18 มิ.ย.55 เรื่อง “การจัดกระบวนการเรียนรู้ คู่เครือข่าย สไตล์ กศน.อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย”, 25 มิ.ย.55 เรื่อง “โครงการ สร้างงาน สร้างอาชีพ และกิจกรรมการสอนคนพิการ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี”, 2 ก.ค.55 เรื่อง “การเมืองสีขาว”, 9 ก.ค.55 เรื่อง “วิถีข้าว วิถีชุมชน สร้างคนวังเจ้า”, 16 ก.ค.55 เรื่อง “งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสมุทรสาคร”
รายการสายใย กศน. วันที่ 16 กรกฎาคม 2555
เรื่อง “งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสมุทรสาคร”
ดำเนินรายการโดย นายวสันต์ บุญหนุน
วิทยากร คือ
- ขวัญกมล แก้วคง หัวหน้าส่วนส่งเสริมและบริการ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสมุทรสาคร
- นายสุเมธ ปะหุปะโพธิ์ นักวิชาการศึกษา ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสมุทรสาคร
ปัจจุบันศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศมี 16 แห่ง สำหรับศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสมุทรสาคร ( รับผิดชอบพื้นที่ จ.สมุทรสาคร สมุทรปราการ สมุทรสงคราม เพชรบุรี นนทบุรี กรุงเทพฝั่งธนบุรี เปิดบริการทุกวัน หยุดเฉพาะวันนักขัตฤกษ์ ) มีคำขวัญว่า “กิจกรรมเด่น เน้นปฏิบัติจริง ทุกสิ่งเป็นวิทยาศาสตร์ รักษ์ธรรมชาติป่าชายเลน” เพราะพื้นที่ศูนย์ฯอยู่ติดป่าชายเลน ( จ.สมุทรสาครมีป่าชายเลนมาก ) จึงส่งเสริมเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติป่าชายเลน จัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนให้เด็กที่เข้ามาร่วมกิจกรรมในศูนย์ฯ
กิจกรรมเด่นอื่น ๆ เช่น
- กิจกรรมฐานการเรียนรู้ 7R เป็นกิจกรรมค่ายเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรและพลังงาน โดยใช้หลักของ 7R ซึ่งมีดังนี้
1. Reject การรู้จักปฏิเสธ หรืองดการใช้สิ่งของที่เห็นว่าเป็นการทำลายทรัพยากรและสร้างมลพิษให้เกิดขึ้นแก่สิ่งแวดล้อม
2. Reuse การรู้จักหมุนเวียนนำสิ่งของที่ใช้แล้วมาใช้ใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
3. Reduce การรู้จักลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานเท่าที่จำเป็น
4. Repair การรู้จักซ่อมแซมฟื้นฟูสิ่งของเครื่องใช้ที่สึกหรอให้สามารถใช้ประโยชน์ได้
5. Recycle การรู้จักหมุนเวียนนำสิ่งของที่ทิ้งแล้วหรือเศษสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วกลับมาผ่านกระบวนการผลิตใหม่และสามารถนำไปใช้ได้
6. Rethink การคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองที่จะช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรและพลังงาน การรณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อนจะไม่เกิดผลหากทุกคนที่ได้รับฟังข้อมูลไม่ตระหนักว่าตนเองต้องเปลี่ยนแปลง
7. Return การเลือกใช้สินค้าที่สามารถส่งคืนบรรจุภัณฑ์สู่ผู้ผลิตได้
- ฐานการเรียนรู้เปิดโลกธรณีและสวนไดโนเสาร์ เป็นนิทรรศการถาวร
- กิจกรรมการประดิษฐ์ว่าวเตตระฮีดรอน ( ว่าวสมานฉันท์ : ว่าวปิรามิดฐานสามเหลี่ยม ) ใช้หลอดดูดน้ำทำโครง
- กิจกรรมการประดิษฐ์และแข่งขันจรวดขวดน้ำ
