...คุณสมบัติของ “แม่” (ที่ปกติทั่วไป) ทุกคนสำหรับลูก ย่อมเป็นคนที่ดีที่สุด พูดเล่าอะไรถึงแม่ ทุกคนจะมีดวงตาที่ประกายเปี่ยมสุข เข้าทำนอง แม่ของใครก็ดีวิเศษที่สุดในความคิดของคนนั้นนั่นแหละ
ตอนที่อ่านคำชวนเชิญให้เขียนเรื่อง “แม่” ฉันยิ้ม...พลางคิด...”สบายมาก....”
เรื่องอะไรจะเขียนได้ง่ายและมีความสุขเท่าเขียนถึง...แม่ เป็นไม่มี
ตั้งแต่เด็กแล้ว ครูให้เขียนเรียงความ เขียนกลอน ฉันเขียนเรื่อง “แม่” ทุกที แถมยังเขียนให้เพื่อนสนิทบางคนอีกด้วย
โธ่...ก็เรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่เรารู้จักมาตั้งแต่เกิดอยู่ด้วยกันมาตลอด แบ่งปันสุขทุกข์ ปลุกปลอบใจ อภัยให้เราทุกเรื่อง เป็น ATM ที่ไม่เคยมีค่าธรรมเนียม เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง...ในชีวิต
และแน่ล่ะ...ทุกคนต้องมี “แม่”
ตอนแม่จากไป...ตลอดเจ็ดวันของการบำเพ็ญกุศลทางศาสนาทั้งไทยและจีน ฉันไม่หิวข้าวหิวน้ำ รู้สึกชาๆ เศร้าอย่างเดียว
คิดไปถึงขนาดที่ว่า...ชีวิตมันช่างว่างเปล่า ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรเพื่อใคร...
...ชีวิตเหมือนหล่นวูบลงไปในหลุมดำที่ไม่รู้ว่าก้นหลุมอยู่ตรงไหน ทุกคืนหลังงานศพแม่ ก็จะนั่งเขียนบันทึกเรื่องของแม่ เขียนๆๆๆๆๆ จนแขนล้า ตาลืมไม่ขึ้นแล้วจึงปิดไฟนอน...
ฉันเขียนถึงแม่ เพื่อเยียวยาตัวเอง...
ฉันผ่านพ้นห้วงเวลาแห่งความทุกข์ท้นนั้นมาได้ด้วยการเขียนบันทึกถึง “แม่”
ตอนอยู่ชั้นประถมต้น จำได้ว่าเคยเขียนเรียงความเรื่อง “แม่” ชนะเลิศของโรงเรียน
รุ่นพี่คนหนึ่งเดินมาดูตัวถึงที่ห้อง รุ่นพี่คนนี้ออกจะเป็นสาวห้าว เธอเดินถลกแขนเสื้อส่ายอาดๆ เข้ามาในห้องตอนพักเที่ยง ถามหาชื่อฉันด้วยเสียงอันดัง...ตอนนั้นตกใจนิดหน่อย
พี่ : ถามหน่อย คนไหนชื่อ....
ฉัน : หนูค่ะ ตอบรับแบบงงๆ มีอะไรคะ
พี่ : เธอที่ได้รางวัลเรียงความเรื่องแม่ ใช่ไหม
ฉัน : ใช่ค่ะ หนูค่ะ
พี่ : นี่จะบอกให้นะ วันหลังไม่ต้องเว่อร์มากนักนะ แม่ใคร ใครก็รัก แม่ใครก็ดีที่สุดในโลกล่ะ เธอเขียนซะแม่เธอเป็นคนดีที่สุดในโลกเลย...เสียงทั้งดุทั้งเย้ยหยัน (ไม่รู้ไปโกรธใครมา)
ฉัน : โกรธจนอึ้ง พูดไม่ออก...
พี่ : จำไว้นะ วันหลังไม่ต้องเว่อร์นะ แม่เธอดีนักหรือไง
ฉัน : แม่ฉันดีที่สุดในโลกๆๆๆๆๆๆๆๆ ตะโกนตอบสุดเสียง จนทุกคนตกใจ เพราะไม่คิดว่าหมวยหน้าจืดๆ จ๋องๆ จะกล้าตะโกนโต้ตอบรุ่นพี่สุดซ่าประจำโรงเรียน
พี่ : ว่าไงนะ อีเด็กบ้า...ตะโกนทำไม เดี๋ยวเถอะ...
