ห้าวันที่ผ่านมานี้ ทำแต่รายงานผลการตรวจชิ้นเนื้อเคสคนไข้ ไม่ได้ทบทวนงานวิจัย เพราะอาจารย์ไม่อยู่และ เพราะมันยากเกิน(สมอง)เรา วันนี้สบาย ๆ ยืนทำกับข้าวแล้วคิดออกมาได้แบบนี้

 

 

 

ห้าวันที่ผ่านมานี้ ทำแต่รายงานผลการตรวจชิ้นเนื้อเคสคนไข้ ไม่ได้ทบทวนงานวิจัย เพราะอาจารย์ไม่อยู่และ เพราะมันยากเกิน(สมอง)เราหรือเปล่าหนอ พอได้โอกาสจึงทำเป็นปล่อย(วาง)

วันนี้สบาย ๆ ยืนทำกับข้าวแล้วคิดออกมาได้แบบนี้

 

ข้างบนเป็นภาพ กลุ่มโปรตีนหลัก ๆ ของผนังกล้ามเนื้อ

ซึ่งมีหลายกลุ่มสำคัญ ไล่เลียงดังนี้คือ

dystrophin เป็นโปรตีนตัวสำคัญสุด actin, dystrobrevin, laminin, sacroglycan complex(alpha, beta, gamma) dystroglycan complex(alpha, beta, gamma) nNOS, syntrophin and SPN(sacrospan)เป็นโปรตีนเพื่อน ๆ ในทีม ร่วมทำงานกันอย่างแข็งขันและแข็งแรง เพื่อเกิดการยืดหด ยืดหด จนถึงการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและกระดูก

 

กลุ่มโปรตีนนี้ อยู่และเกาะเกี่ยวกันอย่างเป็นระบบที่มหัศจรรย์มาก ทำให้กล้ามเนื้อของเรามีพละกำลังมหาศาล พาร่างกายเราไปไหนต่อไหนด้วยการควบคุมทิศทางกระดูก เราจึงเดิน วิ่งไปได้ไกลแสนไกลตามใจต้องการ

 

เมื่อมีปัญหา เช่นเกิดความผิดปกติกับจีน(gene) ที่สร้างโปรตีนตัวใดตัวหนึ่ง การทำงานของกล้ามเนื้อจึงบกพร่อง

 

แต่เนื่องจาก เขาทำงานเป็นทีม ส่งทอดคำสั่งกันเป็นทอด ๆ ทำให้เราหาไม่เจอ หรือหายากว่า ขั้นตอนไหนนะที่ผิดปกติ

 

นักวิทยาศาสตร์จึงพยายาม หาโปรตีนที่เป็นคู่รับกับโปรตีนที่มีอยู่ในร่างกายของเรา เอามาติดฉลากไว้ที่ชิ้นเนื้อกล้ามเนื้อที่เป็นโรค แล้วหาสี(ซึ่งเป็นโปรตีนอีกตัวหนึ่ง)มาย้อม เมื่อไหร่ที่สีปรากฏขึ้นมาคู่กับโปรตีนตัวที่นำไปติดฉลากแต่แรก เท่ากับ เราหาเจอ ว่าความผิดปกติอยู่ที่โปรตีนตัวไหน

 

การแปลผลการย้อมของสีที่ว่า ไม่ง่าย เพราะกลุ่มโปรตีนที่นำภาพขยายนี้มาให้ดู ความเป็นจริงมันเล็กมาก ๆ  มองไม่ออกว่าสีย้อมตรงไหนนะที่ติดสี

เป็นการเฉลยปัญหา

 

และสีที่ย้อม ปัจจุบันนี้ ติดสีที่นักวิทยาศาสตร์เติมไว้ให้ออกมาเป็นสีน้ำตาลอ่อน ๆ โทนเดียวกันหมด

การแปลผลต้องอาศัยการสังเกต ความละเอียด เพ่งกันมาก ๆ และบวกจินตนาการบนความจริงทางวิทยาศาสตร์

 

เมื่อยืนทำกับข้าว คิดว่า ทำไมหมูซึ่งมีกล้ามเนื้อเหนียวจึงอ่อนนุ่มลงได้เมื่อเอามาต้มแบบเคี่ยวไปช้า ๆ

 

ได้สมมุติฐานมาหนึ่งเรื่อง เพราะความร้อนเป็นตัวคลายการเกาะเกี่ยวกันของกลุ่มโปรตีนเหล่านี้

 

จึงคิดว่า น่าลองไปค้นดูว่า ถ้าเพิ่มอุณหภูมิในระหว่างการย้อมสีโปรตีนกล้ามเนื้อ จะเป็นอย่างไร เชื่อว่ามีคนทำการทดลองมาก่อนแล้วแน่ ๆ 

 

ส่วนนิ้ตติ้ง

 

มาเกี่ยวพันตรงที่ สมัยบรรยายให้ลูกศิษย์ฟัง มีคนหนึ่งถามนอกรอบว่า "อาจารย์คะทำไมโครงสร้างที่เขียนขึ้นมานี้ หนูดูไม่รู้เรื่องเลยคะ"

ครูก็อยากบอกลูกศิษย์อยู่เหมือนกันว่า ครูก็ดูไม่รู้เรื่อง

 

เพียงแต่ถามกลับไปว่า หนูเคยทำนิ้ตติ้งหรือถักโครเชต์หรือเปล่า

"เคยค่ะ"

นั่นแหละ ครูกำลังคิดว่า แขนขาของกลุ่มโปรตีนเหล่านี้ มี pattern ในการเกาะเกี่ยวกันอยู่เป็นรูปแบบที่ให้ความแข็งแรงที่สุด พร้อมกันนั้นก็ให้ความยืดหยุ่น เคลื่อนไหวง่าย รอบทิศที่สุด เพื่อการทำงานของเส้นใยกล้ามเนื้อ

เส้นด้ายเป็นเส้นบาง ๆ เล็ก ผอมนิดเดียว เรายังสามารถถักทอจนได้เป็นเสื้อ

ใส่ให้ความอบอุ่นแล้วยังเอาไปซักแล้วซักอีกได้หลายครั้ง

การถักทอเรียงตัวกันอย่างมีรูปแบบ จึงมีความสำคัญต่อโครงสร้างมาก

 

เพราะฉะนั้น โครงสร้างที่เขาเขียนขึ้นมา มันอาจมองดูยาก ให้รับรู้เข้าใจว่า มันมี pattern ของมันก็แล้วกัน

 

หนูลูกศิษย์ฟังแล้วยิ้มและหัวเราะกัน

 

 

 

 

ราตรีสวัสดิ์กับคนที่เมืองไทยค่ะ ส่วนผู้เขียนบันทึกยังคงต้องท่องเน็ตและเที่ยวผับต่อค่ะ...pubmed

 

 

ขอบคุณค่ะ