บางครั้งแม้จะไม่ตั้งใจให้เกิด แต่มันก็เกิดขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว เมื่อจะกลับไปแก้ไขก็ไม่ได้เมื่ือ....สายไปแล้ว

จริงๆแล้วจะไม่เขียนแต่นั่งทบทวนดูตั้งหลายวันแล้วที่ได้มีประกาศว่าจะให้ทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมดีๆแบบนี้อีกกับเรื่องของการเลิกบุหรี่  จึงตัดสินใจเขียนในวันนี้ เรื่องมันมีอยู่ว่า

ตั้งแต่จำความได้ .....สิ่งที่เห็นเป็นประจำคือพ่อเรานั่นสูบบุหรี่มาตลอด .....และตลอดเวลา  แต่ด้วยความที่เราเป็นเด็กก็ไม่ได้สนใจมากมายนัก คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่มีในชีวิตประจำวันของพ่อ....

เมื่อยาเส้นหมดเห็นพ่อก็บอกให้แม่ซื้อมาให้ทุกที

และมีญาติผู้ใหญ่หลายคนที่มาเยี่ยมก็นำมาเป็นของฝากประจำ

จึงคิดแบบเด็กๆว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกบ้านต้องมี

เนื่องจากการเห็นในสิ่งที่เป็นภาพอันตรายจากบุหรี่ แบบปัจจุบันนี้ไม่มี  ไม่ได้มีโทรทัศน์ ไม่ค่อยได้เห็นการพูดถึงมากนักในเรื่องของพิษภัย....จากบุหรี่  จะด้วยเป็นไปได้ว่าสมัยก่อนเทคโนโลยีต่างๆยังเข้าไม่ถึงในชนบท

แม้กระทั่งหลายปีผ่านไปแล้ว ลูกๆโตกันหมดแล้วหลายๆคนไปทำงานยังที่ต่างๆแต่ก็ไม่มีคนใดกล้าที่จะพูดให้พ่อเลิกบุหรี่

เนื่องจากกลัวเกรงในตัวของพ่อ...จนกระทั่งท่านอายุได้ ๖๗ ปี เดินไปใหนมาใหนได้สบาย ทำงานด้วยความแข็งแรงมาตลอดไม่เคยเจ็บป่วย

วันหนึ่งท่านปวดเนื้อตัวไปหาหมอที่โรงพยาบาลหมอตรวจและบอกว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่....และเป็นอยู่หลายวันไม่หายสักที

พี่ชายคนโตก็เลยบอกให้น้องที่ทำงานในโรงพยาบาลที่กรุงเทพให้พาพ่อไปตรวจที.....ตอนแรกก็ไม่พบ

เปลี่ยนโรงพยาบาลหมดฉีดสีจึงพบ.....มะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว

หมอบอก ให้ทำใจ ไม่สามารถรักษาให้หายได้ และให้พามารักษาที่บ้าน

รักษากันประมาณหนึ่งเดือน  ระหว่างนั่นท่านก็ต้องทนทุกข์ ทรมาน ปวดเมื่อยไปหมดทั่งตัว ต้องบีบนวดกันตลอดเวลา ลูกๆก็หมุนเวียน ผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่ไม่ได้หลับนอน และท่านก็ได้เสียชีวิตลง

ทุกวันนี้ก็ยังนึกเสียใจอยู่ว่าทำไมถึงไม่มีใครพูด หรือบอกให้เลิกสูบบุหรี

หากเป็นเช่นนั้นท่านคงอยู่กับเราไปอีกนาน.....  และเมื่อต้องไปเป็นวิทยากรจะพูดให้ทุกคนฟังไว้เป็นบทเรียนเสมอเมื่อไปเป็นวิทยากรเรื่องของยาเสพติดในพื้นที่ต่างๆเผื่อว่าเมื่อทุกคนได้ฟังแล้วจะเลิกสูบบุหรี่บ้างแม้สักคนก็ยังดี