นานมาแล้ว ผู้เขียนเดินทางไปที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อไปช่วยพัฒนาการเรียนการสอนของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชื่อโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านลาดเรือ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านรักไทยและโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนุชเทียนที่ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม ปัญหาที่พบคือ ไม่สามารถใช้ internet ในการเรียนการสอนได้ ครูต้องเอาโทรศัพท์ไปรวบกันที่ใดที่หนึ่ง เพื่อรอรับสัญญาณไม่อย่างนั้นไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้ อ่านเรื่องได้ที่นี่ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/340030 http://www.gotoknow.org/blogs/posts/340257 http://www.gotoknow.org/blogs/posts/340545 http://www.gotoknow.org/blogs/posts/341241 เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนลงไปพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ตำบลหนองปลาไหล ที่โรงเรียนบ้านห้วยหวาย ที่ผู้เขียนอยากไปช่วยพัฒนาโรงเรียนนี้จำได้ว่าตอนเป็นครูมัธยมศึกษาเคยขับมอเตอร์ไซด์ผ่านช่องเขาไป ทางเป็นทางลูกรัง เดินทางลำบากมาก ปัจจุบันมีการทำทางผ่านช่องเขา เดินทางสะดวกมากกว่าเดิม แต่ปัญหาคือ ที่โรงเรียนไม่สามารถใช้โทรศัพท์หรือ internet ได้เหมือนกัน ถึงแม้นว่าไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เท่าไร บ่อน้ำของโรงเรียนที่อยากช่วยพัฒนาเป็นบ่อเลี้ยงปลาให้แก่นักเรียน ความน่ารักของนักเรียนอนุบาล อาคารเก่าผู้เขียนตั้งใจว่าจะช่วยกันทำเป็นโรงเห็ดให้นักเรียน ตรงนี้ตั้งใจจะช่วยกันทำแปลงปลูกผัก (ปากท้องของประชาชนหรือนักเรียนก็สำคัญไม่น้อยกว่าเทคโนโลยี) 1. ปัญหาทางด้านเทคโนโลยีที่ผู้เขียนพบคือไม่มีความเท่าเทียมกันของโรงเรียนในชนบทกับโรงเรียนในเมือง โรงเรียนในเมืองนักเรียนมี tablet ใช้แล้ว แต่นักเรียนในชนบทไม่มีอะไรที่สามารถเชื่อต่อเทคโนโลยีได้เลย เป็นความแตกต่างกันอย่างมาก 2. ปัญหาในด้านผู้ใช้เทคโนโลยี ครูหรือบุคลากรทางการศึกษาบางท่าน ย้ำว่าบางท่านนะครับ ใช้เทคโนโลยีได้ไม่เท่ากับนักเรียน นักเรียนไปไกลกว่ามาก จากประสบการณ์ของผู้เขียนเองในการจัดกิจกรรมให้ครูพบว่า ครูส่วนใหญ่(ไม่ได้ทั้งหมดนะครับ) ใช้เทคโนโลยีไม่ได้ดีเท่านักเรียน ถ้าครูสามารถใช้เทคโนโลยีในด้านการสอนได้ จะพัฒนาการเรียน (ลองเข้าไปดู website นี้นะครับ ครูสามารถใช้สอนการออกเสียงได้เลย) การสอนได้มีการค้นคว้าข้อมูลเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังแนะนำให้นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์แก่การเรียนรู้ได้ ไม่ใช่นักเรียนไม่มีทางเลือก ติดแต่ facebook ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์แก่การศึกษามากนัก 3. ปัญหาการเลือกการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เนื่องจากในปัจจุบันมีข้อมูลมากมาย หลากหลายมาก ข้อมูลบางอย่างเป็นเหมือนข้อมูลขยะ การใช้ข้อมูลที่ดี ต้องมีการเลือกข้อมูลสำหรับการบริโภคหรือใช้การสอนให้เหมาะสม 4. ปัญหาความไม่แน่นอนของการจัดการเรื่องเทคโนโลยีของฝ่ายการเมือง เพราะมีผลประโยชน์ค่อนข้างมาก ถ้าฝ่ายการเมืองทุ่มเทงบประมาณ ทุ่มเทการพัฒนาบุคลากรทางด้านการศึกษาในด้านเทคโนโลยีนำเรื่องปัญหาการใช้เทคโนโลยีมาเป็นวาระแห่งชาติ แก้ปัญหาอย่างจริงจัง ก็จะทำให้ปัญหาด้านต่างๆลดน้อยลง… ผู้เขียนฝากบอกสมาชิกว่า ปัญหาเรื่องเทคโนโลยีสามรถแก้ไขได้โดยพวกเราเอง เช่นการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในด้านเทคโนโลยีหรือเขียนเรื่องที่สร้างสรรค์แก่ นักเรียน นักศึกษา หรือผู้สนใจ แม้เพียงเล็กน้อยก็ดีกว่า ไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย…ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน…. อ่านต่อได้ทีบันทึกวศิน
ยินดีร่วมทำบุญกับอาจารย์ในการพัฒนาโรงเรียนด้วยครับด้วยครับ
เห็นด้วยกับปัญหาทั้ง 4 ข้อค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
เห็นด้วยค่ะข้อที่ว่านักเรียนมีความสามารถทางการใช้เทคโนโลยีดีกว่าครู ด้วยวัยที่ต่างกันความคล่องสู้เด็กไม่ได้ค่ะ
บางครั้งต้องอาศัยและเรียนรู้กับเด็กค่ะ ก็คงจะดีกว่าไม่ยอมพัฒนานะคะ
หากภาคเอกชนเข้าไปร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้ละมือ..คงจะบรรเทาปัญหาลงบ้างค่ะ
อยากไปร่วมด้วยช่วยกัน. ดร. ต้องการอรงงานมั้ยคะ
ไปทำCSR. ด้วยกันสักทีดีใหมคะท่าน
พิมพ์ผิดอะค่ะ. แรงงาน. ค่ะ ท่าน
เชียร์ให้นางฟ้าชาดา ไปสร้างโรงเห็ด ;)...
ไม่ว่าจะเทคโนโลยี หรืออะไรหลายๆอย่าง มักมีข้อจำกัดเสมอนะคะ.. ต้องค่อยๆช่วยกันแก้เป็นเปราะๆไปค่ะ
อยากช่วยจัง ...แนะนำคณะครูบ้านห้วยหวาย ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันที่บ้านหนองผือ เพื่อตั้งหลักเรียนรู้การใช้พื้นที่จำกัดให้เกิดประโยชน์ การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน บ่อปลาพอเพียง ปุ๋ยหมักชีวภาพ และแปลงนาสาธิต ที่หนองผือมีครูเกษตรที่เก่งและเสียสละอาจช่วยห้วยหวาย ให้พลิกฟื้นทัศนียภาพด้านการศึกษาได้โดยเร็วครับ
"ปัญหาทุกอย่างแก้ได้" เทคโนโลยีที่ดีที่สุดก็คือครูนะคะ