วันนี้ขอเสนอภาษาผู้ไทวันละคำด้วยชื่ออาหารประเภทเครื่องจิ้มชนิดหนึ่งค่ะ..  แจ้วซ้อม  ซึ่งก็คือแจ่วบองนั่น เองค่ะ  แจ้วซ้อมที่ผู้เขียนเห็นคุณแม่ทำจะเริ่มด้วยการเตรียมวัตถุดิบก่อนซึ่งจะมีข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม พริกแห้ง ปลาร้า ท่านจะซอย ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียมเอาไว้ก่อนแล้วมาคั่วพริกด้วยไฟอ่อนๆจนสุก (ถ้าไฟแรงจะทำให้ไหม้ก่อนและมีกลิ่นแรงมากกว่าคั่วไฟอ่อน)แล้วก็โขลกพริกคั่วให้ละเอียดแล้วใส่ตะไคร้ลงไปตามด้วยข่าเมื่อแหลกแล้วจึงใส่หอมกระเทียมลงไปเมื่อแหลกได้ที่(แม่ผู้เขียนจะตำจนเมล็ดพริกแหลกไม่เหลือเป็นเม็ดๆเลย) ก็ใส่ปลาร้าลงไปและตำจนแหลกเหนียว(ปลาร้าที่ใช้เป็นปลาร้าดิบที่หมักมาเกินหนึ่งปีแล้วหากยังไม่ถึงปีก็ต้องทำให้สุกก่อน)เสร็จแล้วก็เก็บใส่ภาชนะไว้กินได้นาน ที่เรียกแจ่วบองว่าแจ้วซ้อมนั้นน่าจะเรียกตามวิธีการทำคือการตำแจ่วบองนานๆจนแหลกละเอียดนี้ผู้ไทจะเรียกว่าซ้อมค่ะส่วนแจ่วก็เรียกว่าแจ้ว แจ่วที่ตำแบบนี้จึงเรียกแจ้วซ้อม) อันที่ติดครกก็เอาข้าวเหนียวมาเช็ดจนเกลี้ยง(ผู้ไทเรียกว่า ลู้ยซก)แล้วเอาไปกินได้อีกค่ะ(ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าค่ะไม่ให้ได้ทิ้งเลยค่ะ555)  ถ้าไม่มีอะไรจะกินก็เอาข้าวเหนียวมาปั้นแล้วบิตรงกลางออกเอาแจ้วซ้อมไว้ตรงกลางแล้วปั้นข้าวให้หุ้มแจ้วไว้แล้วบิกินทีละคำเรียกอาหารเมนูนี้ว่าเข๊าหม๊องแจ้ว  ก็พอแก้หิวได้ เป็นอาหารจานด่วน แต่ก็แสบท้องดีนักแลถ้าไม่อยากให้แสบท้องก็กินร่วมกับอย่างอื่นเช่นปลา ไข่ เนื้อ ผัก การหม๊องข้าวนี้นอกจากแจ่วแล้วก็อาจจะหม๊องไค่(ไข่) หม๊องป๋า(ปลา)หรือเม่นแก่ว(มันเทศ)หรือ มะขาม ก็ได้ หม๊องเข๊าหมายถึงการเอากับข้าวไปไว้ตรงกลางปั้นข้าวเหนียวไว้ให้บิกินทีละคำแทนการจิ้มทีละคำ ซึ่งจะสะดวกในการถือจึงนิยมทำให้เด็กๆถือไปกิน การทำอย่างนี้ผู้ไทเรียกว่าหม๊องส่วนผู้ลาว(ไทอิสาน)เรียกว่าบายค่ะ เช่น เข่าบายหมากขาม(ภาษาผู้ลาว)ผู้ไทก็จะบอกว่าเข๊าหม๊องหมะห่าม ผู้เขียนมักจะได้กินแต่ข้าวหม้องไข่ ส่วนข้าวหม้องปลาไม่ค่อยจะได้กินบ่อยนักข้าวหม้องเม่นก็ไม่ค่อยได้กินส่วนมากถ้าหม๋กเม่นแล้วก็มักจะกินแต่เม่นหม๋กไม่ได้เอามาหม้องข้าวอีก พูดถึงอาหารด่วนพอแก้หิวได้อีกอย่างที่อร่อยมิรู้ลืมคือ เ ข๊าโฮ่ยเก๋อ(ข้าวโรยเกลือ)มีรสเค็มๆมันๆกินแก้หิวได้ดีไม่แสบท้องแต่กินบ่อยๆอาจขาดอาหารเพราะอิ่มก่อนเลยไม่ได้กินอย่างอื่น เหมือนกับกินขนมกรุบกรอบ  นอกจากนี้ในหน้ามะม่วงก็จะมีของกินง่ายๆอีกชนิดหนึ่ง ที่เด็กๆเมื่อก่อนชอบกินของกินนั้นคือเข๊าญัดหมะโม้งเรียกตามวิธีการทำค่ะคือเอาข้าวเหนียวยัดเข้าไปในมะม่วง มะม่วงที่ใช้ทำก็คือมะม่วงป่าชนิดหนึ่งผู้ไทเรียกหมะโม้ง(มะม่วง)กะส่อ  มะม่วงกะสอนี้จะเป็นมะม่วงรูปยาวๆรีๆเปลือกเหนียวเนื้อข้างในและๆมีน้ำมาก ตอนอ่อนๆกินกับน้ำพริกจะอร่อยแต่พอแก่ๆใกล้จะสุกจะเปรี้ยวมากผู้เขียนไม่ทราบว่าไทกลางเรียกว่ามะม่วงอะไรแต่ก็เป็นมะม่วงป่าชนิดหนึ่ง เมื่อได้มะม่วงสุกซึ่งเก็บใต้ต้นมาแล้วล้างให้สะอาดตัดตรงขั้วหรือง่ายๆก็กัดเอาแล้วบ้วนทิ้ง บีบเมล็ดมะม่วงขึ้นไปทางขั้วเอาเมล็ดมาดูดกินเนื้อหรือจะไม่กินก็ได้แล้วก็จะได้ถุงมะม่วงคือผลมะม่วงที่ไม่มีเมล็ดและเปิดทางขั้วก็จะมีเนื้อม่วงปนน้ำอยู่ข้างในเราก็เอาข้าวเหนียวยัดลงไปจนเต็มแล้วก็คลึงเบาๆให้ข้าวกับมะม่วงเข้ากันแล้วก็กินข้าวคลุกมะม่วงนี้ทางปากถุงพร้อมกับบีบรีดข้าวจากทางก้นถุงมะม่วงขึ้นไป ก็จะอร่อยตรงนี้ล่ะค่ะไม่มีมีดก็สามารถกินข้าวกับมะม่วงได้ แต่วิธีนี้ใช้กับมะม่วงอกร่องไม่ได้ค่ะเพราะบี้อาเมล็ดออกไม่ได้ค่ะ  ก็จบอาหารง่ายๆด่วนๆไว้แต่เท่านี้ก่อนนะคะเล่าถึงแจ่วทำไมมาจบที่มะม่วงก็ไม่รู้นะคะ

