หลักการเรียนรู้สมัยใหม่เน้น Learning by Doing เรียนโดยการกระทำจากผลของการกระทำ
 
          “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”   กรรมหมายถึงการกระทำสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนมา ๒๖๐๐ ปี แล้วมาบรรจบกับหลัก 21st Century Learning พอดี ว่าต้องพัฒนาคนโดยจัดการเรียนรู้ด้วยการให้ผู้เรียนลงมือทำ   การลงมือทำจะทำให้เกิดการเรียนรู้ และเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในสมอง, จิตใจ (จิตวิญญาณ), และร่างกาย

 

          หลักการเรียนรู้สมัยใหม่เน้น Learning by Doing  เรียนโดยการกระทำจากผลของการกระทำ

 

          ผมเปิดหนังสือเล่มใหญ่พุทธธรรมฉบับปรับขยายพ.ศ. ๒๕๕๕ บทที่ ๕ เรื่องกรรมตั้งแต่หน้า ๒๓๔ ถึงหน้า ๓๒๔   เป็นเรื่องกรรมตามหลักศาสนาซึ่งมีเป้าหมายเพื่อชีวิตที่ดีว่าด้วยกรรมดีกรรมชั่วและผลของกรรม

 

          ในทางการเรียนรู้กรรม (การกระทำ) เป็นตัวทำให้เกิดการเรียนรู้และการกระทำต่างแบบทำให้เกิดการเรียนรู้ต่างกันโปรดดูรูปนี้ซึ่งเป็นรูป Learning Pyramidในรูปประกอบด้วยการกระทำ ๗ อย่างเพื่อเรียนรู้  ไล่จากยอดปิระมิดลงมา ได้แก่ (๑) ฟังการบรรยาย  (๒) อ่าน  (๓) ดูภาพประกอบเสียง  (๔) ดูการสาธิต  (๕) อภิปรายกลุ่ม  (๖) ฝึกปฏิบัติ  (๗ สอนผู้อื่น หรือใช้ความรู้นั้นทันที

 

          การกระทำที่จัดไว้ที่ส่วนบนของปิระมิดให้การเรียนรู้ (retention) น้อย   และเมื่อไล่ลงมาก็เกิดการเรียนรู้มากขึ้นๆ   จนถึงการกระทำอันล่างสุด เกิดการเรียนรู้สูงสุด   ในภาพให้ร้อยละของ retention rate ซึ่งเป็นตัววัดเชิงปริมาณ   แต่ผมมีความเห็นว่าที่สำคัญกว่าคือความแตกต่างด้านคุณภาพ คือความลึกและความเชื่อมโยง   จะแตกต่างกันมาก

 

          ตามในภาพ การกระทำ ๓ อย่างล่าง ที่ฐานปิระมิด เป็นการกระทำแบบประยุกต์ใช้ความรู้    หรือปลดปล่อยความรู้ออกจากตัว เพื่อสอนคนอื่น  เพื่อใช้ความรู้ทำงาน  หรือเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนอื่น   เป็นการกระทำเพื่อมุ่งปลดปล่อยความรู้ออกจากตัว และความรู้ก็งอกงามภายในตัว ซึมซับเป็นทักษะที่เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ปฏิบัติได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องคิด   เราอาจเรียกการกระทำเพื่อเรียนรู้กลุ่มนี้ว่า การเรียนรู้แบบสร้างและใช้ความรู้ที่งอกขึ้นภายในตน

 

          การกระทำ ๔ อย่างบน ที่ส่วนยอดของปิระมิด เป็นการกระทำที่มุ่งหวังให้ได้รับถ่ายทอดความรู้สำเร็จรูปจากภายนอก   ทำนองครูเปิดกระโหลกศิษย์แล้วเทความรู้ใส่   ศิษย์ก็จ้องจดจำสาระหรือเนื้อหา    การเรียนรู้แบบนี้จะเรียนได้ตื้นและลืมง่าย   และศิษย์ไม่ได้ทักษะในการเรียนรู้เอง   ไม่มีทักษะในการเชื่อมโยงงอกงามความรู้    เรียกการกระทำเพื่อเรียนรู้แบบนี้ว่า Passive Learning คือเรียนแบบรับถ่ายทอด   ส่วนการกระทำ ๓ อย่างล่าง เป็นวิธีเรียนรู้แบบ Active Learning คือเรียนเอง งอกความรู้เองในตัว ด้วยการลงมือทำที่มุ่งเอาความรู้ที่งอกในตัวนั้นออกสู่ภายนอก คือสอนคนอื่น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทำงาน

 

          มองการเรียนรู้เป็นกรรม (การกระทำ)   จะเห็นว่ามีกรรม ๒ กลุ่ม คือกลุ่มรับความรู้ กับกลุ่มให้ความรู้   กรรมกลุ่มให้ความรู้กลับทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้มาก คือเรียนได้ลึกและเชื่อมโยง ได้ทักษะสำหรับศตวรรษใหม่ (21st Century Skills)  รวมทั้งเกิดทักษะในการเรียนรู้ รวมทั้งแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ด้วย

 

          ตรงกับแนวคิด “ยิ่งให้ ยิ่งได้” 

 

          การเรียนรู้แนวให้ความรู้จึงเป็นการฝึกศาสนธรรมหรือจิตศึกษาไปในตัว
 
 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๓ พ.ค. ๕๕