Toy Story, A Bug's Life, Toy Story 2, Monsters, Inc., Finding Nemo, The Incredibles, Cars, Ratatouille, WALL•E, Up, Toy Story 3, Cars 2, Brave

1. Toy Story : ทอย สตอรี่ (1995)

                เป็นเรื่องราวของกลุ่มของเล่นที่มีเจ้าของที่ชื่อแอนดี้ เมื่อวู้ดดี้ตุ๊กตาคาวบอยถูกแย่งความสำคัญไปโดยตุ๊กตานักบินอวกาศที่ชื่อบัซไลท์เยียร์ วู้ดดี้จึงมีความรู้สึกต่อต้านเพื่อนใหม่ที่เชื่ออย่างสนิทใจว่าตนเป็นเสือพรานอวกาศไม่ใช่ของเล่น ทำให้วู้ดดี้ตกอยู่ในสถานะของเล่นขี้อิจฉาที่คอยจะกำจัดบัซไลท์เยียร์เพื่อให้ตัวเองกลับมาเป็นเบอร์หนึ่งอีกครั้ง วู้ดดี้จึงต้องพิสูจน์ตนเองโดยการตามบัซกลับบ้านแต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในเมื่อบัซไลท์เยียร์ยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของตนเอง แต่เมื่อทั้งคู่ต้องตกไปอยู่ในบ้านของซิดเด็กข้างบ้านที่ชอบทำลายของเล่น วู้ดดี้ต้องทำให้บัซรู้จักตัวเองและช่วยกันหนีขึ้นรถของแอนดี้ให้ทันก่อนที่แอนดี้จะย้ายบ้าน

                เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์คอมพิวเตอร์อนิเมชั่นเรื่องยาวเรื่องแรกของโลก และสามารถปลูกฝังความรู้สึกรักของเล่นลงในหัวใจของเด็ก ๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

2. A Bug's Life : ตัวบั๊กส์ หัวใจไม่บั๊กส์ (1998)

                เป็นเรื่องราวของอาณาจักรมดที่ทุกๆปลายฤดูร้อนต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตมาเป็นส่วยให้กับฝูงตั๊กแตนอันธพาลซึ่งนำโดยฮอปเปอร์ แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อฟลิคมดงานที่ชอบคิดนอกกรอบบังเอิญทำให้ผลผลิตทั้งหมดที่อยู่บนแท่นบรรณาการตกน้ำไปทั้งหมด ทำให้พวกตั๊กแตนไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นหน้าที่ของฟลิคที่ต้องไปตามหาแมลงนักรบมาต่อกรกับพวกตั๊กแตน (ความจริงคือมดตัวอื่น ๆ ต้องการให้ฟลิคออกไปจากอาณาจักรมดนั่นเอง) สถานการณ์บังเอิญหลายอย่างซ้อนกันพอดีทำให้เหล่าแมลงละครสัตว์ตกกระป๋องกลายเป็นแมลงนักรบในสายตาของฟลิคที่พาเพื่อนใหม่กลับอาณาจักรมดและเล่นละครตบตาเหล่ามดทั้งหลายในอาณาจักร แม้ว่าเหล่ามดจะผิดหวังในตัวฟลิคและแมลงละครในครั้งแรกที่รู้ความจริงแต่ในท้ายที่สุดด้วยความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาณาจักรมดทำให้สามารถขับไล่พวกตั๊กแตนอันธพาลออกไปได้

                เรื่องนี้เป็นการโชว์ศักยภาพในการสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ที่น่าสนใจมากกว่าเรื่องแรกคือสามารถสร้างภาพธรรมชาติได้อย่างสมจริง ทั้งภาพใบไม้ใบหญ้าและก้อนกรวดบนพื้นก็สามารถทำออกมาได้อย่างสมจริงมาก ๆ ในยุคนั้น

 

