ผมเปิดพลิกดู...และสังเกตบันทึกของตนเองในช่วงที่ผ่านมา...

แต่ละบันทึก...เหมือนสิ้นเรี่ยวแรง...ไม่ปลอบโยนตนเอง...และให้กำลังใจตนเองเหมือนเช่นเคย

ผมมีเหตุผลให้ตัวเองว่า...เป็นเพราะกำลังกายที่ใช้ไปในการเข้าค่าย....กระโดดมาทำงานประจำ....และต้องกลับมาสะสางงานที่บ้าน

ทำให้เกิดอาการเบลอและเหน็ดเหนื่อยมากมาย

เพราะผมนอนน้อยชั่วโมงด้วย

 

 

จึงเป็นบทเรียนให้ผมเป็นอย่างดีว่า...

ชีวิตของผมต้องประกอบด้วยสามส่วนที่ลงตัวกันอย่างสมบูรณ์

เหมือนสารเคมีก่อเป็นสสารบางอย่าง...ที่ขาดอะไรไปมากน้อยตามสูตรไม่ได้

กำลังกาย-กำลังใจ-กำลังจิตวิญญาณ

และการเดินทางสายกลางตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้

 

 

แต่ถึงอย่างไร....เมื่อผมเริ่มทำงาน...แม้เหนื่อยเท่าไหร่

ก็....the show must go on…ร่ำไป

ตอนทำงานอยู่ก็คิดและร่างแผนผังความคิดในใจว่า

จะเขียนบันทึกเก็บไว้อย่างนั้นอย่างนี้...แต่พอจะนั่งเขียน

ใจอยากเขียน....แต่ปลายนิ้วพิมพ์ต่อไปไม่ได้...

 

 

เช่นบันทึกนี้...เด็กในค่าย...กำลังปั้นดินน้ำมันสื่อถึงครอบครัว

มีใครในบ้านบ้าง ?

บทบาทในครอบครัวของทุกคนเป็นอย่างไง ?

ถ้าขาดใครสักคน...เราจะเป็นอย่างไร ?

อื่นๆ อีกมายมาย…

 

 

น้องของผม...เล่าเรื่องราว และปั้นดินน้ำมันได้สวยมาก และมีเนื้อหาสะท้อนภายในจิตใจ

ทุกคนมีด้านดีของจิตใจเสมอ...ถ้าเรากระตุ้น...และตัวเองมีแรงบันดาลใจ

ในการพลิกด้านดีออกมา...โลกของเราจะมีความงดงาม และเคลื่อนไหวได้อีกยาวนาน…

 

 

ศิลปะในค่าย...ศาสตร์นี้

ช่วยปลุกกำลังกาย-กำลังใจ-กำลังจิตวิญญาณของผมได้อย่างดี

แต่ตอนนี้ขอเก็บความทรงจำกับรูปภาพการปั้นดินน้ำมันของน้องมากมาก

เพื่อเติมแรงบันดาลใจให้ผมเช่นกัน...