ฉัน : แม่ฉันเป็นคนดีที่สุดในโลกๆๆๆๆๆ คราวนี้เสียงยิ่งดัง เพื่อนสนิทหลายคนตกใจ บางคนดึงแขนฉันวุ่นวาย ...ได้ยินไหม...แม่ฉันดีที่สุดในโลก (โว้ยยยย) รุ่นพี่เดินตรงรี่เข้ามา เพื่อนหลายคนเข้ามากั้น เสียงดังเอะอะ...(รุ่นนั้นยังไม่มีการถ่ายคลิป หากมีคงได้ลง youtube แล้ว...ฮาๆๆๆ)
เรื่องจบลงตรงที่อาจารย์เดินเข้ามาในห้องรุ่นพี่หายตัวไปอย่างรวดเร็ว ฉันถูกอาจารย์ลงโทษที่ส่งเสียงดังและเกือบก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดนให้ยืนหน้าตูมอยู่หลังห้องทั้งชั่วโมงนั้น...

"มิกกี้เม้าส์" ดอกไม้ที่แม่บอกว่าบ้านลูกหลานของแม่ทุกคนต้องมีต้นนี้ เพราะแม่ชอบและแม่ก็ไปปลูกให้ทุกบ้านเลย
คิดย้อนไป...ก็เลยขำๆ แม้ทุกคนจะมีแม่ แต่ความประทับใจที่มีต่อแม่ไม่เท่ากัน บางคนไม่ได้โชคดีแบบฉัน ที่มีแม่เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง และบางคนอาจโชคร้ายถึงขั้นมีบาดแผลทางใจกับแม่ด้วยซ้ำไป...
ฉันมารู้เรื่องของรุ่นพี่คนนั้นว่า เธอเป็นเด็กที่อยู่กับย่าและพ่อ เนื่องจากแม่เธอทิ้งเธอไปและไม่เคยติดต่อหรือมาพบเธออีกเลย... เธอจึงเกลียดทุกคนที่มีแม่มาส่งที่โรงเรียน เกลียดความรักระหว่างแม่-ลูก…
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดี... แต่ไม่อยากบรรยายว่าแม่ดีแม่วิเศษอย่างไร เพราะคุณสมบัติของ “แม่” (ที่ปกติทั่วไป) ทุกคนสำหรับลูก ย่อมเป็นคนที่ดีที่สุด พูดเล่าอะไรถึงแม่ ทุกคนจะมีดวงตาที่ประกายเปี่ยมสุข เข้าทำนอง แม่ของใครก็ดีวิเศษที่สุดในความคิดของคนนั้นนั่นแหละ
เพื่อนบางคนเคยบ่นว่าเสียดายที่ไม่ได้เกิดเป็นผู้ชาย เพราะผู้ชายได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบสกุลของครอบครัว ได้บวชให้พ่อแม่เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์ ยิ่งครอบครัวเชื้อสายจีนแล้ว ลูกชายจะเป็น บุคคลพิเศษของบ้าน ฉันฟังไปพยักหน้าไป แต่เถลไถลคิดไปว่า...
..มีอยู่ข้อหนึ่งนะที่ผู้ชายไม่มีวันรับรู้ได้คือ ความรู้สึกของการเป็น “แม่” อย่างน้อยการเป็นลูกผู้หญิงก็ได้เปรียบตรงนี้ไงล่ะ ...ฮาาาาา
หมายเหตุไว้ว่า...ชื่อบันทึกได้แรงบันดาลใจจากเพลง ผู้หญิงที่อยากกอดตลอดชีวิต-ประภาส ชลศรานนท์ ค่ะ
http://youtu.be/C95twEF7MlY
เพื่อนบางคนเคยบ่นว่าเสียดายที่ไม่ได้เกิดเป็นผู้ชาย เพราะผู้ชายได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบสกุลของครอบครัว ได้บวชให้พ่อแม่เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์ ยิ่งครอบครัวเชื้อสายจีนแล้ว ลูกชายจะเป็น บุคคลพิเศษของบ้าน ฉันฟังไปพยักหน้าไป แต่เถลไถลคิดไปว่า...
..มีอยู่ข้อหนึ่งนะที่ผู้ชายไม่มีวันรับรู้ได้คือ ความรู้สึกของการเป็น “แม่” อย่างน้อยการเป็นลูกผู้หญิงก็ได้เปรียบตรงนี้ไงล่ะ ...ฮาาาาา
ชอบคำนี้จังค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ
เพลงปี่
ชอบเหมือนกันเลย....
