นับจากรายการคนค้นฅนได้ย้ายเวลาออกอากาศ
จากคืนวันอังคารเป็นตอนเที่ยงวันเสาร์
ผมแทบไม่ได้มีโอกาสดูและบันทึกรายการเลย
เนื่องจากติดภารกิจการสอนสม่ำเสมอ
และเมื่อวานได้มีโอกาสเข้า Youtube และ
ทำให้ผมทราบว่า ผมพลาดรายการคนค้นฅนตอนสำคัญไป
เป็นเทป "ไว้อาลัย น้องบิว กฤตชญาภา วงศ์ไชย"
ออกอากาศเมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๕

 

ก่อนหน้าที่ผมน่าจะเป็นคนแรก ๆ ที่เริ่มต้น
นำคลิปของน้องบิว กฤตชญาภา ขึ้น Youtube
เื่พื่อให้คนได้มีโอกาสเห็นความดีของน้อง ถึง ๒ คลิป
และมีคนไทยใจดีติดตามกันอย่างมากมาย
เขียนคำให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

 

หลังจากนั้นผมก็นำเรื่องราวมาเป็นเรื่องเล่าในบันทึก ได้แก่

บันทึก ... "น้องบิว กฤตชญาภา" คนเล็กหัวใจใหญ่ ... (แล้วคุณจะรู้ว่าปัญหาของคุณเล็กนิดเดียว) และ

บันทึก ... ซาบซึ้งอีกครั้งกับ "น้องบิว กฤตชญาภา" ในเบื้องหลังรายการ คน ค้น ฅน อวอร์ด ครั้งที่ ๓

 

 

ซึ่งความมหัศจรรย์เกิดขึ้นเมื่ือ "น้องบิว" ตัวจริงเสียงจริง
ได้เข้ามาเขียนขอบคุณเอาไว้ และพร้อมจะใช้บันทึก
สำหรับการติดต่อสื่อสารกับคนที่รักน้องบิวทุกคน

แต่น้องบิวยังไ่ม่ทราบว่า ผมคือ อาจารย์มหาวิทยาลัยของเธอเอง
เพราะยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยเลย หลายครั้งก็คลาดกันไป
จนกระทั่งมาได้รับทราบข่าวว่า อาการของน้องบิวแย่ลง
และในที่สุด ข่าวเศร้าก็เกิดขึ้น น้องบิวจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ

 

ความคิดเห็นไว้อาลัยที่อยู่ใน Youtube ก็มากขึ้นเรื่อย ๆ
พร้อมกันนั้น "น้องโอ๊ต" ซึ่งเป็นทั้งแฟนและเพื่อนของน้องบิว
ก็คอยส่งข่าวให้อยู่ตลอดทุก ๆ วันจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

 

(http://www.youtube.com/watch?v=u-Xp6HetuOA และ http://www.youtube.com/watch?v=UDUfGwpiXIs)

 

ถึงผมจะไม่สามารถดูรายการคนค้นฅนได้ในวันนั้น
แต่เมื่อมาพบอีกครั้งในวันนี้ ผมจึงได้เลือกที่จะบันทึกตอนนี้ไว้
และกลับไปรับชมที่บ้านเมื่อคืนนี้
อยากบอกจริง ๆ อย่างไ่ม่อายว่า "น้ำตาไหล"
โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ตอนสุดท้าย

 

 

รายการ "คนค้นฅน" ตอน "ไว้อาลัย น้องบิว กฤตชญาภา วงศ์ไชย" (๔ ส.ค.๕๕)

 

(http://www.youtube.com/watch?v=kKBkQMl44eo)

 

 

ช่วงหนึ่ง ...


คุณสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ ถามว่า "ปริญญามันมีความหมายต่อชีวิต
ต่อความรู้สึกของน้องบิวแง่ไหน?"


น้องบิว ตอบว่า "คือ มันไม่ได้มีความหมายหรือความรู้สึกอะไร
ของหนูนะคะ ในด้านการงานอาชีพจะต้องมีปริญญามาประกอบ
แต่หมายความว่า ทุกคนฝากความหวังไว้กับเรา แล้วเราเป็นผู้พิการ
แต่เราก็สามารถจะบุกเบิก บากบั่น ฟันฝ่าอุปสรรค และเรียนมาจน
ได้ปริญญา ก็เลยทำให้เราคิดว่า มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่กว่าจะได้มันมา
มันต้องเสียทั้งหยาดเหงื่อ แรงกายของพ่อแม่ที่ต้องส่งเสียเลี้ยงดูเรา
มันก็เลยสำคัญตรงนี้"
 

 

และ

 

คำให้สัมภาษณ์สุดท้ายของน้องบิว กฤตชญาภา วงศ์ไชย ...


"... มีสิ่งเดียวที่ยึดมั่นในใจหนูว่า ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ
เราก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด วันหนึ่งเราสู้ไม่ไหวแล้ว เราหมดลม
ก็คือวันนั้น ที่เราไม่ต้องสู้กับสิ่งต่าง ๆ ต่อไปแล้ว
วันนี้เรายังมีพ่อแม่ ยังมีเพื่อน มีคนที่เค้าเห็นใจ มีคนที่เค้ารักเรา
ห่วงเรา เราจะอ่อนอกอ่อนใจ หรือ ท้อแท้ใจ หมดกำลังใจ ไปเพื่ออะไร
เราก็ต้องนึกถึงคนรอบข้าง ว่าท่านได้สู้มากับเราแค่ไหน โดยเฉพาะ แม่
ที่สู้มากับหนูตลอด ไม่ว่าหนูจะอยู่โรงพยาบาลกี่วันกี่คืนกี่เดือน
แม่เหนื่อย เพราะเรา เพราะฉะนั้น แม่ ยังอยากให้เรามีชีวิตอยู่
เราก็ต้องสู้เพื่อท่าน และก็สู้เพื่อตัวของเราด้วย ..."

 

ความรู้สึกของคุณยังไหวอยู่ไหม เมื่อถึงตอนนี้ ...

 

มันเป็นคำตอบที่อยากให้นักศึกษาที่ผมสอนอยู่ได้มีโอกาสฟังที่สุด

 

"ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี"

 

 

กรอบสุดท้าย ...

 

 

"ความงาม...ก็เปรียบเสมือนดอกไม้
คุณค่าไม่ได้อยู่ที่ระยะเวลาของความสด
แต่อยู่ที่ความทรงจำระหว่างที่มันยังสด"

 

ร่วมไว้อาลัย
น้องบิว กฤตชญาภา วงศ์ไชย
เสียชีวิต ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕

 

 

ถึงครูจะไม่ได้มีโอกาสพบกันตอนที่น้องบิวยังชีวิตอยู่
แต่ครูก็ขอใช้ความดีงามที่น้องบิวได้สั่งสมมาในชาตินี้
เป็นสื่อสำหรับสอนนักศึกษาที่ยังคิดอะไรไม่ได้นะครับ

 

ขอให้น้องบิวไปสู่สุขคติ เกิดในชาติภพที่ดี นะครับ

 

"ความดีไม่มีวันตาย"

 

อ.วสวัตดีมาร

เชียงใหม่

 

ป.ล. เพลงประกอบรายการคนค้นฅนใหม่ เพราะเหลือเกินครับ