3. Toy Story 2 : ทอย สตอรี่ 2 (1999)

                เป็นเรื่องราวของของเล่นของแอนดี้ที่เริ่มถึงอายุของการสึกหรอ ทั้งเหตุการณ์รอยปริที่แขนของวู้ดดี้ที่ทำให้แอนดี้ไม่เอาวู้ดดี้ไปค่ายด้วยและเหตุการณ์เพื่อน ๆ ของวู้ดดี้บางตัวถูกแม่แอนดี้หยิบใส่กล่องไปขายเลหลัง ทำให้วู้ดดี้รู้สึกกลัวถูกทิ้ง เมื่อนักสะสมของเล่นที่ชื่ออัลแอบฉกวู้ดดี้ไปทำให้เพื่อน ๆ ของเล่นตามไปช่วยวู้ดดี้กลับมา แต่เมื่อไปถึงบ้านของอัล วู้ดดี้กลับรู้สึกไม่อยากกลับบ้านเพราะที่นี่มีเพื่อนร่วมแก็งส์ Woody's Round Up ครบชุดหายาก อีกทั้งยังรู้สึกว่ากลายเป็นของสะสมน่าจะดีกว่าเป็นแค่ของเล่นที่จะถูกทิ้งเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่บัซไลท์เยียร์เป็นฝ่ายที่พูดกระตุกความคิดจนวู้ดดี้เริ่มรู้สึกว่าชีวิตที่ขาดคนเล่นมันเป็นอมตะก็จริงแต่ไร้ความอบอุ่นอย่างสิ้นเชิง ของเล่นเกิดมาเพื่อสร้างความสุขให้กับเจ้าของไม่ใช่ตั้งโชว์เฉย ๆ วู้ดดี้จึงชวนเพื่อนร่วมแก็งส์ Woody's Round Up กลับบ้านแอนดี้ด้วยกัน ทุกคนเห็นด้วยเว้นแต่สติงกี้พีทที่ยืนยันจะให้คอลเลคชั่นหายากไปอยู่ด้วยกันที่พิพิธภัณฑ์ที่ญี่ปุ่นจึงทำให้ไล่ล่ากันแม้แต่บนรางเลื่อนกระเป๋าของสนามบินที่มีหลายชั้นซ้อนทับกันอย่างยุ่งเหยิง

                เรื่องนี้เป็นการโชว์พัฒนาการของเนื้อเรื่องที่สามารถดึงความรู้สึกหวงแหนของเล่นขึ้นมาได้อีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ และรางเลื่อนกระเป๋าในสนามบินก็ยังเป็นฉากต้นแบบของฉากห้องเก็บประตูในเรื่อง Monsters, Inc. ที่ใหญ่โตยิ่งขึ้น

 

4. Monsters, Inc. : บริษัท รับจ้างหลอน (ไม่) จำกัด (2001)

                เป็นเรื่องราวของบริษัทรับจ้างหลอนที่มีมอนสเตอร์นักหลอนคอยหลอกลูกมนุษย์เพื่อเอาเสียงกรี๊ดมาเป็นพลังงานที่แทบจะไม่เพียงพอในเมืองมอนสโตรโปลิสเพราะเด็กสมัยใหม่ไม่ขี้กลัวเหมือนเมื่อก่อน แต่งในเมืองมอนสโตรโปลิสก็มีการเล่าต่อ ๆ กันมาว่าตัวเด็กมนุษย์มีพิษร้ายแรงอาจทำให้เหล่ามอนสเตอร์ถึงแก่ชีวิตได้จึงห้ามแตะต้องตัวเด็กมนุษย์เด็ดขาด เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อซัลลิแวนและแรนดอลแข่งกันชิงดีชิงเด่นเป็นนักหลอนที่ล่าเสียงกรี๊ดได้สูงที่สุดในบริษัท ทำให้แรนดอลต้องแอบมาล่าเสียงกรี๊ดนอกเวลางานซึ่งทำให้มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งหลุดเข้ามาแล้วจับพลัดจับผลูทำให้เด็กคนนั้นต้องมาอยู่กับซัลลี่และไมค์ ไมค์ตั้งใจจะกำจัดเด็กทิ้งแต่ซัลลี่จะเอาเด็กกลับไปที่ประตูบานเดิมที่เด็กออกมา ด้วยความรู้สึกผูกพันทำให้ซัลลี่เผลอตั้งชื่อเด็กคนนี้ว่าบู และค้นพบว่าเสียงหัวเราะของเด็กมีพลังงานที่มากกว่าเสียงกรี๊ดของเด็กหลายเท่า ในขณะที่ซัลลี่และไมค์กำลังพาบูไปหาประตูของบูที่บริษัทนั้น ทำให้ทั้งคู่ได้แอบรู้แผนการชั่วร้ายของแรนดอลและคุณวอร์เตอร์นูสประธานบริษัทในการลักพาตัวเด็กมาเข้าเครื่องดูดเสียงกรี๊ด สุดท้ายซัลลี่และไมค์ก็สามารถเปิดโปงแผนการชั่วร้ายและพาบูกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