ฯลฯ
บทบาทหน้าที่ของศูนย์วิทย์ฯสมุทรสาคร
1. จัดกิจกรรมค่าย
2. จัดนิทรรศการ ทั้งนิทรรศการถาวร และนิทรรศการเคลื่อนที่ซึ่งมีรถนิทรรศการ 2 คัน ( รถดาราศาสตร์เครื่อนที่ มีท้องฟ้าจำลองและภาพยนตร์ 3 มิติ เข้าชมได้ครั้งละ 30-40 คน รอบละประมาณ 20 นาที และมีกิจกรรมเสริมอื่น ๆ กับรถห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เคลื่อนที่ )
3. การบริการวิชาการ บริการทั้งเด็ก ครู และประชาชนทั่วไป เช่นอบรมเรื่องการสอนแบบโครงงาน ( ส่งเสริมกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 5 ขั้นตอน, การสร้างสื่อทางวิทยาศาสตร์อย่างง่าย )
4. กิจกรรมการศึกษา เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความรู้ บทความต่าง ๆ ด้านวิทยาศาสตร์ ทางสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออินเตอร์เน็ต เคเบิ้ลทีวี วิทยุชุมชน
วันที่ 15-19 สิงหาคม 2555 จะจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ( ศูนย์วิทย์ฯอื่น ๆ ก็จัดเช่นกัน )
โดย 15-17 ส.ค. จะเป็นกิจกรรมสำหรับเด็กในระบบโรงเรียน วันที่ 15 เป็นการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) คัดเลือกผู้ชนะที่ 1 ไปแข่งขันที่อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ, เปิดฐานการเรียนรู้ทั้งหมด 15 ฐาน ให้เรียนรู้ตามอัธยาศัย, กิจกรรมสิ่งประดิษฐ์จากป่าชายเลน, กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาอาชีพ สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ , 7 R
วันที่ 17 ส.ค. แข่งขันการประดิษฐ์เครื่องร่อนจากหลอดกาแฟ, แข่งขันจรวดขวดน้ำประเภทยิงไกลกับประเภทแม่นยำระยะทาง 80 เมตร
วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 18-19 ส.ค. เป็นกิจกรรมสำหรับนักศึกษา กศน.และประชาชนทั่วไป เช้าวันที่ 18 สักการะพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย, กิจกรรมส่งเสริมอาชีพนักศึกษา กศน. สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ เปิดฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้ชม
วันที่ 19 กิจกรรม Open house สำหรับนักศึกษา กศน.
ดูรายละเอียดที่ http://www.scissk.net หรือโทรศัพท์ 034-452122 การติดต่อค่ายต้องติดต่อล่วงหน้าหลายเดือนเพราะเต็ม
ศูนย์วิทย์ฯสมุทรสาครเป็นตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับสำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร จะจัดงาน “สมุทรสาครเอ็กซ์โป 2012” ในวันที่ 30 สิงหาคมถึง 9 กันยายน ( จัดทุกปี ) ศูนย์วิทย์ฯเน้นดาราศาสตร์ เครื่องเล่นทางวิทยาศาสตร์ เชิญเครือข่ายไปร่วมด้วย เช่นการทำกล้องดูดาวด้วยท่อ PVC
รายการสายใย กศน. วันที่ 9 กรกฎาคม 2555
เรื่อง “วิถีข้าว วิถีชุมชน สร้างคนวังเจ้า”
ดำเนินรายการโดย นายวสันต์ บุญหนุน
วิทยากร คือ
- ดร.รณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล ผอ.กศน.อ.วังเจ้า จ.ตาก
- นายธนะพล คุ้มผล ผู้ช่วยกำนัน ตำบลเชียงทอง
- นายนิยม หล่าพรม สมาชิก อบต.นาโบสถ์
