ความรู้ที่น่ากลัวที่สุดในโลก คือคำว่า “รู้แล้ว” - หนุ่มเมืองจันท์

นกกาเหว่าตัวผู้นอกหน้าต่าง
ริมทิวสนเมื่อสองวันก่อนมีเสียงนกกาเหว่าคู่หนึ่งส่งเสียงร้องดังได้ใจไปมาทำเอาแปลกใจมิใช่น้อย เพราะเท่าที่รู้มาช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูผสมพันธ์ของนกกาเหว่า เสียงนกกาเหว่าร้องเรียกคู่ในตอนเช้าตรู่และยามเย็นในช่วงหน้าหนาวจึงเป็นที่คุ้นเคยกว่า แต่ก็นั่นแแหละ expect something unexpected - การทำใจต้อนรับสิ่งที่ไม่คาดฝันจะลดความกังขาในใจได้ไม่น้อย
นกกาเหว่าคู่นั้นบินวนร้องเรียกไปมาแถบริมน้ำข้างบ้านระหว่างต้นสนและต้น หว้าหอมซึ่งลูกสีแดงสดใสกำลังสุกทั่วต้น นกชนิดอื่นๆ เช่นนกเปล้าคอสีม่วง นกเอี้ยงดำปักษ์ใต้ นกเอี้ยง นกกินผลไม้ชนิดต่างๆ ก็กำลังมีความสุขกับผลสีแดงบนต้น
เวลาเราเห็นนกกาเหว่าตัววัยอ่อนเยาว์ เพื่อนๆ มักจะพูดทีเล่นทีจริงว่า เจ้าตัวนี้พอโตขึ้นก็คงไปไข่ทิ้งไว้ให้นกตัวอื่นเลี้ยงอีกตามเคย และทุกครั้งที่เห็นนกกาเหว่า บทเพลงเห่กล่อมที่เคยได้ยินในวัยเด็กจะดังขึ้นมาในความทรงจำแทบทุกครั้ง
เจ้านกกาเหว่าเอย ไข่ไว้ให้แม่กาฟัก
แม่กาก็หลงรัก คิดว่าลูกในอุทร
คาบเอาข้าวมาเผื่อ ไปคาบเอาเหยื่อมาป้อน
ถนอมไว้ในรังนอน ซ่อนเหยื่อมาให้กิน...
จากบทอาขยานนี้ฉันจึงปักใจเชื่ออยู่เสมอมาว่านกกาเหว่าเป็นนกที่ไร้ซึ่งความรับผิดชอบ และคิดสงสารแม่กายิ่งนักที่จะต้องแบกรับภาระอันหนักหน่วงไว้เพียงผู้เดียว
...

นกกาเหว่าตัวผู้ (ตัวเต็มวัย)
จนกระทั่งไม่นานมานี้เมื่อได้เริ่มหัดดูนก ทำให้ฉันได้มีโอกาสขวนขวายอ่านข้อมูลเกี่ยวกับนกมากขึ้น สำหรับนกกาเหว่านั้นอย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่าพฤติกรรมการวางไข่ในรังนกชนิดอื่นนั้นเป็นธรรมชาติของนกในวงศ์นกคัดคูวงศ์นี้ นกหลายๆ ชนิดก็วางไข่ในรังนกชนิดอื่นเช่นกันมิใช่เพียงนกกาเหว่าเท่านั้น และจริงๆ แล้ว แม่กาก็ไม่ได้หาอาหารมาป้อนลูกนกกาเหว่าเพียงลำพังเท่านั้น แม่นกกาเหว่าเองก็ไปหาอาหารมาป้อนลูกตัวเองด้วยเช่นกันเช่นกันในช่วงที่แม่อีกาออกไปหาอาหาร ไม่ใช่ว่าพอไข่เสร็จก็ทิ้งไปเลยอย่างที่เข้าใจมานาน
