สมัยก่อนครูผู้ชายทั้งโรง จะมีแค่คนสองคนไม่สูบบุหรี่ ปัจจุบันทั้งโรงอาจเหลือแค่คนสองคนยังเลิกไม่ได้ ตัวเองเป็นครูติดบุหรี่ในสมัยก่อน ทุกครั้งที่ต้องสอนนักเรียน 2 ชั่วโมงติดต่อ จะต้องพักครึ่ง หรือได้เพียงชั่วโมงเดียวก็ต้องหยุดสูบบุหรี่แล้ว
ตั้งแต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย ที่รู้สึกว่า บุหรี่จะทำให้เท่ขึ้น เป็นผู้ใหญ่ หรือดูเป็นลูกผู้ชาย ขนาดเคยมีประสบการณ์ครั้งเรียนมัธยม ในชั่วโมงวิชาวิทยาศาสตร์ ต้องทดลองสูบบุหรี่ แล้วพ่นควันใส่กระดาษทิชชู เพื่อสังเกตคราบควันที่เกิด ไม่มีเพื่อนคนใดอยากทดลองนัก ตัวเองเลยอาสา อาจต้องการเป็นที่ยอมรับหรืออย่างไรก็ไม่แน่ใจแล้ว หลังทดลองเสร็จผมนอนแอ้งแม้งอยู่หลังห้อง (ฮา) โดยมีเพื่อน ๆ เป็นกองเชียร์ช่วยให้กำลังใจ วันนั้นนึกเลย ชีวิตนี้ไม่สูบบุหรี่แน่
หลังจบมหาวิทยาลัยมาเป็นครู ปริมาณบุหรี่ที่สูบค่อยทวีจำนวน อาจเพราะรายได้ที่หามาด้วยตนเอง จากวันละครึ่งซอง เป็นวันละซอง เป็นวันละซองครึ่ง จากยี่ห้อรสชาติอ่อน ๆ เป็นยี่ห้อรสชาติเข้มขึ้น พร้อมเริ่มตั้งคำถามตัวเอง “สูบแล้วก็รู้สึกเฉย ๆ ไม่เมา ไม่เพลิน ไม่เหมือนได้สูบหลังจากอดมาแล้วหลาย ๆ ชั่วโมง แต่กลับต้องสูบบ่อยขึ้น มากขึ้น แล้วจะสูบไปทำไม?

อันที่จริงอารมณ์อยากเลิกบุหรี่คุกรุ่นกระตุกรั้งสติตัวเองเป็นระยะ ๆ อยู่ก่อนแล้ว ค่าบุหรี่ขึ้นไม่หยุด รัฐบาลบอกเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ครั้งหนึ่งญาติผู้ใหญ่ที่เลิกบุหรี่มาก่อนให้ความเห็น ซึ่งน่าสนใจมาก “เลิกบุหรี่สำเร็จ ทำอะไรก็จะประสบผล ในเมื่อชนะใจตัวเองได้ ชีวิตนี้จะแพ้อะไรอีก" ประกอบกับรู้สึกตัวว่ากำลัง “พ่ายแพ้" ต้องตกเป็น “ทาส" บุหรี่บงการทุกอย่าง แพงก็ต้องซื้อ ต้องเสพ เสพแล้วก็ไม่ได้สุขอะไร ไม่เสพก็ไม่ได้ ช่วงนั้นคิดวกวนอยู่อย่างนี้เป็นปี ๆ
ก่อนนั้นเคยเลิกมาบ้าง ด้วยการสัญญากับตัวเอง สงบสติอารมณ์ ไหว้พระในห้อง “ต้องทำได้" ถึงกับไปให้สัจจะหลวงพ่อพุทธชินราชในวิหารฯ ก็เคย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถรักษาสัญญาตัวเองได้สักที ขณะเดียวกันยิ่งเห็นฤทธิ์เสพติดของบุหรี่ลึกซึ้ง ดังผู้รู้บางคนบอก “ฤทธิ์ในการทำลายล้างอาจไม่ร้ายเท่า แต่ฤทธิ์เสพติดของบุหรี่เทียบเท่าเฮโรอีนเลยทีเดียว"
จนคืนวันหนึ่ง น่าจะเกือบเข้าสู่วันใหม่ ทุกคนในครอบครัวเข้านอนพักผ่อนกันหมดแล้ว เหลือตัวเองเฝ้าหน้าจอทีวีอยู่ มีบุหรี่สี่ห้ามวนสุดท้ายเป็นเพื่อน รายการคืนนั้นพูดถึงภัยร้ายของบุหรี่พอดี นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ และนายแพทย์หทัย ชิตานนท์ เป็นวิทยากรผู้ให้ความรู้ ซึ่งนับเป็นผู้มีพระคุณอย่างสูง พลันนึกขึ้นมาได้พรุ่งนี้ (19 พ.ย.2533) ลูกชายจะมีอายุครบ 1 ขวบ คงเพราะความเป็นลูกชายด้วย ทำให้ตัวเองตัดสินใจเดี๋ยวนั้น “พ่อจะเลิกบุหรี่ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เพื่อเป็นของกำนัลให้ลูก"

เช้าวันรุ่งขึ้นเล่าความตั้งใจให้ภรรยาฟัง เป็นครั้งแรกที่เธอรับรู้ ว่าผมจะเลิกบุหรี่ ดูอาการเธอคงดีใจไม่น้อย เพราะก่อนหน้าที่เคยพยายามมาบ้าง เป็นการกระทำในใจของผมแต่เพียงฝ่ายเดียว เธอไม่เคยรับรู้มาก่อน