อาชีพหลักของคนวังเจ้าคือการเกษตร ปลูกพืชมากกว่าเลี้ยงสัตว์ ( พืชไร่ กับพืชสวน ) ใช้สารเคมีเยอะ มีปัญหากับสุขภาพชุมชน ปลูกข้าวทุกหมู่บ้าน กศน.อ.วังเจ้าจึงใช้ข้าวเป็นประเด็นหลัก ร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และ มูลนิธิเพื่อนพึ่งภายามยาก ร่วมกันทำข้าวให้เป็นยา เลือกใช้ข้าวพันธุ์ไร้ซ์เบอร์รี่ ซี่งมีสารที่ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ต้านการเกิดโรคมะเร็ง มีปริมาณน้ำตาลต่ำ ป้องกันโรคเบาหวาน ความดัน พัฒนาการปลูกเข้าสู่ระบบอินทรีย์ คือเลิกใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี ใช้มูลวัวมูลควาย เพื่อให้วิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมเมื่อ 40 ปีก่อน กลับคืนมา ( คัดเลือกผู้สูงอายุในอำเภอ 100 คน มาตรวจสุขภาพ และให้ทานข้าวนี้ 1 สัปดาห์ จากนั้นตรวจสุขภาพใหม่เพื่อดูความแตกต่าง ) เริ่มแรกใช้ปุ๋ยมูลไก่หมัก 140 ก.ก./ไร่ เพื่อฟื้นฟูสภาพดิน และเติมมูลวัวมูลควายทุกรอบการทำนา สภาพดินจะกลับมาสมบูรณ์ใน 3 รอบการทำนา
ให้ผู้เข้าร่วมโครงการ 198 ราย ทดลองปลูกเพียงคนละ 1-2 ไร่ก่อน ( รวม 290 ไร่ ) เมื่อรู้ว่าดีแล้วจึงให้เพิ่มพื้นที่ปลูก บริโภคครึ่งหนึ่งขายครึ่งหนึ่ง ในปีแรกศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวรับซื้อตันละสองหมื่นบาท ( ถ้าเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมือง ตันละ 6,000 บาท ) ปีต่อไปเมื่องดหรือลดสารเคมีลงอีก ความเป็นอินทรีย์จะมากขึ้น ศูนย์วิทยาศาสตร์จะรับซื้อราคาแพงขึ้นปีละ 5,000 บาท/ตัน จนเมื่อได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จะราคาตันละสามหมื่นถึงสามหมื่นห้าพันบาท
ข้าวพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่ จะมีอายุจากวันโยนกล้าถึงวันเก็บเกี่ยว 130 วัน ต้นสูง 90-120 ซม. พันธุ์ข้าว 10 ก.ก. จะเพาะกล้าในถาดหลุมรูเล็กได้ 230 ถาด 1 ไร่ใช้ 60 ถาด ตกไร่ละเพียงประมาณ 3 ก.ก. จึงลดต้นทุนการผลิตลง
การปลูกข้าวแบบอินทรีย์โดยการทำนาโยนนี้ เพิ่งเริ่มทำเวทีประชาคมเมื่อเดือน พ.ค.55 จากนั้น สอนการหยอดกล้าลงในถาดหลุม ( ลดเวลาถอนกล้า เวลาดำนา ไม่ปวดหลัง กล้าไม่บอบช้ำ )
ในอนาคตจะส่งเสริมให้ทำเกษตรอินทรีย์กับพืชไร่พืชสวนอื่น ๆ เช่น อ้อย ลำไย มะนาว ให้ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ต่าง ๆ และจะเปิดหลักสูตร ปวช.กศน.สาขาเกษตรกรรม ( เกษตรอินทรีย์ )
ข้าวพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่นี้ จะจำหน่ายราคาแพงเพราะผลิตยากและมีสารอาหารที่เป็นยา แพ็กเก็ตแบบสูญญากาศ ( เครื่องแพ็กตัวละสองหมื่นกว่าบาท ) ถุงละ 1 ก.ก. ราคา 60-80 บาท (ข้าวกล้องพันธุ์อื่น ก.ก.ละ 45-48 บาท ) 1 ก.ก. คนหนึ่งทานได้ประมาณ 6 มื้อ ตกมื้อละ 10 บาท ผลผลิต 200-700 ก.ก./ไร่ ( ที่วังเจ้า จะได้ 500 ก.ก./ไร่ ถึงแม้จะน้อยกว่าข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ได้ผลผลิต 1,000 ก.ก./ไร่ แต่ราคาดีกว่าโดยจะขายข้าวเปลือกได้ ก.ก.ละ 20 บาท ปลูกได้ตลอดปีถ้ามีน้ำ ที่ดีที่สุดคือเริ่มเพาะกล้า 1 ก.ค. โยนกล้าวันแม่เกี่ยวข้าววันพ่อ
นอกจากจะทำให้วิถีข้าว วิถีชุมชน กลับคืนมาแล้ว กศน.อ.วังเจ้า จะสร้างคนวังเจ้า ให้เป็นคน ก. ศ. น.