มีบางรายงานบอกว่าแม่นกกาเหว่าจะทำลายไข่ของอีกาบางฟองก่อน ก่อนที่จะวางไข่ของตนในรัง ทั้งนี้ก็คือกลไกการรักษาสมดุลในธรรมชาติ แต่บางตัวก็จะไม่ทำลายไข่ของอีกา นกกาเหว่าจะวางไข่หนึ่งหรือสองวันหลังจากอีกาวางไข่ตนเอง ไข่นกกาเหว่าใช้เวลาฟัก ๑๒-๑๔ วันและไข่ของนกกาเหว่าจะฟักออกเร็วกว่าไข่ของอีกาสองสามวัน ลูกนกกาเหว่าจะตัวเล็กกว่าลูกอีกา
ข้อมูลนี้ทำให้ฉันทึ่งในความลงตัวของธรรมชาติเสียเหลือเกิน
ข้อมูลเหล่านี้ทำให้สายตาของฉันที่มองนกกาเหว่านอกหน้าต่างนุ่มนวลขึ้น
บทอาขยานกล่อมเด็กบอกเล่าความเป็นจริงส่วนหนึ่งของนกกาเหว่า แต่มันยังมีส่วนปลีกย่อยความจริงอื่นอีกที่ฉันไม่เคยได้รู้จึงทำให้มุมมองเกี่ยวกับนกกาเหว่าของฉันเป็นอย่างที่ผ่านมา
กับคนทีผ่านเข้ามาในชีวิตเรา กับเพื่อนร่วมงาน มีบ้างไหมที่เราตัดสินเขาด้วยความจริงเพียงครึ่งเดียว
เด็กบางคนอาจถูกเลี้ยงดูมาโดยญาติผู้ใหญ่ปู่ย่าตายาย แทนที่จะเป็นพ่อแม่เพราะสถานการณ์ที่ต่างกัน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นเด็กที่ขาดความอบอุ่น เพราะแท้ที่จริงแล้วเขาอาจเป็นเด็กที่โชคดีเป็นเด็กที่ได้รับการใส่ใจจากทั้งสองครอบครัวก็ได้
...

นกกาเหว่าตัวเมีย (ตัวเต็มวัย)
หนุ่มเมืองจันท์ เขียนไว้ในหนังสือ “ให้โอกาสกับสิ่งที่เราไม่รู้” ว่า...
ในโลกมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เรา “ไม่รู้” แต่เราชอบคิดว่าเรา “รู้”
ความผิดพลาดในชีวิตของเราคือ การตัดสินใจหรือตัดสินคนด้วยความคิดว่าเรา “รู้” ทั้งที่เรา “ไม่รู้”
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก เพื่อน หรือการทำงาน
เราเสียเพื่อน เสียแฟน ไปกี่คนแล้วในชีวิต
เพราะเพียงคิดว่าเรา “รู้” ทั้งที่เราไม่ได้ “รู้จริง”
ผมจึงเชื่อว่าความรู้ที่น่ากลัวที่สุดในโลก คือคำว่า “รู้แล้ว”
เพราะเมื่อคำว่ารู้แล้วดังขึ้น ประตูแห่งการเรียนรู้หรือการแสวงหาความจริงเพิ่มเติมก็ปิดลงทันที
…
จินตนาการสำหรับสิ่งที่เราไม่รู้ล้วนเป็นไปในทางลบทั้งสิ้น “สิ่งที่เราไม่รู้” เหมือนกับ “ความมืด”
ทุกครั้งที่เราเดินไปในความมืด จินตนาการสำหรับเส้นทางข้างหน้ามักจะน่ากลัวเสมอ
เราไม่รู้ เราไม่เห็น แต่เราไม่เคยคิดในทางบวก
ไม่เคยคิดว่าเส้นทางจะราบเรียบ ไม่เคยคิดว่าอีกแป๊บเดียวก็ถึง
ไม่คิดว่าสักพักไฟฟ้าก็ติด ความสว่างก็จะมาเยือน ฯลฯ
เราให้ “โอกาส” กับ “สิ่งที่เราไม่รู้” น้อยเกินไปหรือเปล่า?
สิ่งที่เราไม่รู้สำหรับฉันรวมไปถึง รู้ไม่หมด รู้ไม่จริง รู้ผิดผิด ฯลฯ
...