ขอบคุณค่ะที่แวะมาทักทายและคอมเม้นท์ไว้ :)
สวัสดีครับ
เห็นหัวข้อแบบนี้ก็นึกถึงคุณ
ขึ้นมาทันที
เพราะได้อ่านเกี่ยวกับแม่อยู่บ่อยๆ
และคิดไม่ผิด ;)....
แต่นึกไม่ออกว่า คุณ
จะเขียนแนวไหน
เพราะเรื่องน่าประทับใจคงจะมีมากเหลือเกิน
วันนี้ได้อ่านอีกเรื่องหนึ่ง
อดแปลกใจไม่ได้ ว่าคุณ
จะมีเรื่องเอะอะๆ กับเขาเหมือนกันแฮะ
อ่านแล้ว ช่วงแรกอมยิ้มกับวีรกรรมเล็กๆ ของคุณหยั่งรากฝากใบ...ช่วงต่อมา เริ่มคิดได้อะไรบางอย่าง จากตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรค่ะ เพราะอย่างที่คุณหยั่งรากฝากใบว่า "แม้ทุกคนจะมีแม่ แต่ความประทับใจที่มีต่อแม่ไม่เท่ากัน บางคนไม่ได้โชคดีแบบฉัน ที่มีแม่เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง" สำหรับตัวเอง ไม่โชคดี และไม่โชคร้าย เป็นแบบกลางๆ อิๆ ตอนเด็กอยู่กับพี่และพี่เลี้ยงมากกว่าค่ะ เพราะธรรมชาติงานของพ่อกับแม่ เป็นเช่นนั้นเอง :)
เคยอ่านเรื่องที่คุณหยั่งรากเขียนถึงคุณแม่ที่ท่านให้ทิปคนขับตุ๊กตุ๊กแล้วยังชื่นชมอยู่ไม่หาย วันนี้มาอ่านเรื่องดีดีเกี่ยวกับคุณแม่อีกรอบค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ
Sila Phu-Chaya
เรื่องของแม่ หากให้เขียนบันทึกไว้ คงต้องใช้สมุดหลายเล่มค่ะ และพอจะเข้าใจความรู้สึกของคุณศิลาเช่นกัน ... จะเล่ายังไงนะ ถึงจะใช่ ถึงจะหมด ...
โดยส่วนตัวรักแม่ ไม่ใช่เพราะแม่รักเรา (ในฐานะลูกคนเล็ก) หรือรักลูกหลานอย่างชนิดไม่มีจำกัด แต่คนที่ลูกหลานของแม่รัก แม่ก็จะรักด้วย และแม้คนทั่วไป...แม่ก็รักเมตตาผู้คนอย่างไม่มีประมาณ...
สิ่งนี้ต่างหากที่ "จับใจ" ค่ะ
และชอบข้อความนี้..."กาลเวลาเยียวยาทุกสิ่ง เพราะสุดท้ายเราก็ทิ้งทุกสิ่งไปเช่นกัน..."
การที่อยู่ ๆ แม่นอนหลับไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมา โดยที่เราไม่ได้มีโอกาสร่ำลา ดูแลท่านเลย เป็นบาดแผลที่เจ็บลึกมาก...จนถึงขนาดเคยคิดว่า...อยู่หรือตาย ก็เฉย ๆ เสียแล้วสำหรับชีวิตที่ไม่มีแม่ค่ะ และผลจากการจากไปของแม่ ทำให้หันมาสนใจศึกษาเรื่อง ชีวิตและธรรมะ ซึ่งไม่เคยสนใจ/ใส่ใจมาก่อนเลย
นี่คงเป็น "สมบัติล้ำค่า" ที่แม่ทิ้งไว้ในแน่เลย...
ขอบคุณมากเช่นกันค่ะ เรื่องที่มีข้อมูลมาก ๆ อยากเขียนมาก ๆ บางทีก็ทำให้เขียนไม่ออกเสียอย่างนั้น เลยหามุมเล็กๆ ก็ได้ค่ะ ค่อยๆบันทึกไป...แล้วจะเต็มสมบูรณ์เท่ากับที่เรารู้สึกได้เอง ^^
สวัสดีค่ะคุณครู
ธ.วั ช ชั ย
เรื่องเล่าของแม่ เป็นเรื่องถนัด แม้ข้อมูลผิดก็ไม่มีใครรู้นี่คะ...ฮาาาา
โดยปกติเป็นคนโก๊ะๆ จ๋องๆ ไม่ค่อยกล้าสู้คนค่ะ ไม่ีมีปากมีเสียง เถียงใครก็ไม่ค่อยทัน เพราะตอนเด็กๆ ติดอ่างเล็กๆ เลยนั่งเงียบ นั่งคิดอยู่คนเดียวเป็นปกติ...
