หน่วยงานจำนวนมากมาร่วมทำอาหารเมนูสุขภาพ คณบดีและหัวหน้าหน่วยงานหลายคนลงมือเตรียมและปรุงอาหารเอง

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้จัดงาน “สัปดาห์รักวลัยลักษณ์... รักษ์สุขภาพ” ขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2555 ซึ่งรวมกิจกรรมหลายเรื่องไว้ด้วยกัน เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ รณรงค์เนื่องในวันงดบุหรี่โลก การบำเพ็ญประโยชน์นอกพื้นที่ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย นิทรรศการ Happy 8 นิทรรศการผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ เป็นต้น

สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ ได้นำกิจกรรมบริโภคสมดุล หุ่นสวย ปลอดภัย ที่เคยจัดมาแล้ว (อ่านที่นี่) แต่ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากแผนงาน พย.สสส. เข้าร่วมในงานครั้งนี้ด้วย เราเชิญคุณภัคจิรา เบญญาปัญญาและคณะจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มาสาธิตเมนูอาหารสุขภาพ “ก๋วยจั๊บฟักข้าว” ส่วนสำนักวิชาฯ ของเราทำแกงขี้เหล็กและจัดนิทรรศการแสดงผลงานของแผนงาน พย.สสส. และแสดงกิจกรรม Healthy Workplace ของเราด้วย

แกงขี้เหล็กเป็นอาหารที่ดิฉันและครอบครัวชอบกิน ไปเยี่ยมแม่ที่บ้านนครนายกคราวใด เราก็มักจะทำแกงนี้เอากลับมากินที่กรุงเทพฯ เสมอ เราเก็บยอดขี้เหล็กจากริมสวน เอามาต้มน้ำทิ้งลดความขม (และสารพิษ) 1-2 ครั้ง กะทิก็ได้จากมะพร้าวน้ำหอมในสวน น้ำพริกแกงที่น้องสาวทำเองและพี่สาวมาปรุงเพิ่ม เราใส่ปลาช่อน (ท้องนา) ย่างใหม่ ๆ แค่นี้ก็อร่อยมากมาย

แกงขี้เหล็กครั้งนี้ ดิฉันขอให้พี่สาวปรุงน้ำพริกแกงไว้ให้ล่วงหน้าเก็บไว้ในตู้เย็นช่องแช่แข็ง เพราะเธอจะต้องเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวและหลานชายที่ประเทศนอร์เวย์ ดิฉันไปเยี่ยมแม่เมื่อวันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม โทรศัพท์บอกน้องสาวให้ซื้อปลาช่อนและย่างไว้ให้ วันนั้นเรา (ดิฉัน น้องชายและน้องสาว) ช่วยกันเก็บยอดขี้เหล็กหอบใหญ่ เอามาต้ม (ใส่เกลือเล็กน้อย) น้ำทิ้ง เหลือความขมไว้น้อย ๆ เก็บมะพร้าวน้ำหอมที่แก่แล้วมาหลายลูก

หลังน้ำท่วม ต้นมะพร้าวไม่ตายแต่ลูกมะพร้าวมีขนาดเล็กลงอย่างมาก เหลือขนาดประมาณ ½-1/3 ของที่เคยเป็น แต่ยังคงความหอมหวานไว้เช่นเดิม

วันนั้นดิฉันทดลองทำแกงขี้เหล็กเอง 1 หม้อ (ปกติพี่สาวเป็นคนทำ) เพื่อซ้อมมือ ปรากฏว่าใส่กะทิเยอะเกินไป ทำให้ต้องเติมยอดขี้เหล็กเข้าไปอีก สัดส่วนของเนื้อปลาจึงดูเหมือนจะน้อยไป ตัดใส่ถุงมาให้น้อง ๆ ที่ทำงานได้ชิมกันก่อน เพราะแกงบ้านดิฉันรสชาติแตกต่างจากของทางใต้

ดิฉันเอามะพร้าวใส่กระเป๋าเดินทางมานครศรีธรรมราชได้ 6 ลูก คุณวรรณา นิลพัฒน์เอาไปจัดการปอกและขูด ได้มะพร้าวน้อยเกินไปจึงต้องซื้อจากตลาดมาเพิ่มอีก ดิฉันมีปลาช่อนย่างอยู่ 2 ตัว เกรงว่าจะน้อยเกินไป จึงให้ร้านอาหารเจ้าประจำทำเนื้อปลากะพงย่างมาเพิ่มอีก 1 ชิ้น

งานคราวนี้มีหน่วยงานจำนวนมากมาร่วมทำอาหารเมนูสุขภาพ คณบดีและหัวหน้าหน่วยงานหลายคนลงมือเตรียมและปรุงอาหารเอง บรรยากาศของงานจึงคึกคักมากทีเดียว

 

 
 
 

บรรยากาศการเตรียมอาหารและขนมของหน่วยงานต่าง ๆ

 

ก๋วยจั๊บฟักข้าว เป็นเมนูอาหารสูตรต้านมะเร็ง เอาเส้นก๋วยจั๊บแช่ด้วยน้ำเยื่อหุ้มเมล็ดของฟักข้าวก่อนปรุงเป็นก๋วยจั๊บใส่น่องไก่ที่เอาหนังไก่ออกแล้ว

 

 

สาธิตเมนูก๋วยจั๊บฟักข้าว ชมเสร็จแล้วชิม

 

การทำแกงขี้เหล็กครั้งนี้ไม่ยุ่งยากเท่าการทำแกงเลียงคราวที่แล้ว เราแค่แกะเนื้อปลาย่างตำกับน้ำพริก คั้นกะทิใส่หม้อ แยกหัวและหางกะทิ ก็พร้อมที่จะแกงได้แล้ว ดิฉันกับคุณวรรณา 2 คนช่วยกันก็เอาอยู่แล้ว

ผลที่เกิดขึ้น แกงที่ทำหม้อใหญ่มีรสเผ็ดน้อย (สำหรับคนใต้) เนื้อปลาในน้ำแกงข้น (ความจริงแค่ปลาช่อนย่างก็พอ) เราคั้นกะทิเยอะเกินไป เหลือใช้ ส่วนรสชาติคนที่ชิมแกงบอกว่าอร่อย ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร อธิการบดีฯ แวะเวียนมาชิม 3 รอบ เพราะชอบแกงขี้เหล็ก เนื่องจากข้าวสวยที่จะกินกับแกงที่หน่วยพัฒนาองค์กรสั่งไว้มาถึงช้า ดิฉันเตรียมข้าวกล้องที่หุงแล้วมาไม่มาก พอให้คนแบ่งกินเพื่อชิมแกงได้ หลายคนจึงขอตักแกงใส่ถุงกลับบ้าน หมดหม้อตั้งแต่ใกล้เที่ยง

 

แกงขี้เหล็ก

 

การทำอาหารเมนูสาธิตเสร็จตั้งแต่ยังไม่ 11 น. ดี พวกเราจึงเริ่มกิน ๆๆ... กันไปเรื่อย ๆ ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนของส่วนการเงินและบัญชีเจ้าเก่าก็มา และได้รับผลการประเมินชนะเลิศ ข้าวยำใส่น้ำดอกอัญชันของสำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ และเมนูเห็ดของหน่วยตรวจสอบภายใน ได้ผลการประเมินรองลงไป

ก่อนบ่ายเราจึงแยกย้ายกันกลับไปทำงาน อีกส่วนหนึ่งไปทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์นอกพื้นที่ต่อ

วัลลา ตันตโยทัย