เช้าวันอาทิตย์ ผู้เขียนตื่นมาเจ็ดโมงเช้า ตั้งใจจะนอนซุกอยู่ในผ้าหม่ดังเช่นเดิม ขยับมือมาเปิดคอมฯ อ่าน G2K เช้านี้ซะหน่อย ฮืม...ช่วงนี้ใน G2K มีอะไรกันนักนะ มีเรื่องเกี่ยวกับความขัดแย้ง เรื่องเกี่ยวกับการโกหก แต่เรื่องกำลังใจก็ยังคงอยู่ แต่...ความขัดแย้งทำให้รู้สึกหดหู่ในเช้าวันนี้จัง ลองนึกสนุกค้นหาคำว่า ทะเลาะกัน ใน Google.co.th เจอเว็บ 21,300 เว็บ โอ้ย น่าตกใจจริงๆ

เปิดเพลงบรรเลงที่เพื่อนส่งมาให้ของ Ludovico Einaudi ใครก็ไม่รู้ล่ะ แฮะๆ ชื่อเพลง Al Di La Del Vetro แปลว่า Behide the glasses ฮืม...การฟังเพลงที่ไม่มีเนื้อร้องเนี่ย ก็สบายใจไปอีกแบบนะ ไม่ต้องรับรู้ถึงเนื้อหาให้ต้องตีความ เพียงแค่ซึมซาบในสุนทรีแห่งท่วงทำนองเพลง จังหวะ อารมณ์ และความรู้สึกของผู้บรรเลงเพลง เฮ้อ...จะมานอนอยู่ก็คงจะหมดไปอีกวันเหมือนเมื่อวาน ลุกขึ้นไปซักผ้าดีกว่า เช้าวันนี้ฝนยังไม่ตก มีแดดนิดๆ

แปดโมงยี่สิบนาที ทานข้าวเช้าเสร็จ รอผ้าที่กำลังซักอยู่ ได้ยินเสียงฝน เอ้า ตกอีกแล้วล่ะสิเนี่ย เฮ้อ อากาศชวนเหงาอีกหรอวันนี้ มองออกไปนอกหน้าต่าง เอ๋...ฝนตกพร่ำๆ แต่แดดยังออกอยู่นี่หน่า วิ่งไปดูหน้าต่างที่ด้านตรงข้ามกับแดด เย้...!!! มีรุ้งกินน้ำอีกแล้ว ได้เห็นเต็มวงด้วย เพราะคราวนี้แดดเฉียงไปอีกด้าน วิ่งกลับเข้าไปหยิบกล้อง fx8 ตัวเล็กตัวเดิม ออกไปถ่ายรูปรุ้ง วันนี้ต้องถ่ายได้ดีกว่าครั้งก่อนแน่ๆ ในใจคิด ความรู้สึกเปลี่ยนจากเมื่อตอนรู้ว่าฝนตกในทันที

ออกไปถ่าย ได้ภาพนี้มาฝากจ้า

<p>ก่อนนำมาลง ไปปรับ Curve นิดหน่อย เพราะมองไม่เห็นรุ้งไม่ชัด</p><p>ดีใจจัง เช้านี้ทำให้รู้ว่ายังมีสิ่งดีๆ ซ่อนอยู่ในความขมุกขมัวของอากาศขณะฝนตกอยู่ด้วย กลับเข้ามาในบ้าน ยืนมองรุ้งตัวเดิม คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เหมือนกับว่า รุ้งในวันนี้ อยากจะให้เราสดชื่นในเช้าวันอาทิตย์ที่เงียบเหงางั้นหรอ</p><p>มองไปที่รุ้ง รุ้งตัวเดิมตอบรับความรู้สึกชื่นชมของเราด้วยการแปล่งแสงมากขึ้น ฮืม…ที่ปลายขอบรุ้งนั้นไปหยุดที่ไหนนะ หลายๆ คนคงเคยฟังเพลงแล้วตั้งคำถาม เอ๋….แต่ทำไมรุ้งสว่างขึ้นจังล่ะ</p><p>มองไปยิ่งสว่าง ฮืม…แดดมันออกเพิ่มขึ้น แต่ฝนยังคงตกอยู่พร่ำๆ เฮ้ย...นั่นมันรุ้งอีกตัว เฮ้ย...รุ้งสองตัวซ้อนกันเลยนี่ ไม่ได้การ วิ่งกลับไปหยิบกล้องที่ดันเก็บไปแล้ว ไปคว้าหมวกกลัวเป็นหวัด โอ้ย…กุญแจบ้านก็ดันล๊อคไปอีกฉัน</p><p>ออกไปถ่ายรูปเนี่ย แดดก็หายไปหน่อยแล้ว ถ่ายไม่ติดอ่ะ (เทคนิคไม่มี ไม่รู้จะปรับอะไรให้เห็นแสงรุ้งในอากาศแบบนี้เพิ่มขึ้น) เพราะรุ้งตัวที่สองเริ่มจะหายไปเพราะพระอาทิตย์เจอเมฆบังไปเรื่อยๆ มันสว่างน้อยกว่าที่ตาเห็นในตอนแรก แล้วก็ได้ภาพรุ้งกำลังจะหายไปมาฝาก เพราะหลังจากถ่ายรูปนี้ได้ไม่ถึง ห้าวินาที รุ้งตัวที่สองก็หายไปจากท้องฟ้า และรุ้งตัวที่หนึ่งก็หายตามไป</p><p>จะสังเกตุเห็นกันมั้ยนะ รุ้งตัวที่สองข้างบนนั้นหน่ะ</p><p>ยืนรอแดดอยู่พักใหญ่ ลมก็แรง เมฆเคลื่อนตัวเร็วมาก บดบังแสงพระอาทิตย์จนมิด และแล้วรุ้งทั้งสองก็โบกมือลาเราไปแล้ว ไม่มีสายรุ้งแล้ว แต่ความรู้สึกยินดี และดีใจ ยังคงอยู่ หลายคนบอกว่า ฟ้าหลังฝน เราจะได้เห็นแสงแดดสดใส แต่วันนี้ถึงแม้จะมีฝน เราก็ได้เห็นรุ้งสองตัว ที่เกิดจากแดดที่พยายามสดใส ก่อนที่เมฆก้อนใหญ่จะมาแอบบัง ฮ่าฮ่า ^___^ มีความสุขจริง</p><p>เช้านี้ใครจะได้มีโอกาสเห็นอย่างเราบ้างนะ นี่ถ้าผู้เขียนไม่บังคับตัวเองให้แซะออกมาจากเตียงได้ คงไม่ได้เห็นสิ่งสวยงามตามธรรมชาติแบบนี้หรอกนะ จำได้ว่าตอนอยู่เมืองไทย ได้เห็นอยู่บ้างเพราะบ้านอยู่ไกลตัวเมือง ถ้าในเมืองมั่นใจว่าโอกาสจะเห็นนั้นยากเต็มที มลภาวะทางอากาศและตึกอันสูงตั้งตระหง่าเต็มไปหมด</p><p>แต่…ถึงจะเคยเห็น รุ้ง…ที่เมืองไทย ก็ไม่ใสสว่าง ชัดเจน และเต็มวงสองชั้น แบบในวันนี้ หวังว่าวันนึง ที่เมืองไทย คงจะยังคงได้เห็นรุ้งสดใส รุ้งตัวอ้วนอยู่นะ</p><p>ฝากความคิดถึงถึงคนที่อยู่ที่ปลายสายรุ้งนั่นด้วยนะ ว่าคิดถึงมาก</p>