ความจริงตอนนั้นก็ยังเด็กมาก การตะโกนตอบโต้รุ่นพี่นั้น ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ แต่ก็ทำไปแล้ว....อิอิ
ถูกสอนมาแต่เด็กไม่ให้รังแกใคร แต่ไม่ค่อยยอมก้มหัวให้ใคร ลืมเอาเงินไปโรงเรียนก็ไม่ขอใคร ยอมอดข้าวไปเลย เรื่องสู้คนนี่ สู้ไม่ค่อยได้เพราะตัวเล็ก แต่มีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก เคยพาพวกเพื่อน ๆ ผู้ชายหลายคนไปช่วยพี่ชายซึ่งมีเรื่องกับขาใหญ่อีกโรงเรียนมาแล้ว...ฮาาาาา (วีรกรรมก็พอสมควรค่ะ) :)
สวัสดีค่ะคุณหมอ
ป.
สมญานามที่เพื่อนเรียกคือ "ปูนิ่ม" น่ะค่ะ การส่งเสียงดัง ตอบโต้แบบนี้ คนใกล้ตัวจะไม่ค่อยเชื่อว่าทำได้ค่ะ
ดีใจที่คุณหมอเห็นประเด็นที่ส่วนตัวจงใจซ่อนไว้... และตั้งใจคล้ายๆกันในปีนี้ว่าจะชักชวนพี่สาวคนโตซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่คล้ายแม่ ไปเลี้ยงเด็กที่ขาดโอกาส แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าที่ไหนค่ะ
คนที่มีโอกาสและพรั่งพร้อม...หากไม่เปิดตาเปิดใจกับเรื่องราวรอบตัว เราย่อมไม่เข้าใจเลยว่า "ขาด" ทั้งความรัก ความอบอุ่น เงินทอง และโอกาสนั้นเป็นอย่างไร :)
สวัสดีค่ะคุณ
...ปริม pirimarj...
ขอบคุณที่แวะมาทักทายและให้กำลังใจเสมอค่ะ
เรื่องของแม่ เป็นนิยายเรื่องยาว เขียนไม่มีวันจบเลยค่ะ :)
เรื่องอะไรจะเขียนได้ง่ายและมีความสุขเท่าเขียนถึงแม่ (เห็นด้วยที่สุดเลยค่ะ)
ฮ่าฮ่า ชอบตรงที่ตะโกนด้วยค่ะ..แม่ฉันเป็นคนดีที่สุดในโลกๆๆๆๆๆ
สวัสดีค่ะคุณ
kunrapee
ความตั้งใจส่วนตัวเมื่อมาเขียนบล็อกคือ การบันทึกความคิด/ความรู้สึก/ประสบการณ์ เพราะชีวิตในงานประจำต้องเขียนงานพวก "วิชาการ" มากพออยู่แล้ว
การเขียนเรื่องแม่ เ็ป็นความสุขและเครื่องจรรโลงใจที่สุดของตัวเองเลยค่ะ
เรื่องการตะโกนแบบนั้น...ก็คงทำได้ครั้งนั้นครั้งเดียวค่ะ นอกนั้นก็จ๋องเหมือนเดิม ...ฮาาาา
ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ :)
เป็นบันทึกที่น่ารักมากค่ะ เห็นบุคลิกคนเขียนเลย สำหรับพี่โอ๋เคยมีปมกับคุณแม่คุณพ่อเหมือนกันที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย แต่ก็รู้ว่าเราเป็นเราทุกวันนี้เพราะท่านทั้งสองหล่อหลอมเรามา โชคดีที่ความรู้สึกน้อยใจที่มีกับท่านทำให้เรารัก"คนแก่"ทุกคนที่เราพบเจอ เวลาเห็นใครน่ารักก็จะย้อนดูไปถึงคนเลี้ยงดูซึ่งส่วนใหญ่ก็คือพ่อแม่ ได้ศึกษาว่าคนที่มีลักษณะที่เราเห็นว่าดี น่ารัก น่าชื่นชมนั้น เกือบทั้งหมดเป็นเพราะแม่พ่อที่หล่อหลอมเขามา จึงพยายามเป็น"ต้นแบบ"ที่ดีให้ลูกค่ะ คิดว่างานดีที่สุดในโลกก็คือหน้าที่"แม่"นี่แหละค่ะ อ้อ...ตอนเด็กๆไม่เคยชอบที่ตัวเองเป็นผู้หญิงเลยนะคะ รู้สึกว่าเสียเปรียบไปซะทุกอย่างเลย มาถึงวันนี้ก็ยังคิดอย่างนั้นอยู่ แต่ถ้าให้เลือกเกิดใหม่ก็ขอเป็นผู้หญิงนี่แหละค่ะ เพราะเหตุผลเดียวล้วนๆคือ เป็นผู้หญิงสามารถสร้าง "ลูก"มาได้จากตัวเราเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชายคนไหนก็ทำไม่ได้ ...ฮา...