นกกาเหว่าตัวผู้ (วัยเด็ก)
มีนักเดินเรือคนหนึ่งทำงานอยู่ในเรือลำเดียวกันนี้มาสามปี คืนหนึ่งเขาดื่มสุราจนเมามายครั้งนี้่เป็นครั้งแรกที่เขาดื่มสุราตั้งแต่มาทำงานในเรือนี้ กัปตันเรือเขียนรายงานลงในสมุดรายงาน “คืนนี้นักเดินเรือเมาสุรา”
วันรุ่งขึ้นนักเดินเรืออ่านสมุดรายงาน เขารู้ดีว่าประโยคดังกล่าวจะมีผลต่อหน้าที่การงานของเขา เขาเดินไปหากัปตันเพื่อขอโทษและขอให้กัปตันเขียนเพิ่มลงไปว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาดื่มในรอบสามปีซึ่งมันคือความจริงที่สมบูรณ์ กัปตันปฏิเสธที่จะทำตามและยืนยันว่าสิ่งที่เขาเขียนเป็นความจริง
วันต่อมาถึงคราวที่นักเดินเรือเป็นผู้เขียนรายงานบ้าง เขาเขียนว่า “คืนนี้กัปตันไม่เมา” กัปตันอ่านรายงานและขอให้นักเดินเรือเปลี่ยนข้อความนั้นเสียใหม่ เพราะประโยคนั้นทำให้คนเข้าใจว่ากัปตันเมาเหล้าในคืนวันก่อนๆ นักเดินเรือบอกกัปตันว่าว่าสิ่งที่เขาเขียนเป็นความจริง
ประโยคทั้งสองนั้นเป็นความจริงแต่ไม่สมบูรณ์ทั้งหมด มันอาจทำให้คนอ่านเข้าใจได้เป็นสองทาง
ในฐานะที่เราต่างเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับข้อมูล ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง เราจะทำอย่างไรให้ตัวเราเองและผู้คนรอบข้าง มองสิ่งที่เห็นด้วยสายตาที่นุ่มนวลขึ้น เหมือนที่ฉันมองนกกาเหว่าในวันนั้น?
...

นกกาเหว่าตัวเมีย (วัยเด็ก)
ด้วยความนอบน้อม,
ปริม ทัดบุปผา
๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕
ทิวสนริมน้ำ
แหล่งที่มาข้อมูล
http://www.vcharkarn.com/vcafe/8119
http://en.wikipedia.org/wiki/Asian_Koel
ปล ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ Wasawat Deemarn ผู้แนะนำหนังสือ ให้โอกาสกับสิ่งที่เราไม่รู้ เล่มนี้ ที่ทำให้ปริมได้เปิดโอกาสให้กับความไม่รู้แก่ตัวเองค่ะ ทกครั้งที่กลับบ้านจะต้องไปหาซื้อหนังสือที่ท่านอาจารย์เขียนถึงมาอ่าน เท่าที่หาเจอและทุนทรัพย์อำนวยค่ะ (ไม่อยากกินแกลบ อิอิอิ)
...
Kenny G - Careless Whisper
สวัสดีค่ะน้องปริม..ครอบครัวกาเหว่า ได้มาครบเเซ็ทเลยนค่ะ ...พ่อ แม่ และลูกวัยอ่อน...ครอบครัวนี้ใครเลี้ยงดูให้เอ่ย??? ที่มอ.ปัตตานี เจ้าเอี้ยงดำปักษ์ใต้ หาเลี้ยงเจ้ากาเหว่าเสียตัวผอมเชียวค่ะ ตัวก็เล็กกว่ามาก นี่แหละธรรมชาตินะค่ะ ใ้ห้เรียน..รู้/ไม่รู้..ขอบคุณค่ะ
ทั้งได้ชมความงามในภาพถ่าย ได้ความคิดงามจากมุมคิด และได้ความรู้หลายอย่างไปด้วย อารมณ์จากเรื่องราวกับลีลาและอารมณ์เพลงจากแซกโซโฟนเข้ากันมากเลยครับ ขอบคุณภาพ เรื่องราว และการจัดองค์ประกอบปรุงอรรถรส อย่างลึกซึ้งและนุ่มนวลจริงๆครับ
เพิ่งจะทราบเหมือนกันนะคะเนี่ย
ขอบคุณบันทึกดีดี..น่าอ่าน
พร้อมรูปประกอบสวยๆของคุณปริมคะ ^^
งดงามค่ะ
ขอบคุณสำหรับบันทึกที่แสนอบอุ่นครับ...