- ก. คือ การเรียนรู้ บุคคลแห่งการเรียนรู้ ชุมชนแห่งการเรียนรู้
- ศ. คือ การศึกษา รักการศึกษา ใฝ่หาความรู้อยู่ตลอดชีวิต
- น. คือ เป็นผู้นำ กล้าคิดกล้าทำ
จ.ตาก เป็นประตูแห่งอาเซียนที่เข้ามาจากพม่าต้องผ่านวังเจ้า จึงต้องเตรียมคนวังเจ้าให้รู้ภาษาอาเซียนคือภาษาอังกฤษ โดย กศน.อ.วังเจ้าคิดค้นหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับผู้นำชุมชน ให้ครูในโรงเรียนของ อ.วังเจ้าที่จบเอกภาษาอังกฤษ 13 คน มาร่วมกับ กศน.เป็นวิทยากรสอน ( ปัจจุบันชาวพม่าพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าคนไทย ) ทำแบบเรียนขึ้นมา เรียนทุกวันเสาร์อาทิตย์ และจัดทำเป็น VCD ให้ไปฝึกที่บ้านได้ด้วย มั่นใจว่า 1 ปีผ่านไป ภาษาอังกฤษของคนวังเจ้าจะดีขึ้น
วันที่ 30 กค.- 1 ส.ค.55 จ.ตากจะมีงานมหกรรมแสดงกิจกรรมของศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ที่ห้องสมุดเฉลิมราชกุมารี จ.ตาก
รายการสายใย กศน. วันที่ 2 กรกฎาคม 2555
เรื่อง “การเมืองสีขาว”
ดำเนินรายการโดย นายวสันต์ บุญหนุน
วิทยากร คือ
- ดร.ไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดปทุมธานี
- นายวันดี จอดนอก ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดคุณหญิงส้มจีน
การเมืองสีขาวคือ การเมืองที่สะอาดบริสุทธิ์ไม่มีทุจริตคอรัปชั่นโกงกิน การเลือกตั้งทุกระดับบริสุทธิ์ยุติธรรมไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง ปัจจุบันการเมืองเป็นสีดำหรือสีกระดำกระด่าง ( สีเทา ) ต้องรณรงค์ให้การเมืองสีขาวอยู่ในใจของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ บ้านเมืองจะได้สะอาด ได้รับความร่วมจาก 4 หน่วยงานคือ สพฐ. กกต. กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และ กศน.