แม่คือคนดีที่สุดในโลกเสมอครับ อุ่นใจทุกครั้งที่คิดถึงแม่ครับ
.มีอยู่ข้อหนึ่งนะที่ผู้ชายไม่มีวันรับรู้ได้คือ ความรู้สึกของการเป็น “แม่” อย่างน้อยการเป็นลูกผู้หญิงก็ได้เปรียบตรงนี้ไงล่ะ ...ฮาาาาา
อีกอย่างที่ผู้ชายไม่มีวันรู้สึกถึงความเจ็บปวดคือการคลอด
ขอบคุณที่ช่วยกันบอกแง่งามของแม่แต่ละคน
หักมุมมากค่ะ
ไม่นึกว่าจะมีตะโกนด้วย
เห็นด้วย.....แม่ใคร ก็รักมากที่สุดในโลก ดีที่สุดในโลก .... ตอนเด็ก
แม้โต .... ก็เก็บมุมนั้นไว้ในใจเสมอ
แต่ตัวเองทำตามแบบแม่ไม่ได้ถึงครึ่งเลยค่ะ
สวัสดีค่ะพี่
โอ๋-อโณ
ขอบคุณข้อคิดที่นำมาแบ่งปันนะคะ
น้องคิดเองว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราในวัยเด็ก... เราควรเรียนรู้และปรับปรุงพัฒนาขึ้นจากจุดนั้น เช่นที่พี่โอ๋พยายามเรียนรู้และเป็นต้นแบบที่ดีให้กับลูกๆ...
ครอบครัวน้องอาจต่างจากคนจีนทั่วไปเล็กน้อย เพราะแม้เตี่ยจะรักลูกชายหลานชายกว่าลูกสาวหลานสาว แต่ แม่ ... รักทั้งลูกหลานทุกเพศวัยเท่ากัน แม่เก่งที่ทำให้ลูกๆหลานๆรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่รักของแม่/อาม่าเสมอเลยค่ะ :)
สวัสดีค่ะคุณ
พ่อน้องซอมพอ
เห็นด้วยที่สุดค่ะ แม่จึงเป็นคนที่เรา...อยากกอดไว้ตลอดชีวิต :)
สวัสดีค่ะท่าน
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
ในความเป็นจริงแล้ว ความรักที่มีกับเตี่ยและแม่ สำหรับตัวเองมีมากพอๆ กัน แต่สนิทและคลุกคลีกับแม่มากกว่า ประกอบกับเตี่ยจากไปเมื่อตัวเองยังเด็กมาก คิดภาพท่านไม่ค่อยออกนอกจากฟังจากพี่ ๆ และแม่ค่ะ
ขอบคุณที่กรุณามาอ่านและรับรู้แง่งามที่รู้สึกกับแม่ค่ะ :)
สวัสดีค่ะคุณหมอ
ทพญ.ธิรัมภา
ติดภาพของคนเรียบร้อย เซื่องๆจ๋องๆ แต่ความจริงแก่นกะโหลกแบบเนียนๆมากกว่าค่ะ
ไม่ค่อยตะโกนทะเลาะเสียงดังอะไรกับใคร แต่ชอบคิดชอบเถียงหาเหตุหาผลอยู่คนเดียวค่ะ พอตะโกนเสียงดัง คนก็เลยงงๆกับพฤติกรรม...ฮาาา
เราทุกคนล้วนมี "แม่" เป็นต้นแบบนะคะ ถึงแม่เราจะเชยจะไม่มีความรู้อย่างไร แม่ก็คือ "นางฟ้า" สำหรับเราเสมอ
ขอบคุณค่ะ :)