
...
เมื่อก่อนฉันเป็นคน 'ใจร้อน' มาก
สิ่งที่เข้ามาขวางทางอารมณ์มากที่สุดคือ 'การรอคอย'
ฉันไม่ชอบให้ 'คนอื่นรอ' พอพอกับที่ไม่ชอบ 'รอคนอื่น'
เวลาเดินช้ากว่าปกติในความรู้สึกในขณะที่ 'รอ' ใครสักคน
โดยเฉลี่ยเรามีเวลาแค่สองหมื่นกว่าวันในชีวิตนี้
เราเสียเวลาไปกับการรอไป…มากเท่าไหร่
ทั้งๆ ที่รู้ว่าในระหว่างรอ…ฉันอาจทำอย่างอื่นได้
แต่ทว่าอารมณ์ที่คุกรุ่น...ทำให้ไม่อาจทำอะไรได้ดีไปกว่า 'เฝ้ารอ'
กับหลายๆ คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ฉันคงได้ฝาก 'รอยร้าว' ไว้ในหัวใจเขาเนื่องด้วยเหตุนี้พอควร
แต่คงเป็นเพราะวัยที่มากขึ้น (อย่างช่วยไม่ได้)
และ / หรือการทำกิจกรรมที่ต้องรอบ่อยมากขึ้น
เช่นการไปดูนก...การไปหัดถ่ายรูป
รอ…หลายชั่วโมงกว่าจะเห็นนกสักตัว
รอ…หลายนาทีกว่าจะได้ภาพดีดีสักภาพ
รอ…จนกว่าจะถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น
รอ…จนกว่าจะถึงเวลาตะวันตก ฯ
ฉันกลายเป็นคน ‘รอเก่ง’ ขึ้นโดยอัตโนมัติ
และฉันก็ได้ตระหนักว่า...
สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ฉัน 'รอ' ได้ในตอนนี้คือ...ความรัก
รักในธรรมชาติ เกินกว่าจะทำให้สิ่งรอบข้างหม่นหมอง
รักในตัวเอง เกินกว่าจะปล่อยให้ใจคุกรุ่น
รักในคนคนนั้น เกินกว่าจะรอไม่เป็น
รักในสิ่งที่ทำ เกินกว่าจะรอไม่ได้
ตอนนี้...
ในระหว่างที่รอ…ฉันไม่ได้รู้สึกกระวนกระวายอย่างเคย
ในระหว่างที่รอ…ฉันทำอย่างอื่นด้วยใจที่เป็นสุข
ในระหว่างที่รอ…ฉันชื่นชมความงดงามรอบตัว
ในระหว่างที่รอ…ฉันเตรียมตัว
และเมื่อช่วงเวลาที่รอคอยมาถึง
ความสุขที่มี...ก็ทวีคูณ
แต่หากจุดหมายของการรอคอยนั้นว่างเปล่า
สิ่งที่เก็บได้ในระหว่างรอก็ยังพอช่วยปลอบประโลมใจได้
ด้วยความรัก....
ความเป็น 'ฉัน' ลดขนาดลงไปพอควร
สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาทดแทนคือ…ความสำคัญของสิ่งรอบตัว
และการให้เกียรติ 'เวลาอันเหมาะสม'
ด้วยความรัก...ฉันจึงรอได้โดยที่ไม่รู้สึกเสียเวลา
แม้ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ถึงหรือไม่ถึงสองหมื่นวันก็ตาม
เวลาที่รอก็มีความสุข…
Loving is never a waste of time ของ Astrid Alauda ผ่านเข้ามาในห้วงคำนึง....
...
..
.
วันก่อนไปนั่งรอดูนากครอบครัวหนึ่งออกมาหากิน
ตามคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ศูนย์พื้นที่ชุ่มน้ำสุไหงบุโล
รอ…ไปสี่ชั่วโมง
นากสองตัววิ่งออกมาจากป่าโกงกาง
คนที่ไปรออีกกลุ่มตื่นเต้นมาก…ส่งเสียงดังมากมาย
นากตกใจวิ่งกลับเข้าป่าไปและไม่กลับออกมาอีกเลยจนมืด
เลยเก็บความงดงามในระหว่างเฝ้ารอมาฝากค่ะ
.
..
ป่าชุ่มน้ำสุไหงบุโลในวันฟ้าใส เมฆขาวๆ แต่งแต้มสีสันให้สวยงาม จากที่บังไพรเรามองเห็นแสง..เงาในยามบ่ายคล้อยชัดเจน

