“การที่เด็กทุกคนมีอิสระที่จะคิด กล้าคิด กล้าแสดงออก ไม่กลัวว่าความคิดของตนจะผิด หรือเป็นความคิดของคนโง่ และรับฟังความคิดของเพื่อนๆ จะทำให้เด็กได้เรียนรู้ความซับซ้อนของชีวิต ของสังคม และของโลก นี่คือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑..........................

 

          เย็นวันที่ ๒ มิ.ย. ๕๕ หลังการประชุมวิชาการเรื่อง “วิจัยทางการศึกษา พลังพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” จบ    ผมเดินจะไปเข้าห้องน้ำ มีครูผู้ชายอายุประมาณ ๕๐ ตามมาคุยด้วย   ท่านถามว่า “คุณหมอ มีนักเรียนถามผมว่า ทำไมหมอจึงมีพฤติกรรมต่อประธานสภาอย่างที่เห็นในทีวี  จะให้ผมตอบว่าอย่างไร” 

 

          การสนทนาเป็นไปทำนองนี้

 

วิจารณ์ : “ผมไม่ทราบว่าเรื่องเป็นอย่างไร   แต่คนเป็นหมอไม่จำเป็นต้องประพฤติตนถูกต้องไปทุกเรื่อง   และหมอที่ดีก็มี หมอที่เลวก็มี   หมอก็เป็นปุถุชนเหมือนคนอื่นๆ   หมอในทีวีเขาทำอะไรหรือครับ”

 

ครู  : “เขากล่าวจาบจ้วงต่อประธานสภา  และปาเอกสารใส่ประธานสภา ผมจะตอบคำถามเด็กอย่างไรจึงจะถูกต้อง   ในฐานะที่คุณหมอเป็นผู้ใหญ่ ผมอยากขอความเห็นจากคุณหมอว่าคำตอบที่ถูกต้องต่อคำถามของเด็กคืออะไร” 

 

วิจารณ์  : “ครูไม่ควรตอบคำถามเด็ก แต่ควรถามกลับ ว่าเด็กแต่ละคนคิดอย่างไร   เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ว่า   ในแต่ละเรื่อง คำตอบมีได้หลายคำตอบ ไม่ได้มีคำตอบเดียว”

 

ครู  : “ในฐานะที่ผมสอนคณิตศาสตร์  คำตอบของโจทย์คณิตศาสตร์มีคำตอบเดียว   จึงคิดว่าคำตอบต่อคำถามของเด็กในเรื่องนี้ควรมีคำตอบเดียว   และอยากได้คำตอบมาตรฐานจากผู้ใหญ่คือคุณหมอ”

 

วิจารณ์  : “คำถามที่เด็กถามเป็นโจทย์ทางสังคม   ไม่ใช่โจทย์ทางคณิตศาสตร์   โจทย์ทางสังคมไม่ได้มีคำตอบเดียว   แม้แต่โจทย์ทางคณิตศาสตร์ครูก็ไม่ควรเน้นที่คำตอบเชิงผลลัพธ์สุดท้าย   ต้องให้ความสำคัญต่อวิธีคิดด้วย   เมื่อ ๒๐ ปีมาแล้ว ลูกสาวของผมไปเรียนวิศวะที่ญี่ปุ่น   วันหนึ่งเขาเขียนจดหมายมาเล่าว่าเขาสอบวิชาคณิตศาสตร์   มีข้อสอบข้อหนึ่งเขาเข้าใจดีมาก ทำข้อสอบอย่างมั่นใจ   แต่พอออกจากห้องสอบ พบว่าคำตอบผิด  เขาเสียดายมาก   แต่อีกสัปดาห์ต่อมา เขาเขียนจดหมายมาบอกว่า ข้อสอบข้อนั้นครูให้คะแนนเกือบเต็ม   โดยครูบอกว่าเขาให้เหตุผลขั้นตอนต่างๆ แสดงความเข้าใจที่ดีมาก  ครูให้คะแนนความเข้าใจมากกว่าคำตอบสุดท้าย   ดังนั้น แม้โจทย์คณิตศาสตร์ก็ไม่ควรเน้นที่คำตอบสุดท้ายเท่านั้น  ต้องเน้นการแสดงหลักฐานเหตุผล”

“แต่ที่สำคัญ ตามที่ผมบรรยายเมื่อสักครู่ ครูไม่ควรตอบคำถามเด็ก เพราะจะทำให้เด็กไม่ได้เรียนรู้   ครูควรถามกลับให้เด็กฝึกตอบคำถามเอง   ยุยงส่งเสริมให้เด็กออกความเห็นต่างๆ กัน  นั่นคือการเรียนรู้อย่างแท้จริง   เด็กต้องเรียนแบบงอกงามความรู้ความเข้าใจ งอกงามทักษะต่างๆ สำหรับการดำรงชีวิตที่ดีจากภายในสมองและจิตใจของเขาเอง   ไม่ใช่เรียนตามที่ครูบอก”

 

ครู  : “ผมคิดว่า เราต้องมีคำตอบที่ถูกต้องให้แก่เด็ก เด็กจะได้ไม่คิดอะไรผิดๆ”

 

วิจารณ์ : “การที่เด็กทุกคนมีอิสระที่จะคิด กล้าคิด กล้าแสดงออก ไม่กลัวว่าความคิดของตนจะผิด หรือเป็นความคิดของคนโง่    และรับฟังความคิดของเพื่อนๆ จะทำให้เด็กได้เรียนรู้ความซับซ้อนของชีวิต ของสังคม และของโลก   นี่คือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑  ถ้าครูตอบคำถาม และกำหนดว่าเฉพาะคำตอบของครูเท่านั้น ที่ถูกต้อง เด็กจะไม่ได้เรียนรู้ทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑   การเปิดโอกาสให้เด็กคิดเอง และฟังความเห็นของเพื่อนๆ   เด็กจะได้เรียนรู้ว่าในสถานการณ์นั้นๆ ทำอย่างไรจึงจะเกิดผลดีที่สุด”

 

“สรุปว่า (๑) ครูต้องพยายามไม่ตอบคำถาม  เน้นตั้งคำถาม เน้นชวนเด็กคิดและหาคำตอบ   (๒) ในชีวิตจริง เรื่องต่างๆ ไม่ได้มีคำตอบเดียว  ครูต้องเน้นที่วิธีคิด มากกว่าคำตอบสุดท้าย   ครูพอจะเห็นด้วยไหมครับ”

 

ครู : “พอจะเข้าใจครับ”

 

          ในการสนทนานี้ รศ. สมชาย วิริยะยุทธกร กรรมการสภาการศึกษา อยู่ในวงสนทนาด้วย

 

           ในการประชุมนี้ ผมไปบรรยายเรื่อง “การวิจัยและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ : พลังพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน”  เสียดายที่การบันทึกเสียงลงใน ppt ไม่สำเร็จ   ผมจึงมีเพียง ppt มาฝาก ดูได้ที่นี่    ท่านที่ต้องการฟังเสียงการบรรยาย ฟังได้ที่นี่ 

 

 

วิจารณ์ พานิช

๓ มิ.ย. ๕๕