        วันนี้ได้กล่าวถึงภาษาผู้ไททั้งหมดมีดังนี้ค่ะ

แจ้วซ้อม  หมายถึง  แจ่วบอง

ลู้ย  หมายถึงเช็ด แต่ใช้เฉพาะเช็ดภาชนะที่มีอาหารติดอยู่เท่านั้น ถ้าเช็ดโต๊ะจะพูดว่าเซ็ดโต๋ะ  จะไม่พูดว่าลู้ยโต๋ะ

โต๋ะ  หมายถึงโต๊ะ

ซก   หมายถึง  ครก

เข๊าหม๊องไค่    หมายถึง  ปั้นข้าวเหนียวห่อไข่ไว้ตรงกลาง   ซึ่งตรงกับภาษาไทอิสาน(ลาว)ว่าเข่าบ๋ายไคหรือเข่าบายไค

เข๊าหม๊องป๋า      

เข๊าหม๊องเม่น  

เข๊าหม๊องแจ้ว

เข๊าโฮ่ยเก๋อ      หมายถึงปั้นข้าวหนียวโรยเกลือ

เม่นหม๋ก    หมายถึงมันที่ทำให้สุกด้วยการหมกขี้เถ้า

ป๋า   หมายถึงปลา

หมะห่าม หมายถึง มะขาม

เข๊าหม๊อง

หมะโม้ง   หมายถึงมะม่วง

เข๊าญัดหมะโม้ง  หมายถึง  ข้าวบรรจุลงถุงมะม่วง(ถุงมะม่วงคือผลมะม่วงป่าที่บีบเอาเมล็ดออก)

 

ขอจบภาษาผู้ไทวันนี้แต่เท่านี้ก่อนนะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