...
นกตะขาบดงตัวหนึ่งคงกำลังรอใครสักตัว...เช่นกัน

...
นกกระจิบคู่นี้มาส่งเสียงกันดังมากที่พุ่มไม้ใกล้ที่บังไพร...มีความสุขเหลือเกินอย่างนั้น

...
ครอบครัวปลาตีนแสนสุข ดูลีลาของลูกๆ …like father like son..

...
พระเอกของงานวันนั้นยกให้นกกินเปี้ยวที่บินไปมาหาอาหาร

...

...

...

...

...

...
ในยามที่ไม่มีอะไรจะให้ถ่ายรูป…แม้มดที่เดินผ่านมาก็ยังสวย

มีความสุขในการรอด้วยรัก....นะคะ :)
mariage d'amour - Richard Clayderman
เอ! ช่วงนี้ มีคน in love เหมือนชลัญเลยน่ะ
อ่านแล้วเคริ้มค่ะปริม มีความสุข
สวัสดีค่ะคุณชลัญ,
เพราะความรักเป็นโรคติดต่อร้ายแรงมังคะ พอให้ไปจะแพร่กระจายไปเรื่อยๆ ค่ะ พอได้รับต้องรีบให้ตอบค่ะ
มีความสุขในคืนแห่งการพักผ่อนค่ะ :)
สวัสดีค่ะ
เมื่อวานเพิ่งตอบโพสต์ใน FB เพื่อนคนหนึ่งไปว่า...
"บางครั้งครา...การรอคอยก็คือ ความสุข เช่นกัน" ค่ะ
คล้ายๆ กันก็คือ เป็นคนที่ไม่ชอบอยู่นิ่งๆ กับที่เพื่อรอคอยอะไร เคยเดินเป็นระยะทาง เกือบ 20 กิโลเมตร ในเมืองเทอาวีฟ อิสราเอล เพราะรถเมล์เมืองนี้นานมากกว่าจะมาสักคันหนึ่ง แทนที่จะยืนรอ จึงเดินเลาะเรื่อย มองนี่มองนั่น ถ่ายภาพเรื่อยเปื่อย กลับถึงหอพักมืดสนิท ใช้เวลาไป 3-4 ชั่วโมงเลยค่ะ :)
สวัสดีค่ะ
...ด้วยความรัก
ความเป็น 'ฉัน' ลดขนาดลงไปพอควร
สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาทดแทนคือ…ความสำคัญของสิ่งรอบตัว
และการให้เกียรติ 'เวลาอันเหมาะสม'
ว้าว...ความรัก สีขาว
กระทบจิต จับใจ ไม่เบา
ผ่านการ กล่อมเกลา ยาวนาน
ขอบคุณนะ ขอบคุณ มากมาย
กระไออุ่น...รักพิสุทธิ์ ชุดนี้ สาธุๆๆ
ชอบรูปมดเดินผ่านมา..ยังได้เป็นนายแบบนางแบบ ในอัลบั้มคุณปริมจนได้
ตอนนี้ยังอยู่ที่ทำงาน... รอเวลากลับไปหาครอบครัวที่ยังคงรออยู่เช่นเดียวกัน... หลายๆสรรพสิ่งต่างรอซึ่งกันและกัน โดยไม่ได้คาดหมายว่าการรอนั้นจะมีผลในด้านใด... แต่ก็ต้องรอเพื่อจะมีความสุขที่ไม่ยึดติดกับมัน รอ...
งดงามมากมายเชียวค่ะคุณปริม
เป็นความสุขที่ได้รอคอย
มีผึ้งน้อยมาฝากด้วยค่ะ
ถ่ายรูปนกสวยจังครับ