...หลงรักเสียง..กาเหว่า..มานาน.(.มักจะมีความสุข..อยู่กับความไม่รู้จริง...จริงๆเจ้าค่ะ)...ยายธี
สวัสดีค่ะคุณปริม
สวัสดีค่ะพี่อาจารย์ kwancha
แถบบ้านนี้แม่กาช่วยเลี้ยงลูกค่ะ ช่วงก่อนๆ เห็นบินมาที่ต้นสนริมบ้านบ่อย แม่กากับลูกกาและลูกกาเหว่าตัวเท่าๆ กันเลยค่ะ แต่ดูต่างกันนิดๆ
น่าสงสารนกเอี้ยงนะคะตัวเล็กกว่าเป็นทุนอยู่แล้ว คงบินหาอาหารไม่ได้หยุดเลย และลูกนกเอี้ยงคงไม่รอดเพราะถูกเบียดตกรังแน่เลย
แต่มันคือกลไกการอยู่รอดในธรรมชาตินะคะ ดูแล้วต้องปล่อยวางให้มากขึ้นค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ :)
ขอบคุณมากค่ะท่านอาจารย์วิรัตน์
พยายามจะทำให้เข้าบรรยากาศของความนุ่มนวลค่ะ
ไม่รู้จะมีคนเป่า Sax ได้เพราะเหมือน Kenny G สักกี่คนบนโลกใบนี้นะคะอาจารย์ :)
คนจิตใจงาม..ย่อมซึมซับสรรพสิ่งรอบข้างอย่างอ่อนโยนและเห็นคุณค่า..ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ
...
ขอขอบคุณให้โอกาสคนกินแกลบ
เอาใจแนบมานิดความคิดไหว
ความไม่รู้ คู่ ความรู้ อยู่ฉันใด
แต่หัวใจเท่านั้นที่รู้เอง
เลือกมองโลกตามความเป็นจริง
ไม่อ้างอิงตัวเองว่าสุดเก่ง
ยอมรับถูกหรือผิดแบบนักเลง
รู้จักตัวของตัวเอง คือยอดคน
...
บันทึกนี้ประณีตและสวยงาม และเหงาจัง ก็ชอบบันทึกนี้นะครับ ขอบคุณนะครับ :)
ปัญหาเป็นส่วนใหญ่ ที่นักเรียนสะท้อนมาถึงคุณครู และ ที่ลูก สะท้ิอนมาถึงพ่อแม่ คือ ต้องการให้ คุณครู หรือ พ่อแม่ "ฟัง" เขาก่อน ก่อนที่จะตัดสิน
ประมาณว่า เราจะทำอย่างไรให้ตัวเราเองและผู้คนรอบข้าง มองสิ่งที่เห็นด้วยสายตาที่นุ่มนวลขึ้น
ในสิ่งที่รู้ ยังไม่รู้ อยู่อีกมาก
ในสิ่งที่ยาก อยากรู้ รู้ไม่สิ้น
สิ่งที่ได้ยิน ได้เห็น เป็นอาจินต์
เหมือนก้อนดิน กำมือเดียว เที่ยวอวดรู้
ในวงราชการมีเรื่องเล่าขานว่า
คนอยู่เวรไม่มาอยู่เวร ผู้ตรวจเวรจึงบันทึกว่า "...ไม่พบผู้อยู่เวร..."
อีกหลายวัน คนอยู่เวรคนนั้นจึงบันทึกในสมุดเล่มเดียวกันว่า "..ไม่พบผู้ตรวจเวร..."
ขิงก็รา ข่าก็แรง ครับ เผอิญเป็นเรื่องสำคัญยิ่งสำหรับชีวิตข้าราชการ หากต่างฝ่าย ต่างไม่ทำหน้าที่ของตน ท้ายที่สุดต้องพังกันไปทั้งสองคนแน่ ๆ ครับ
เรารู้อะไรมากมาย แต่กลับรู้เท่าทันอัตตาของเราน้อยมาก เพียงเราปล่อยวางและปล่อยให้มันเป็นไปอย่างเช่นเมื่อเราเด็กๆ เราก็จะมีความสุขมากมายครับ ขอบคุณบทความดีดี เพลงเพราะๆ ครับ
สวัสดีค่ะคุณ EGA,
ขอบคุณมากค่ะที่มาเยี่ยมอ่านให้กำลังใจกันค่ะ
ความรู้ที่เรามีเราต่างก็เทียบได้เพียงหนึ่งหยดน้ำในทะเลนะคะ
สุขสันต์วันทำงานค่ะ