การซื้อสิทธิขายเสียงคือที่มาของการคอรัปชั่น เพราะต้องถอนทุน นักการเมืองทำโครงการต่าง ๆ กินค่าคอมมิชชั่น รัฐบาลต้องกู้เงิน ทำให้หนี้สาธารณะเพิ่ม ถ้าไม่ทำให้การเมืองเป็นสีขาว หนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้น ประเทศย่ำอยู่กับที่ ต้องเปลี่ยนจาก “เงินไม่มากาไม่เป็น” เป็น “เงินไม่สนเลือกคนดี” ไม่เลือกนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ซื้อเสียง ( ที่ จ.ปทุมธานี การซื้อสิทธิขายเสียงลดลง นักเรียนเกลียดการซื้อสิทธิขายเสียง-การทุจริตคอรัปชั่น )
พี่น้องประชาชนและพี่น้อง กศน. ต้องช่วยกันเผยแพร่ ช่วยกันปฏิบัติการไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ถ้าพบการทุจริตให้แจ้งตู้ ปณ.1102 กรุงเทพฯ และ Call centre สายตรงวุฒิสภา 1102 หรือแจ้ง กกต. แจ้งตำรวจ ปปช. DSI
ทีมงานจะไปไปเผยแพร่เรื่องการเมืองสีขาวในจังหวัดต่าง ๆ ทุกวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ ไปได้ประมาณ 20 จังหวัดแล้ว มีเป้าหมายจะไปทั่วประเทศ ในรูปของการบรรยายโดยทีมวิทยากร ให้ลูกหลานเยาวชนนักเรียน ประชาชน ได้ซึมซับ มีการตั้งคำถามกันระหว่างวิทยากรกับผู้รับฟัง โดยวันศุกร์จะไปที่กลุ่มนักเรียน ม.ปลาย วันเสาร์กลุ่มองค์กรท้องถิ่นคือ อบต. เทศบาล อบจ. วันอาทิตย์กลุ่ม นศ.กศน. นักศึกษา กศน. ต้องนำอุดมการณ์ไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ต่อ
มีการจัดทำเว็บไซต์เรื่องการเมืองสีขาว ที่ http://paiboon.org
การเมืองสีขาวจะเป็นไปได้ต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งขณะนี้ประชาชนตื่นตัวเรื่องการเมืองสีขาวมาก
นักเรียนระดับ ม.ปลาย ยังเป็นกลุ่มพลังบริสุทธิ์อยู่ จะออกไปเลือกตั้ง จึงรณรงค์กับกลุ่มนี้ก่อนที่จะถูกครอบงำ ถ้าการเมืองสีขาว จะได้ ส.ส. ส.ว. รัฐบาล กำนันผู้ใหญ่บ้าน อบต. เทศบาล อบจ. สีขาว
นักเรียนสนใจการเมืองไม่แพ้ผู้ใหญ่ การรณรงค์ช่วยทำให้นักเรียนเกลียดการทุจริตคอรัปชั่นเป็นอันดับหนึ่ง อันดับสองคือไม่ชอบการซื้อสิทธิ์ขายเสียง พร้อมที่จะเป็นการเมืองสีขาว ซึ่งจะล้างไล่การเมืองสีดำให้หมดไปในอนาคต
การรับเงินแล้วไม่เลือกเขา พระท่านบอกว่าไม่บาป เพราะเขาซื้อเสียงด้วยเจตนาไม่สุจริตตั้งแต่แรก การไม่เลือกเขาเป็นการไม่ส่งเสริมคนชั่ว จึงไม่บาป
ทุกคนมั่นใจว่าการเมืองสีขาวจะเกิดขึ้นแน่นอนในประมาณ 10 กว่าปีนี้ ถ้าสื่อมวลชนช่วยก็จะเร็วขึ้น และจะทำให้บ้านเมืองเราอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก เพราะมีความพร้อมพื้นฐานอื่น ๆ อยู่
การเมืองเกี่ยวข้องกับชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย จะเบื่อการเมืองไม่ได้ ต้องไปเลือกตั้งเพื่อส่งเสริมคนดี ถ้าไปเลือกตั้งคนดีกันมาก ๆ การซื้อเสียงจะไม่ได้ผล ถ้าประชาชนเบื่อ จะทำให้ “การเมืองจัดตั้ง” ชนะการเมืองสีขาว
ถ้ารวมกันได้ 100-200 คน ให้ประสานทีมวิทยากรไปบรรยาย ( ไม่มีค่าใช้จ่าย )
“พัฒนาเศรษฐกิจ พิชิตคอรัปชั่น สกัดกั้นการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ด้วยการเมืองสีขาว”