น้องปริมค่ะ...เพราะรัก ...พลังที่ก่อเกิดจากภายในไงค่ะ .. จึงไม่เสียอะไรทั้งนั้น ..ขอบคุณภาพสวยๆ บรรยากาศสบายๆ ..เย็นนี้หลังจากเลิกสอนเสร็จเลย พักและอ่านบันทึกมีพลังรักมากมายส่งมาแบ่งปัน ยังกะได้ไปเดินเล่นที่สุไหงบูโล๊ะด้วยเลยค่ะ...อืมม์..รูปนกกินเปี้ยวตัวที่ 3 มี ring ที่ขาขวาด้วยนะค่ะ.. น้องปริมสังเกตเห็นไหม๊ เอ่ย??? ...เพราะรัก.. เลยสงสัยว่า เจ้ากินเปี้ยวจากที่นี่ บินไปเที่ยวที่โน่นบ้างหรือไหม๊น๊า.?? รักไม่มีเส้นแบ่งเขตแดนนะค่ะ ..โดยเฉพาะนกที่มีอิสระเสรี ... มีเรื่องเล่าค่ะ...เพราะรัก คงไม่เสียเวลาที่จะอ่านนะค่ะ.. น้องปริม :-))
ครั้งหนึ่งพี่และน้องๆในทีม ไปเยี่่ยมเยือน (visiting guest) ที่ Raffle Museum, NUS, NTU และสุไหงบูโล๊ะ ทริบนั้นขับรถลงไปจากปัตตานีค่ะ . หลังจากเสร็จงานในเมืองแล้ว เราแพลนว่าจะไปหากัลยาณมิตรที่สุไหงบูโล๊ะ คุยเรื่องการจัดการป่าชายเลน หารืองานความร่วมมือทำวิจัยเรื่องนกชายเลนอพยพ..เพราะที่ มอ.เราทำอยู่ สเกลเล็กๆหรอกค่ะ.. ทำแบบใจรักเพราะเห็นความสำคัญ เมื่อเราไปถึงฝนตกชุ่มฉ่ำ พอเจ้าหน้าที่เค้าเจอทีมเราก็มีเรื่องตื่นเต้น!! ....เค้าส่องกล้อง (Spotted Telescope) เห็นนกชายเลนอพยพ (Marsh Sandpiper) มีห่วงขาและติด flag code (พลาสติกเล็กมาก มี code สีค่ะ ซึ่งเป็น international code ที่ assigned ให้ประเทศไทย เป็นสี black/green.) เค้าถามเราว่า ..ใช่ code สีของไทยไหม๊?? เมือเราดูและบอกว่าใช่ code เมืองไทย ..เค้าก็ zoom ที่ห่วงขา ขนาดเล็กมาก (อย่างที่น้องปริมดูได้ใน เจ้ากินเปี้ยว รูปที่3) อ่านดู ring number และ มีอักษรย่อ RFT (The Royal Forestry of Thailand.) แม่นแล้วหล่ะ เป็นนกที่ผ่านการใส่ห่วงขาจากเมืองไทย .ซึ่งห่วงขา (ring) นี้จะมีหน่วยงาน RFT นี้เท่านั้นที่จัดหา และควบคุม ทั้งนกป่าและนกชายเลนอพยพ... เมื่อทีมที่ริงนกต้องการ ก็จะขอไปที่นั่น .....
โอ๊ว..วันนั้น ตื่นเต้น มากมายทั้งทีมที่สุไหงบูโล๊ะและทีมเรา เป็นบรรยากาศของความรัก...ในงานคะ...ทั้งที่ทั้งสองทีมไม่ได้ใส่ห่วงขานกตัวนั้น แต่เพราะการแลกเปลี่ยนข้อมูล การพูดคุย ทำให้เห็นภาพ และสามารถเชื่อมโยงในสเกลที่ใหญ่ขึ้น.. วันนั้น เค้าถ่ายรูปและ print ออกมาให้ พี่ยังเก็บไว้จนเดี่ยวนี้ ค่ะ...