                เรื่องนี้เล่นกับความกลัวของเด็ก ๆ ในเวลาก่อนนอน คือกลัวจะมีผีหรือปีศาจออกมาจากตู้เสื้อผ้า และสามารถผูกเรื่องออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่ แต่ยังขาดความน่าสนใจในแง่ของการผูกเรื่องอย่างเป็นเหตุเป็นผลและไม่สามารถทำให้เกิดความประทับใจได้เท่ากับเรื่องก่อนหน้านี้

5. Finding Nemo : นีโม...ปลาเล็ก หัวใจโต๊...โต (2003)

                เป็นเรื่องราวของพ่อปลาการ์ตูนนามว่ามาร์ลินที่ขี้กังวลจนเกินเหตุอันเนื่องมาจากเหตุการณ์สูญเสียภรรยาและไข่เกือบทั้งหมดแต่เหลือรอดมาใบนึงเป็นลูกชายมาร์ลินจึงตั้งชื่อว่านีโม เมื่อมาร์ลินคอยหวาดระแวงและปกป้องลูกตลอดเวลาทำให้นีโมอยากพิสูจน์ตัวเองว่าปกป้องตัวเองได้จนโดนนักประดาน้ำจับไป มาร์ลินจึงฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ นานาโดยมีเพื่อนร่วมทางคือดอรี่ ปลาขี้ตังเบ็ดฟ้าความจำสั้น จนกระทั่งไปถึงออสเตรเลียและได้พานีโมกลับบ้านในที่สุด

                เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นหนังอนุรักษ์ธรรมชาติอีกเรื่องหนึ่ง และสามารถสร้างกระแสนีโมฟีเวอร์ได้ มีข่าวว่าเด็ก ๆ ที่อินกับหนังเรื่องนี้ถึงกับเอาปลาในตู้ที่บ้านตัวเองเททิ้งลงโถชักโครกเพื่อหวังจะให้ปลาไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุขในท้องทะเลโดยหารู้ไม่ว่าในหนังนั้นมันเกินจริง

6. The Incredibles : รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก (2004)

                เป็นเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่หัวหน้าครอบครัวคือบ๊อบ โรเบิร์ต พาร์ อดีตซูเปอร์ฮีโร่นาม มิสเตอร์ อินเครดิเบิล ภรรยาคือ เฮเลน พาร์ อดีตซูเปอร์ฮีโร่นาม อีลาสติเกิร์ล และมีลูก 3 คน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเหล่าซูเปอร์ฮีโร่โดนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจนรัฐบาลรับมือกับหนี้สินที่ต้องชดใช้แทนเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ไม่ไหว ซูเปอร์ฮีโร่จึงกลายเป็นเรื่องต้องห้าม แต่เมื่อวันหนึ่งมิราจตัดต่อบ๊อบให้ไปทำภารกิจก็ทำให้ไฟซูเปอร์ฮีโร่ในตัวของบ๊อบลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง แต่สุดท้ายภารกิจที่ว่าก็คือแผนชั่วร้ายของซินโดรมในการกำจัดซูเปอร์ฮีโร่ให้หมดไปจากโลกและทำให้ประชาชนเข้าใจว่าตนคือซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ที่ออกมาปกป้องโลก แต่ด้วยการรวมผนึกกำลังกันของครอบครัวดิอินเครดิเบิลส์ทำให้กำจัดซินโดรมลงได้

                เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของพิกซาร์ที่ตัวดำเนินเรื่องหลักเป็นมนุษย์ และเป็นหนังที่ล้อเลียนหนังซูเปอร์ฮีโร่หลาย ๆ เรื่อง เรื่องนี้เป็นหนังเรื่องเดียวของพิกซ่าร์ที่ได้รับการจัดเรตติ้งสูงถึง PG-13 (ผู้ปกครองควรให้การแนะนำแก่ผู้ที่มีอายุไม่เกิน 13 ปี) เพราะมีฉากระเบิด ฉากต่อสู้ แบบซูเปอร์ฮีโร่นั่นเอง

7. Cars : 4 ล้อซิ่ง...ซ่าท้าโลก (2006)

                เป็นเรื่องราวของรถแข่งนามว่าไลท์นิ่ง แม็คควีน นักแข่งดาวรุ่งที่หวังจะคว้าแชมป์ถ้วยพิสตัน คัพให้ได้ ซึ่งจะนำมาซึ่งชื่อเสียงเงินทอง แต่การแข่งจบลงด้วยการเข้าเส้นชัยพร้อมกัน 3 คัน จึงต้องแข่งขันกันใหม่ โดยระหว่างเดินทางไปแข่งอีกฟากหนึ่งของประเทศด้วยรถบรรทุกส่วนตัวที่ชื่อแม็ค ก็ถูกแก๊งรถซิ่งข้างถนนเปิดเพลงให้แม็คหลับในจนไลท์นิ่งตกจากรถบรรทุกขณะนอนหลับจนมาโผล่ในเมืองเล็ก ๆ นอกเส้นทางหลักที่ชื่อว่า เรดิเอเตอร์ สปริงส์ ไลท์นิ่งบังเอิญทำถนนเสียหายร้ายแรงจึงถูกตัดสินให้บำเพ็ญประโยชน์คือซ่อมถนนให้เสร็จ แม้แรก ๆ ไลท์นิ่งจะไม่พอใจแต่หลังจากที่ได้เริ่มรู้จักตัวตนและเรื่องราวของชาวเมืองเรดิเอเตอร์สปริงส์มากขึ้น ก็ได้มิตรภาพจากชาวเมือง และได้ชาวเมืองเรดิเตอร์สปริงส์คอยเป็นลูกทีมช่วยเหลือในสนามแข่ง และไลท์นิ่งก็ได้เรียนรู้ความหมายที่แท้จริงของคำว่าชัยชนะ

                เรื่องนี้เหมือนกับกลับไปใช้แนวเรื่องแบบเก่า ๆ คือ การเปิดใจยอมรับผู้อื่น และเรื่องราวของมิตรภาพสำคัญกว่าชัยชนะและเกียรติยศ จึงไม่มีความรู้สึกถึงความใหม่ของบทภาพยนตร์