การเมืองจะขาวหรือดำ อยู่ที่ผู้เลือกตั้ง
รายการสายใย กศน. วันที่ 25 มิถุนายน 2555
เรื่อง “โครงการ สร้างงาน สร้างอาชีพ และกิจกรรมการสอนคนพิการ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี”
ดำเนินรายการโดย นายวสันต์ บุญหนุน
วิทยากร คือ
- นิ่มนวล คำปลื้ม ผอ.กศน.อ.จอมบึง สำนักงาน กศน.จ.ราชบุรี
- ธนิศร พิณทอง ประธานสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
- นายชัยวัฒน์ ทองจีน ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอจอมบึง
- วารุณี จันทร์โตศรี ครูสอนคนพิการ
- ประไพ ฮ้อจงเจริญ นักศึกษาวิชาชีพนวดแผนไทย
จังหวัดราชบุรีมีผู้สูงอายุมาก สามหน่วยงานคือ สาธารณสุขอำเภอจอมบึง กศน.อำเภอจอมบึง และ ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จึงร่วมกันจัดฝึกอบรมอาชีพนวดแผนไทย หลักสูตร 100 ชั่วโมงขึ้น ( ขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดการเรียนการสอน ยังไม่จบ ) มีผู้เรียน 20 คน เป็น อสม.ทั้งหมด
ถ้าเรียนจบ ผู้เรียนจะสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัว รวมทั้งสามารถนำไปประกอบอาชีพอิสระที่กำลังได้รับความนิยมมาก โดยอาจทำที่บ้านหรือรวมเป็นกลุ่ม ในส่วนของ ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผู้เรียนสามารถนำการผ่านหลักสูตรนี้ไปประกอบการขอใบประกอบโรคศิลป์ และเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนหลักสูตรปริญญาตรี สำหรับสาธารณสุข ถ้าผ่านหลักสูตร 372 ชั่วโมง จะบรรจุเป็นแพทย์แผนไทยประจำ รพ.สต. ( ค่าจ้างเดือนละ 5,800 บาท สามารถออกใบเสร็จการนวดแผนไทยได้ ชั่วโมงละ 100 บาท แต่ละแห่งบรรจุได้มากกว่า 1 คน ) ดังนั้น เมื่อจบหลักสูตร 100 ชั่วโมง จึงมีโครงการจะต่อยอดต่อไปเพื่อให้ครบ 372 ชั่วโมง
เนื้อหาในการเรียนหลักสูตร 100 ชั่วโมงนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 การเรียนรู้ภาคทฤษฎี-ภาคปฏิบัติ
- ร่างกายมนุษย์
- การนวดกดจุดบนใบหน้า ที่สะท้อนไปยังอวัยวะต่าง ๆ
- การนวดผ่อนคลาย แก้อาการปวดศีรษะ ปวดคอ ลดเซลลูไลท์ ( ละลายไขมัน ) รักษาโรค เช่นนิ้วล็อค
ส่วนที่ 2 ช่องทางอาชีพ
- การเขียนโครงการอาชีพเพื่อรับการสนับสนุนจากองค์กรต่าง ๆ
โครงการด้านการพัฒนาอาชีพต่อไปของ กศน.อ.จอมบึง คือจะพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร เช่น ปุ๋ยชีวภาพ เพาะเห็ด เพราะ อ.จอมบึง เป็นสังคมเกษตร
และเนื่องจากชุมชนจอมบึงมีคนพิการมาก ( สำรวจได้เกือบ 500 คน ส่วนใหญ่อายุมากแล้ว ) กศน.อ.จอมบึงจึงจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับคนพิการขึ้น ตั้งแต่ภาคเรียนที่แล้ว ภาคเรียนนี้เป็นภาคเรียนที่ 2 มีนักศึกษา 25 คน ( พิการทางสมอง 5 คน พิการทางร่ายกาย 20 คน ) ครูคนเดียว ไปสอนถึงบ้าน ระยะทางประมาณ 20 กม. ได้ค่าน้ำมันรถจักรยานยนต์เดือนละ 1,000 บาท ผู้เรียนที่ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ให้เข้าหลักสูตรผู้ไม่รู้หนังสือก่อนเข้าหลักสูตรระดับประถม และสอนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่นฝึกคนแขนขาดให้สวมเสื้อเองได้ ซึ่งฝึกค่อนข้างยาก แม้แต่การจับปากกาขีดเส้น ต้องร่วมมือกันระหว่างครูกับผู้ดูแลที่บ้าน