เอาไว้ให้นักศึกษาดู เล่าให้ฟังทุกปี ขณะที่เราไปทำกิจกรรมใส่ห่วงขานกที่นาเกลือ ชี้ให้เห็น ความสำคัญการงานวิจัย ที่ร่วมมือกันทั้งภูมิภาค การช่วยรักษาพื้นที่หากิน ในเส้นทางบิน (สุดท้ายเราก็ไม่ได้ร่วมกันทำวิจัยกับที่นั่น ต่างฝ่ายต่างทำ เพียงแต่ไปพบปะกัลยาณมิตร และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ในฐานะช่วยดูแลรักษ์ ธรรมชาติ และนกชายเลนอพยพ) จากการดู flag code และวิธีการทางเทคนิค....เราก็บอกได้ว่า เป็นนกใ่ส่ห่วงขาที่อ่าวไทยตอนใน ก็เลยได้รู้ว่า เส้นทางบินของนกเหล่านี้ บินจากไหนไปไหน มีความสำคัญมากในเรื่องของแหล่งอาศัย ซึ่งปัจจุบันเกิด habitat destruction จนน่าเป็นห่วงค่ะ เป็นปัญหาของนกชายเลนอพยพ เนื่องจากต้องบินไกล เหนือสุดไซบีเรีย/ออสเตรเลีย ..
FYI..ช่วงนี้ฤดูนกอพยพเริ่มแล้วค่ะ เผื่อน้องปริมไปที่นั่น ซึ่งเป็นสวรรค์ของนกน้ำ/นกชายเลนอพยพ เพราะที่นั่นมีระบบบริหารจัดการน้ำทะเลเข้าออกที่ดี น้องปริม.. อาจจะเจอ flag code บ้างค่ะ...
เช่นกันค่ะ ที่ปัตตานีเราก็ได้นกที่เราเคยใส่ห่วงขาไว้ในปีก่อนๆ ทีมเราดีใจมากเลย ... เป็นรางวัลของคนทำงาน เพราะท่ามกลางสภาวะอากาศหรือสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร เราก็รักที่จะทำำ ..สุขใจที่เห็นนกเหล่านั้น ฝ่าฟัน เอาชีิวิตรอด กลับมา สู้ชีวิตจริงๆค่ะ ทั้งๆตัวเล็กๆ...น่าชื่นชมมาก. ..หลังจากอพยพหนีหนาว กลับไปทำรังวางไข่ และกลับมาอีก เสมือนเพื่อนเก่ากลับมาเยือนเมื่อเจอนกที่บินกลับมาอีกในปีถัดมา (recapture) ที่เดิม ริมหาดเลน หรือนาเกลือ ...แหม...ถ้าพูดกันได้ อยากจะให้เล่าเรื่องราว ที่บินไป/กลับในเส้นทางบิน น่าจะสนุกไม่น้อย นะค่ะ..ไม่มีคำว่าเสียเวลาเลย..เมื่อมีรักค่ะ ให้เวลาได้ เสมอ :-))
อยู่กับปัจจุบันอย่างมีความสุขนะคะ..ภาพงามมากค่ะ..
ยามเช้าของผมวันนี้....กับความละเมียดละไมกับเรื่องราว....ภาพถ่าย...และความคิด...ที่ธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาของคุณปริม...ภาวนาให้คุณปริมพบกับ...การรอคอย...ที่มีคุณค่า....เวลาของทุกคนเท่ากันเสมอ...แต่คุณค่าของเวลาของทุกคนไม่เท่ากัน...หลงรักบันทึกนี้อีกแล้วครับ
พยายามมากเหมือนกัน..ที่จะสอนเด็กๆ และลูกหลาน ให้รู้จักและเข้าใจ ความอดทนและรอคอย ที่เป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นและสำคัญ ของการมีและใช้ชีวิตในปัจจุบันและอนาคต ขอบคุณ บทกวี ที่ทำให้หัวใจแช่มชื่น ครับ