8. Ratatouille : ระ-ทะ-ทู-อี่ พ่อครัวตัวจี๊ด หัวใจคับโลก (2007)

                เป็นเรื่องราวของหนูนามว่าเรมี่ เรมี่มีความฝันอยากเป็นเชฟทำอาหาร โดยยึดปรัชญาของ ออกุสต์ กุสโตว์ พ่อครัวชื่อดัง ว่า “ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้” เรมี่ได้มาบกับลิงกวินี่เด็กทำความสะอาดพื้นและเก็บกวาดขยะของภัตตาคารกุสโตว์ ลิงกวินี่เผลอทำหม้อซุปร่วงจากเตาและใส่เครื่องปรุงกลับเข้าไปมั่ว ๆ เรมี่จึงแอบเข้าไปแก้ไขรสชาติซุปให้ใหม่ ทำให้นักวิจารณ์อาหารชื่อดังเขียนชื่นชมลงในหนังสือพิมพ์ เพื่อรักษาเกียรตินี้ให้นานที่สุดสกินเนอร์หัวหน้าเชฟจึงยอมให้ลิงกวินี่ได้ทำอาหาร แต่ลิงกวินี่ไม่มีทักษะการทำอาหารเลยเรมี่จึงเข้ามาช่วย และดั่งปาฏิหาริย์เรมี่สามารถควบคุมลิงกวินี่ได้โดยการชักเส้นผม จนในที่สุดก็ได้ขึ้นมาเป็นเชฟเจ้าของร้านคนใหม่แทนสกินเนอร์เพราะพินัยกรรมสุดเพี้ยนที่กุสโตว์เขียนทิ้งไว้ก่อนตายนั่นเอง

                เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีปมปัญหาในตัวเองที่ซับซ้อนที่สุดเรื่องหนึ่ง ทั้งจากตัวเรมี่หนูที่อยากเป็นพ่อครัวแล้วต้องเป็นฉากหลังให้ลิงกวินี่ออกโรงแทน และตัวลิงกวินี่ที่เป็นคนแท้ ๆ แต่ทำอาหารสู้หนูไม่ได้ ต้องให้หนูคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง เรื่องนี้จึงว่ากันด้วยชนชั้นและเผ่าพันธุ์ที่ถูกกีดกันในสังคม

9. WALL•E : วอลล์-อี หุ่นจิ๋วหัวใจเกินร้อย (2008)

                เป็นเรื่องราวของหุ่นยนต์เก็บขยะรุ่น WALL-E ที่ถูกโปรแกรมให้อัดขยะเป็นก้อนไปเรื่อย ๆ บนโลกปี ค.ศ. 1805 ซึ่งเป็นโลกในสภาวะล่มสลายไร้มนุษย์อาศัย วอลล์-อีเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง สะสมสิ่งที่คิดว่าไม่ใช่ขยะ ชอบดูภาพยนตร์เพลง เป็นเพื่อนซี้กับแมลงสาบ ทันทีที่หุ่นยนต์สีขาวนามว่าอีฟลอยมาจากอีกฟากของอวกาศก็ทำให้วอลล์-อีตกหลุมรักอย่างทันที อีฟมากับภารกิจตามหาพืชพันธุ์ที่เกิดใหม่บนโลก บังเอิญว่าวอลล์-อีเพิ่งเก็บต้นกล้าเล็ก ๆ ไว้ในคอลเล็คชั่นส่วนตัว เมื่อวอลล์-อีเอาให้อีฟดูปุ๊บ อีฟก็เก็บต้นกล้านั้นแล้วปิดระบบตัวเองทันทีก่อนที่ยานอวกาศมารับอีฟกลับไป ด้วยความรักวอลล์-อีจึงตามอีฟไปอย่างเงียบ ๆ เมื่อทั้งคู่มาถึงยานแอ็กเซียมจึงได้พบกับมนุษย์จำนวนมากที่อาศัยอยู่บนยานอย่างสะดวกสบายเพราะมีหุ่นยนต์คอยรับใช้ทุกอย่าง มนุษย์เหล่านี้ร่างกายปกคลุมไปด้วยไขมันเพราะไม่จำเป็นต้องออกแรงทำอะไรเองเลย มนุษย์เหล่านี้ลืมเลือนวิถีชีวิตบนดาวโลกไปหมดสิ้นแล้ว จนกระทั่งกัปตันได้ดูบันทึกภาพโลกมนุษย์และพบว่ามีพืชเกิดใหม่บนโลกจึงได้พาทุกคนกลับโลกอีกครั้ง