ถ้าพิการทางด้านสมอง สติปัญญา จะมีปัญหาอุปสรรค ต้องสอนซ้ำหลาย ๆ ครั้ง ต้องดึงให้เขาสนใจการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
คนพิการที่ไม่ได้เรียนกับครูผู้สอนคนพิการ กศน.อำเภอจะจัดการศึกษาตามอัธยาศัยให้ เช่นส่งหนังสือไปให้อ่าน และต่อไปจะฝึกอาชีพสำหรับคนพิการ เช่นจักสาน
ครั้งแรกครูผู้สอนคิดว่าจะได้มาเป็นครูสอนอยู่ที่เดียว ไม่ได้ไปสอนภายนอก แต่เมื่อต้องไปสอนถึงบ้าน ระยะแรกก็รู้สึกเหนื่อย แต่ตอนนี้รู้สึกสนุกกับการสอน
ในภาคเรียนหน้า จะพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสำหรับคนพิการโดยเฉพาะ เพราะหลักสูตรรวมของ กศน.ค่อนข้างยาก ต้องคุยกัน เช่นเรื่องการสอบปลายภาคระดับประถมสำหรับคนพิการต้องแยกต่างหากได้
รายการสายใย กศน. วันที่ 18 มิถุนายน 2555
เรื่อง “การจัดกระบวนการเรียนรู้ คู่เครือข่าย สไตล์ กศน.อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย”
ดำเนินรายการโดย นายคุปต์ มะรินทร์
วิทยากร คือ
- นายสำราญ ใจดา ผอ.กศน.อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย
- นายสมชาย นาโตนด ครู กศน.ตำบลตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย
- นายธนพร อินดี ครูอาสาสมัคร กศน.อ.บ้านด่านลานหอย
- นายสิงห์ วุฒิชมภู ภูมิปัญญาท้องถิ่นบ้านวังหาด ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย
เนื่องจากกลุ่มเป้าหมาย กศน.มีมาก กศน.ทำเองไม่ทันการ ต้องใช้เวลาหลายสิปปี กศน.อ.บ้านดานลานหอยจึงอาศัยความร่วมมือกับเครือข่าย โดย กศน.อ.บ้านดานลานหอยจัดการศึกษาเอง 40 % และให้เครือข่ายจัดการศึกษา 60 % เช่น
- การจัดองค์ความรู้ที่บ้านวังหาด (แหล่งโบราณคดีบ้านวังหาด )
- ภาคีเครือข่าย ( ชุมชน ) จัดการเรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ( เรื่องเล่าขานตำนานท้องถิ่นตำบลตลิ่งชัน )
- จัดกระบวนการเรียนรู้สู่ประตูอาเซียน
หลักการคือ สร้างองค์ความรู้โดยชุมชน โดยร่วมมือกับ ม.รามคำแหง สังเคราะห์องค์ความรู้จากการพูดคุยกับผู้เฒ่าผู้แก่ สรุปเป็นรูปเล่มไว้ให้คนรุ่นหลังเรียนรู้ และทำเป็นหลักสูตรท้องถิ่นบรรจุในหลักสูตรสถานศึกษา นักศึกษา กศน.ต้องไปเรียนรู้จากชุมชน เน้นให้ประชาชนช่วยกันปกปักรักษาวัตถุโบราณประวัติศาสตร์สุโขทัย
ประธานกลุ่ม คือ บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อและการยอมรับให้ดำรงตำแหน่งโดยได้รับรับรอง การสนับสนุนจากสมาชิกภายในกลุ่มจะเป็นลักษณะในรูปของประธานกลุ่มเหมือนกันค่ะ
กลุ่มอะไร ใช่กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบล หรือเปล่า เขาเลือกประธานกองทุนฯระดับตำบลกันแล้วหรือครับ
ปัญหารายชื่อตกมีไม่กี่คนค่ะและได้แก้ไขเรียบร้อยแล้ว
ดีครับ
บางอำเภอบางจังหวัดมีปัญหามาก
กศน.ถูกตำหนิเละเลย