ด้วยความรัก...ฉันจึงรอได้โดยที่ไม่รู้สึกเสียเวลา แม้ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ถึงหรือไม่ถึงสองหมื่นวันก็ตาม เวลาที่รอก็มีความสุข…
ชอบ...สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะคุณปริม...ภาพทุกภาพสวยคุ้มค่ากับการรอคอยนะคะ
...แต่คงเป็นเพราะวัยที่มากขึ้น (อย่างช่วยไม่ได้)
และ / หรือการทำกิจกรรมที่ต้องรอบ่อยมากขึ้น...
...ฉันกลายเป็นคน ‘รอเก่ง’ ขึ้นโดยอัตโนมัติ
และฉันก็ได้ตระหนักว่า...
สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ฉัน 'รอ' ได้ในตอนนี้คือ...ความรัก
รักในธรรมชาติ เกินกว่าจะทำให้สิ่งรอบข้างหม่นหมอง
รักในตัวเอง เกินกว่าจะปล่อยให้ใจคุกรุ่น
รักในคนคนนั้น เกินกว่าจะรอไม่เป็น
รักในสิ่งที่ทำ เกินกว่าจะรอไม่ได้...
...ธรรมชาติช่วยขัดเกลาจิตใจค่ะ เมื่อก่อนน้อยก็เป็นประเภทใจร้อนสุดๆแต่โดนผักหวานป่าปราบซะงอม กับการต้องเฝ้ารอเป็นปีๆแบบไม่รู้ว่าสิ่งที่เฝ้ารอนั้นจะสมหวังหรือหมดหวัง "แต่ต้องเฝ้า"ค่ะ นานๆไปอาจเพราะเคยชินหรือเริ่มแก่ก็มิทราบค่ะใจเย็นขึ้น.
คนที่ชื่อ..รอ..นี่เปลี่ยนแปลงเราหลายอย่างนะคะทำให้เราใจเย็นขึ้น..ทำให้เราได้พบกับสิ่งดีๆ..ซึ่งประสบการณ์ของเราก็แตกต่างกันไปแต่เค้าคนนี้ก็ติดตามเราไปตลอดจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราไปแล้วค่ะ..ขอบคุณภาพสวยๆความคิดดีๆมากค่ะ
อ่านบันทึกของน้องปริมแล้วมีความสุข.. เคยบอกน้องปริมหลายครั้งแล้ว.. ขอยืนยันคำเดิมค่ะ
สวัสดีค่ะคุณหยั่งราก ฝากใบ,
ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยแชร์ประสบการณ์ที่น่าประทับใจเกี่ยวกับการรอค่ะ เดินเกือบครึ่งมาราธอนเลยนะคะ เก่งจังปริมเคยเดินอย่างมาก 12 กิโลค่ะใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงเหมือนกัน ไม่ฟิตเลยค่ะ อิอิอิ
ตอนนี้รู้แล้วค่ะว่าถ้าใจสงบพอ ทุกอย่างก็ทนได้ ขอบคุณมากค่ะ :)
ฝันดีนะคะ
สวัสดีค่ะคุณ KRUDALA,
ขอบคุณมากค่ะที่กรุณามาอ่านบันทึกนี้นะคะ
แค่เราไม่ฝังอยู่กับความคิดที่ว่าเราเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เราก็รอได้อย่างเป็นสุขค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ราตรีสวัสดิ์นะคะ