุณมากครับ มาเยือนเป็นคนแรกทีเดียว ;)...
ผมไม่เล่นเลยเดี๋ยวนี้เสียเวลา แต่อยู่ในประเภท ๙
เพิ่มประเภท 11 แมงไลท์(ชื่อนี้นศ.เขาบอก) พวกนี้ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอยาวนาน เวลาเราเพสอะไรปุ๊บกดไลท์ปั๊บ บางทีเขาว่ายังไม่รู้เลยว่าโพสเรื่องไร ขอถูกใจไม่ก่อน ไม่รู้ว่าเอาวันเวลาช่วงไหนทำอะไรบ้าง เพราะเห็นเหมือนเป็นยามเฝ้า fbกันเลย :)
ทุกข้อที่กล่าวมาโดนเต็มๆเลยครับ
ยังขาดอีกหลายประเภทนะคะอาจารย์
ประเภททำเสียชื่อ FB ก็คือชลัญ นี่แหล่ะ มีเพื่อนบน FB แค่ 2 คนไม่รับ add เพิ่ม ไว้แค่สื่อสารกับพี่สาวน่ะ
ท่านอจ.
มีข้อดีน้อย มีข้อเสียมากมาย นะคะ
เดี๋ยวต้องประกาศตามหาคุณ
หมออนามัย ก่อนนะครับ
เพราะหายสาบสูญ 555
ขอบคุณมากครับ ;)...
ขอบคุณมากครับ น้องอาจารย์
พิชชา ;)...
เพิ่มเติมเป็นประเภทที่ ๑๑ ทันใด ;)...
ประเภทที่ ๑๐ ประสบการณ์ตรงเป๊ะของอาจารย์
ขจิต ฝอยทอง ไงครับ อิ อิ
อาจารย์เลือกใช้เฟซบุ๊กสำหรับเป็นสื่อการสอนนั้น ดีแล้วครับ ;)...
รับทราบ "ผัก ผัก" นะครับ
ขอบคุณมากครับ ;)...
แสดงว่า
kunrapee ใช้เฟซบุ๊ก อิ อิ
นำเสนอเข้ามาได้เลยนะครับ
ขอบคุณมากครับ ;)...
รูปแบบการใช้งานของคุณ
ชลัญธร น่าสนใจครับ
เป็นการใช้งานที่มีเป้าหมายชัดเจน และไม่ตกอยู่ในวงกิเลสต่าง ๆ
ขอบคุณครับ ;)...
น้อง
03 ราเชนทร์ จำนงการ ก็ต้องเลือกเพื่อประโยชน์แล้วล่ะ
ไม่งั้นเราอาจจะเสียโอกาสเรียนรู้ชีวิตจริงในขณะที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยครับ
ขอบคุณมาก ;)...
พักหลังมานี้เข้าไปบ่อย ตั้งแต่สามารถติดต่อกับเพื่อนสมัยมัธยมได้ แต่พอเข้าไปสักพักแล้วรู้สึกอยู่ตัวชักกลับมาหลบแอบอยู่เงียบๆ ของเราอีกละ
ดูๆ ไปมีแต่ดูเรื่องของคนอื่นค่ะอาจารย์ ซึ่งไงก็ไม่ใช่เรื่องของเรา หยุดถามตัวเองหลายครั้งว่าใช้เวลาดูตัวเองไม่ดีกว่าหรือ อันนี้รวมไปถึงโกทูโนว์ด้วยค่ะ เริ่มมีคำถามนี้กับตัวเองแล้ว แต่ก็ยังตัดไม่ขาดสักที ;)
สุขสันต์วันหยุดค่ะท่านอาจารย์
ขอบคุณมากครับ พี่หมอ
...Dr. Ple ;)...
สนุก + สุข = ทุกข์
สมการแห่งความทุกข์
ยกตัวอย่าง ... มาได้อย่างชัดเจนจริง ๆ ครับ ;)...
รูปแบบของอาจารย์
...ปริม pirimarj... ก็ถือว่าน่าสนใจอีกเช่นกันครับ
การใช้เฟซบุ๊กเพื่อติดต่อสื่อสารกับคนที่เราตั้งใจจริง ๆ ครับ
ที่กล่าวมาในบันทึกนี้ เป็น พฤติกรรมที่คนทั่วไปได้ "หลง" ไปทำจริง
อันเป็นหลงมัวเมาในวังวนของกิเลส ตัณหา ที่หาทางออกยังไม่เจอ
facebook ในมุมมองของนักเทคโนโลยีการศึกษา เป็นเพียงแค่ "สื่อ" การเรียนการสอนหนึ่งเท่านั้น หากเราใช้ประโยชน์เพื่อการเรียนรู้ ย่อมมีประโยชน์มหาศาลครับ แต่ส่วนน้อยมากที่ทำเช่นนั้น
อ้าว ยาวไป สุขสันต์วันหยุดของอาจารย์นะครับ แต่ผมน่าจะยังไม่หยุดนะ เดี๋ยวจะเข้าไปตรวจงานแล้วล่ะครับ ;)...
