นักเรียนอ่านไม่ได้

ทำไมนักเรียนอ่านไม่ได้ ตอนที่ 1

 

  ครูปูใช้คำว่าอ่านไม่ได้ ไม่ใช่คำว่าอ่านไม่ออกนะคะ เพราะนักเรียนกลุ่มที่จะพูดถึงในวันนี้เป็นนักเรียนที่มีความบกพร่องบางประการที่ทำให้การรัีบรู้ของเขาต่างจากคนอื่นอยู่บ้าง หากไม่นับความบกพร่องนี้เขาจะสามารถอ่านได้เช่นเดียวกับคนอื่นๆคะ

   นักเรียนกลุ่มนี้ หน้าตา การพูดคุย การปฏิบัติงานสามารถทำได้ดีคะ แต่พอให้เขาอ่านจะเกิดอาการมองเหม่อ หรือทำท่าอึดอัดในการที่จะให้เขาอ่านออกเสียง บางคนพยายามอ่านก็อ่านตะกุกตะกัก หรือใช้การสะกดทีละตัวทั้งๆทีเรียนอยู่ในระดับชั้นที่ควรอ่านได้อย่างคล่องแคล่ว ครูบางคนสงสัยว่านักเรียนคงไม่ขยันหมั่นฝึกอ่านจึงอ่านไม่ได้ และให้นักเรียนฝึกอ่านซ้ำๆเพื่อให้เกิดความคล่องแคล่วในการอ่านเพิ่มมากขึ้น และแน่นอนคะครูส่วนใหญ่พบว่าการให้เขาอ่านซ้ำกลับไม่ช่วยอะไรได้มากนะ นักเรียนยังคงผิดในรูปแบบเดิมๆเสมอ

   หากคุณครูพบนักเรียนในลักษณะเช่นนี้ คุณครูควรสังเกตเขาเพิ่มเติมนะคะว่า รูปแบบในการผิดพลาดในการอ่านของเขาเป็นแบบใด เช่น การสลับตัวอักษร จาก ค เป็น ด การแบ่งคำหรือฉีกคำไม่ได้ หรือออกเสียงอักษรที่เสียงคล้ายกันไม่ได้ เช่น ขอ กับ คอ ฉอ กับ ชอ แต่สามารถอ่านคำคุ้นเคยได้ เช่นพ่อ แม่ โรงเรียน ดินสอ ปากกา หรือแม้แต่คำว่าของขวัญเพราะเป็นคำที่ใช้และนักเรียนเห็นอยู่เป็นประจำ ถ้ามีอาการดังกล่าวข้างต้น นักเรียนอาจมีลักษณะของนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ด้านการอ่าน ครูปูใช้คำว่าอาจหรือมีแนวโน้มนะคะ

    การช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มนี้ ควรใช้การช่วยเหลือแบบแก้ไขเฉพาะทักษะคะ เช่น การที่นักเรียนไม่เห็นความแตกต่างของตัวอักษร คุณครูต้องใช้วิธีทำให้เขาสามารถเห้นความแตกต่างให้ได้ โดยการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้สีที่โดดเด่นในส่วนที่แตกต่าง การเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวอักษร เพื่อให้เขาสามารถระลึกถึงความแตกต่างของตัวอักษรนั้น        

    ครูปูมีลูกศิษย์ที่แยกตัวอักษร ณ กับ ฌ ไม่ได้ ครูปูก็เลยคิดนิทานเรื่อง เณร กับหนู ให้ลูกศิษย์คนนี้ฟัง เรื่องมีอยู่ว่า

     มีเณรอยู้องค์หนึ่งเป็นเณรที่ขยันมาก ทุกเช้าเณรจะกวาดใบไม้ที่ลานวัดเป็นประจำ มีอยู่วันหนึ่งเณรพบหนูตัวหนึ่งกำลังหนีแมวที่วิ่งไล่จับมัน เณรรู้สีกสงสารจึงไล่แมวไป หนูขอบคุณเณรและรู้สึกถึงพระคุณของเณร หนูจึงมอบถุงไว้ให้เณรใบหนึ่ง โดยบอกกับเณรว่าหากประสบภัยหรือมีอุปสรรคใดเกิดขึ้นให้เปิดถุงนี้

     วันหนึ่งขณะที่เณรกวาดลานวัดอยู่นั้น ปรากฎว่ามีงูเห่าตัวหนึ่งเลื้อยตรงมาที่เณร เณรนึกถึงถุงของหนูขึ้นมาได้ จึงเปิดถุงของหนูพบว่าสมีพังพอนตัวหนึ่งออกมาไล่งูไปได้ เณรรูสึกขอบคุณหนูเช่นกันที่ช่วยชีวิตเณรไว้ 

     มาถึงตรงนี้คุณครูคงงงว่าเกี่ยวอะไรกับ ณ เณร ใช่ไหมคะ ลองนึกอีกทีถึงคำว่า ถุงของหนูซิคะ ใช่คะวิธีจำสำหรับ ณ คือ ถอ ถุง +  นอ หนู ไงคะ อ๋อหรือยัง เมื่อครูให้เขาดูตัวอักษร ณ กับ ฌ เขาจะระลึกถึงเรื่องถุงของหนูคือ ณ และสามารถแยกระหว่าง ณ กับ ฌ ได้คะ  อีกอย่างนะคะคุณครูไม่ต้องเล่าเรื่องถุงของม้านะคะ เพราะลูกศิษย์ของครูปู เขาบอกได้ทันทีคะว่า ฌ คือถุงของม้าใช่ไหมครับครู น่าปลื้มไหมละคะ เพราะว่าเขาเป็นเด็กที่มีระดับสติปัญญาปกติคะ เพียงแต่เกิดความบกพร่องเล็กน้อยในการรับรู้เท่านั้นเอง เหมือนที่ครูปูได้บอกไว้ในตอนแรก หากสอนได้ถูกจุดแล้วนักเรียนกลุ่มนี้จะพัฒนาได้อย่างรวดเร็งเลยคะ วันนี้ขอจบก่อนนะคะ ติดตามตอนที่สองต่อนะคะคุณครู 

 

 

้