หนึ่งสัปดาห์ต่อจากนั้น ทั้งผม ภรรยา และลูก ๆ ชักชวนกันตักบาตร ทำบุญ จะว่าเป็นการฉลองความสำเร็จก็น่าจะได้ แต่เมื่อมองย้อนกลับ นั่นเป็นสัญญาอีกครั้งของตัวเองที่จะไม่ย้อนไปเป็นทาสของบุหรี่อีกเหมือนที่แล้ว ๆ มา เหตุการณ์นี้ล่วงเข้า 22 ปีแล้ว แต่ถ้าใครถามถึง จะจำแม่นมาก เพราะเวลาที่เลิกบุหรี่น้อยกว่าอายุลูกชายปีเดียว
ปัจจัยที่เลิกบุหรี่ได้จริง หลังพยายามมาหลายครั้ง นอกจาก "ใจ" ตัวเอง อีกอย่างที่สำคัญมากก็คือ กำลังใจจากครอบครัว ตั้งใจจะทำหรือจะเลิกต้องประกาศให้ทุกคนรู้ เพื่อเป็นสัญญาประชาคม (ฮา) สายตาทุกคู่ที่จดจ้อง โดยเฉพาะจากลูกและภรรยา จะช่วยให้เราไม่สามารถบิดพลิ้ว (ฮา)
เป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนที่ "ใจ" คิดจะเลิกบุหรี่ครับ
* แสดงความยินดีด้วยค่ะ..
* สงสารคนป่วยจากการติดบุหรี่ แสะผู้ริเริ่มสูบบุหรี่..จึงไปยุรัฐบาลให้เลิกผลิตและนำเข้าบุหรี่..กล้าไหม?
ต้องขอปรบมือให้ค่ะคุณธนิตย์ คุณคือผู้ชนะ.. ชนะอะไร มากแค่ไหน ก็ไม่เท่าชนะใจตัวเอง ข้อนี้ถูกต้องที่สุดค่ะ
เป็นเทคนิคที่ดีมากค่ะอาจารย์ บิดพริ้วได้ยาก ด้วยสายตาแห่งกำลังใจ :)
ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จค่ะ
สวัสดีท่านอาจารย์ ธนิตย์ บุหรี่ คือพระเอกในคนรุ่ม รุ่น ห้าสิบขึ้น
ใครดูดบุหรี่ก้นกรอง 85 แล้วดีีไฟแช็ค ซิบโป้ จุด โอ้โห เท่ห์ชะมัด
วันนี้ บุหรี่เป็นผู้ร้าย เป็นตัวทำลายเศณษฐกิจ
ทำลายความมั่นคงชาติ โดยผ่านเยาวชน
ต้องใช้เทคนิก และวิธิการให้มากขึ้น เพื่อหยุดยั้งการสูบบุหรี่
ขอชื่นชมจากใจค่ะ "ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว" ของแท้ค่ะ
อาจารย์สมัยหนุ่มหล่อนะครับ
ชื่นชมกำละงใจจากครอบครัวคระบ
ยินดีกับกำลังใจจากครอบครัวด้วยนะค่ะ ประสบความสำเร็จ
ตามเข้ามาอ่านแล้วนะคะอ.ธนิตย์ ครอบครัวเป็นแรงผลักดันให้เราประพฤติ ปฎิบัติในสิ่งที่หลายครั้งที่เราเคยถอดใจ สิ้นหวัง และไม่คิดว่าจะสำเร็จได้ คงไม่สายที่จะแสดงความยินดีกับครอบครัวอาจารย์นะคะ..เยี่ยมมากๆค่ะ
จำได้ครั้งหนึ่งขึ้นไปเยี่ยมที่พญาแมน นั่งดื่มกันดึกพอควร พี่ติ๋มคงจ้องผมอยู่เหมือน เพราะทั้งดื่มทั้งสูบเห็นนิตย์ลูบๆคลำ เล่นมวนบุหรี่อยู่ คงจะเป็นวินาทีชีวิตที่สำคัญ จังหวะที่กำลังจะจุดไฟแช็คพี่แกเข้ามาคว้าบุหรี่หักทิ้งเลย พร้อมกับเอ็ดเล็กน้อย เราสองคนหรือสามกับแดงไม่แน่ใจ หน้าจ๋อยเลย ความรู้สึกตอนนั้น ก็จะอะไรกันแค่บุหรี่ แต่เข้าใจความหวังดีของแก ผ่านมาจนถึงปี2536 อาการของตัวเองค่อยข้างแย่ ไอรุนแรง เรื้อรังตัดสินใจก่อนหน้าก็หลายครั้งเช่นกันน ไม่สำเร็จ 31พฤษภาคม2536 วันงดสูบบุหรี่โลก ได้ฤกษ์อุบากอง หักดิบ อย่างโหดเหี้ยม เกมส์ที่ต่อสู้มายาวนาน ตั้งแต่วัยรุ่นก็จบลง หวนมาอ่านบทความของอ.ธนิตย์ ทำให้นึกถึงและภูมิใจที่ได้เป็นพญามารให้อ.ธนิตย์ได้ผจญและได้รับชัยชนะและเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญให้ผมได้ชัยชนะตามมาเช่นเดียวกัน