ขอคุณมากครับ อาจารย์ wasawat ผมไปเจอบทสัมภาษณ์ นี้ให้สติได้ดีที่เดียวครับ "ใช้ Facebook อย่างไร ใจจึงไม่เป็นทาสของมัน" โดยพระไพศาล วิสาโล
จากวารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ ๘๔ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๓
“เราควรเป็นนายของเทคโนโลยี ไม่ใช่เป็นทาสของมัน”
เฟซบุ๊คเป็นที่นิยม ส่วนหนึ่งก็เพราะผู้คนรู้สึกเป็นปัจเจกมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ปรารถนาการติดต่อเชื่อมโยงกับผู้อื่น เพื่อให้ตัวตนเป็นที่รับรู้ของคนในวงกว้าง หาไม่จะกลายเป็น nobody ซึ่งเป็นสิ่งที่คนสมัยนี้รับได้ยาก เฟซบุ๊คเป็นการตอบสนองความต้องการส่วนลึกของผู้คนที่ต้องการประกาศตัวตน หรือเป็น somebody ในสายตาของคนอื่น โดยที่ยังรักษาความเป็นปัจเจกของตน หรือรักษาระยะห่างกับผู้คน ไม่ให้มายุ่มย่ามในชีวิตส่วนตัวของตนมากนัก
เฟซบุ๊คเปิดโอกาสให้คนที่คิดเหมือนกัน มีรสนิยมเหมือนกัน มาพบปะกัน ในด้านหนึ่งก็เท่ากับเป็นการเสริมหรือตอกย้ำความคิดที่มีอยู่ ลักษณะการตอกย้ำหรือหนุนเสริมความคิดของกันและกัน มีแนวโน้มที่จะทำให้คนในกลุ่มมีความคิดแบบสุดโต่ง ยึดมั่นในความเห็นของตนมากขึ้น ทำให้ใจแคบ ดังนั้นจึงยอมรับความคิดที่ต่างกันได้ยาก การที่ผู้คนคบแต่คนที่คิดคล้ายกัน อ่านข่าวจากสื่อที่มีแนวคิดเหมือนกัน ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น เคเบิลทีวี เว็บไซต์ และเฟซบุ๊ค ทำให้เกิดปรากฏการณ์ของความสุดโต่งท่ามกลางทางเลือกอันหลากหลายในการรับสื่อ
ความเหงาและโดดเดี่ยวท่ามกลางฝูงชน ทำให้ผู้คนหันไปหาเฟซบุ๊ค เพื่อคลายความเหงา และตอบสนองความเป็น somebody ทำให้ช่วยบรรเทาความเหงาโดดเดี่ยวและรู้สึกไร้คุณค่า ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้ผู้คนหลงใหลถึงขั้นเสพติด อันนี้ยังไม่ต้องพูดถึงการเล่นเกม ซึ่งมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้หลงใหลเพลิดเพลินจนเสพติดได้
สติจึงมีความสำคัญในการใช้เฟซบุ๊ค ขณะเดียวกันก็ควรมีวินัยในการใช้สื่อแบบนี้ด้วย เช่น กำหนดกับตนเองว่าจะใช้วันละกี่ชั่วโมง การแบ่งเวลาให้ดี จะช่วยได้ รวมทั้งเตือนตนด้วยว่า ชุมชนที่ดีที่สดคือชุมชนที่เราเห็นหน้าเห็นตากัน ใช้ชีวิตร่วมกัน และทำกิจกรรมร่วมกัน ดังนั้นจึงควรแบ่งเวลาให้กับครอบครัว และเพื่อนบ้านด้วย
ในทัศนะของพุทธศาสนา เราควรแยกแยะระหว่าง "คุณค่าแท้" กับ "คุณค่าเทียม" เช่น คุณค่าแท้ของอาหาร คือการทำให้ร่างกายอยู่ได้ มีสุขภาพดี จะได้ทำประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ส่วนคุณค่าเทียม คือ ความอร่อย ความโก้เก๊ หรือประโยชน์ส่วนเกิน ซึ่งสนองกิเลส เช่น กินเพื่อความสวยงาม ความเท่ เป็นต้น สื่อและเครื่องมือไฮเทคก็เช่นกัน เราต้องแยกแยะให้ชัดเจน ว่าคุณค่าแท้คืออะไร เช่น เป็นช่องทางการรับรู้และเผยแพร่ข่าวสาร เพื่อเพิ่มพูนสติปัญญา เปิดมุมมองให้กว้าง ส่วนคุณค่าเทียมนั้นได้แก่ ความบันเทิง ความสนุกสนาน หรือความเท่ หากเรามองข้ามคุณค่าแท้ ไปหลงใหลคุณค่าเทียม มันก็จะเป็นโทษแก่ตัวเรา ทั้งกายและใจ (ในเกาหลีใต้ มีบางคนที่เล่นเกมออนไลน์ติดต่อกัน ๓๖ ชั่วโมงจนตาย) อีกทั้งยังเป็นโทษแก่ผู้อื่นด้วย (ในเกาหลีใต้เช่นกัน มีผัวเมียคู่หนึ่งติดเกมออนไลน์ จนลืมลูกน้อยวัย ๓ ขวบ ปล่อยให้อดอาหารจนตาย)
สำหรับคนทั่วไป คุณค่าเทียม เช่น ความเพลิดเพลิน คงปฏิเสธยาก แต่อย่าให้มันมีความสำคัญเหนือคุณค่าแท้ ไม่เช่นนั้นเราจะกลายเป็นทาสของมัน เราควรเป็นนายเทคโนโลยี ไม่ใช่เป็นทาสของมัน แต่ถ้าขาดสติเมื่อไหร่ เราก็เป็นทาสของมันทันที
เรียน ท่าน
ดงดอย......ล้านนา ;)...
บทความของพระอาจารย์ไพศาลทำให้บันทึกนี้สมบูรณ์มากขึ้นจริง ๆ ครับ
ทำให้เราเกิดความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้มากขึ้นในการใช้สื่อประเภทนี้
ขอบคุณมากครับ ;)...