                เรื่องนี้สามสิบนาทีแรกเป็นหนังเงียบที่งดงามและน่ากลัวไปพร้อม ๆ กัน แถมยังมีฉากที่น่าประทับใจระหว่าง วอลล์-อีกับอีฟอีกด้วย แต่ครึ่งหลังของเรื่องในฉากโกลาหลบนยานแอ็กเซียมทำให้หนังรู้สึกสะดุดไปบ้าง แต่ความงดงามด้านภาพและการออกแบบคาแร็คเตอร์ก็สามารถสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี

10. Up : ปู่ซ่าบ้าพลัง (2009)

                เป็นเรื่องราวของ คาร์ล ปีเตอร์เซ่น ชายชราผู้มีความใฝ่ฝันในการผจญภัยตั้งแต่เด็กแต่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งรอบข้าง หลังจากเอลลี่ภรรยาเสียชีวิตแถมยังไม่มีลูกอีก จึงได้รับข้อเสนอให้ไปอยู่บ้านพักคนชรา แน่นอนว่าเขาไม่ยอมแน่ ๆ ในวันที่เจ้าหน้าที่บ้านพักคนชรามารับตัวไป บ้านของคาร์ลก็ลอยขึ้นจากพื้นดินด้วยลูกโป่งไปต่อหน้าต่อตา แต่บนบ้านลอยฟ้านี้มี รัสเซลล์ลูกเสืออ้วนที่พยายามจะทำความดีกับคาร์ลเพื่อเข็มกลัดเข็มสุดท้าย ติดขึ้นมาแบบช่วยไม่ได้ การเดินทางไปยังน้ำตกแห่งสรวงสวรรค์ในทวีปอเมริกาใต้ซึ่งเป็นสถานที่ในฝันของคาร์ลกับเอลลี่ในวัยเยาว์ ทำให้คาร์ลและรัสเซลล์ได้พบกับนกอีก๋อย หมาที่พูดได้ด้วยเครื่องแปลงเสียง และชาร์ล มุนต์ซ นักผจญภัยที่คาร์ลชื่นชอบมาตั้งแต่เด็กที่ถูกขับไล่ออกจากวงการข้อหาหลอกลวงประชาชน ชาร์ลกำลังพิสูจน์ตัวเองโดยการตามจับนกอีก๋อย และเมื่อชาร์ลรู้ว่านกอีก๋อยอยู่กับคาร์ลและรัสเซลล์ก็ทำให้ชาร์ลเข้าใจผิดว่าทั้งคู่เป็นพวกที่มาขโมยนกไปจึงเกิดการไล่ล่ากัน แต่ในท้ายที่สุดชาร์ลก็พบกับจุดจบตามสูตรหนังพิกซาร์

                เรื่องนี้เป็นครั้งแรกของพิกซาร์ที่มีเลือดเป็นส่วนประกอบในฉากทำร้ายร่างกายกัน หนังกล้าทำฉากนี้แล้วทั้งทีแต่จุดจบของชาร์ลตัวร้ายนั้นดูจะง่ายไปหน่อยไม่สมกับสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด แต่ฉากที่เล่าเรื่องชีวิตคู่เพียงสี่นาทีก็เป็นการเล่าประวัติชีวิตของคาร์ลที่สามารถเรียกน้ำตาของคนดูได้เป็นอย่างดี หนังเรื่องนี้สามารถสะท้อนการใช้ชีวิตและเรื่องชีวิตคู่ได้อย่างยอดเยี่ยม

11. Toy Story 3 : ทอย สตอรี่ 3 (2010)

                เป็นเรื่องราวของของเล่นแอนดี้ในช่วงวัยที่แอนดี้กำลังจะเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย เหล่าของเล่นถูกเก็บไว้แต่ในกล่องเพราะแอนดี้ไม่ได้อยู่ในวัยที่จะเล่นของเล่นแล้ว แต่เรื่องราวเข้าใจผิดก็เกิดขึ้นเมื่อแอนดี้เอาเหล่าของเล่นเกือบทุกชิ้นยกเว้นวู้ดดี้ใส่ในถุงดำเตรียมเก็บในห้องใต้หลังคาแต่แม่แอนดี้ก็เข้าใจผิดคิดว่าเป็นขยะจึงเอาไปทิ้ง ทำให้เหล่าของเล่นตัดสินใจลงไปในกล่องบริจาคบ้านรับเลี้ยงเด็กซันนีไซด์ ที่ซันนีไซด์เป็นสวรรค์ของของเล่นโดยแท้เพราะไม่มีวันถูกทอดทิ้ง การไม่มีเจ้าของไม่ใช่ความเจ็บปวดอีกต่อไป แต่เมื่อความลึกลับดำมืดของศูนย์รับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ถูกเปิดเผย หนังก็เปลี่ยนอารมณ์เป็นแนวแหกคุกสยองขวัญ ล็อทโซ่หมีจอมกอดที่ดูอบอุ่นผู้เป็นหัวหน้าของเล่นที่นี่ ที่จริงมีอดีตอันแสนเลวร้ายและเป็นผู้จัดระบบการปกครองของเล่นที่นี่ทั้งหมด ของเล่นใหม่ต้องเล่นกับเด็กเล็ก ใครหนีต้องถูกลงโทษ ใครทำตัวดีจะได้ย้ายไปอยู่ห้องเด็กโต จึงเป็นหน้าที่ของวู้ดดี้ในการพาเพื่อนทั้งหมดแหกคุกออกมาให้ได้

                เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดึงความรู้สึกเก่า ๆ จากหนังภาค 1 และ ภาค 2 ออกมาได้เป็นอย่างดี การเล่าเรื่องด้วยภาพที่บันทึกไว้ในม้วนวีดีโอเก่าตอนต้นเรื่องชวนให้บ่อน้ำตาแตกได้ง่าย ๆ ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของพิกซ่าร์เลยทีเดียว เป็นหนังอนิเมชันทำเงินสูงสุดตลอดกาลซึ่งทำรายได้ทั่วโลกประมาณ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ

12. Cars 2 : สายลับสี่ล้อ ซิ่งสนั่นโลก (2011)

                เป็นเรื่องราวของรถแข่งซูเปอร์สตาร์นามว่าไลท์นิ่ง แม็คควีน และรถลากสนิมเขรอะนามว่าเมเทอร์  ครั้งนี้ทั้งคู่ตอนเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อแข่งขันรายการ เวิล์ด กรังด์ปรีซ์ ในขณะที่เมเทอร์ต้องช่วยเหลือไลท์นิ่งในการแข่งขันระดับโลกนี้เมเทอร์เองก็ได้รับภารกิจสายลับจากสายลับฟินน์ แมคมิซซายล์ และสายลับฝึกหัดฮอลลีย์ ชิฟท์เวล

                หนังภาคนี้ถือได้ว่าเป็นหนังคนละม้วนกับหนังภาคแรก เพราะภาคแรกเป็นหนังแนวรถแข่ง แต่พอมาภาคนี้เป็นหนังแนวสายลับ และแน่นอนว่าต้องมีฉากไล่ล่ากันอย่างอลังการ ตัวละครก็ยกมาจากภาคแรกเกือบทั้งหมด ยกเว้น ด็อค ฮัดสัน ซึ่งให้เสียงพากย์โดยพอล นิวแมนผู้ล่วงลับ ซึ่งถือว่าเป็นการให้เกียรติกับนักพากย์เพราะตามเนื้อเรื่องก็ได้เชิดชู ด็อค ฮัดสัน โดยได้จัดแสดงผลงานไว้ในพิพิธภัณฑ์นั่นเอง

13. Brave : นักรบสาวหัวใจมหากาฬ (2012) 

                จะเข้าฉายในไทย 8 สิงหาคม 2555