อยากขออนุญาตคุณตาคุณยายที่บนสรวงสรรค์รับรู้ว่าหลานขอเล่าให้ผู้อ่านได้นำไปคิดผ่านบันทึกนี้ค่ะ สาธุ

      อยากนำเรื่องราวครอบครัวใหญ่ของมารดาดิฉันมาเล่านะคะ คุณตาคุณยายมีลูกชายหญิงรวมกัน 10 คนค่ะ  คุณแม่ดิฉันเป็นคนโตที่จะต้องเลี้ยงน้องๆ  ถึงคนสุดท้อง  น้องสุดท้องของแม่เกิดมา พร้อมกับคุณแม่ก็มีลูกสาว คือพี่สาวดิฉันนะคะ  ทุกวันนี้ดิฉันก็มีน้าๆ และพี่น้องตระกูลใหญ่รวมแล้ว 20 กว่าคน ช่างต่างจากสมัยนี้นะคะที่มีลูกกันคนสองคน

     เข้าเรื่องบุหรี่มือสองนะคะ คุณยายของดิฉันท่านขยันทำมาหากินทำหน้าที่เลี้ยงดูสามีและลูกๆอาชีพทำนาทำสวน ไปตลาดค้าขาย โดยเฉพาะรับซื้อดอกหญ้าทำไม้กวาดจากชาวบ้าน และทำไร่สวนส้ม จะเริ่มสูบบุหรี่ที่ทำขึ้นมาเองเพราะทำงานหนักมักจะหาสิ่งที่มาแก้เครียดแก้ความเหนื่อย คงจะคล้ายสมัยนี้ที่มีกาแฟนะคะ  จะสูบบุหรี่ทุกครั้งเวลาหลังอาหารและอมเมี้ยง ( ใบชาสมัยนี้) ทุกวัน วันละหลายมวน บุหรี่ที่สูบคือบุหรี่ขี้โย(ซีโย) คือเอาใบตองแห้งมามวนกับยาสุบที่ปลูกเองนำไปซอยตากแห้งในครอบครัว (สุดยอดนิโคตินสูง)มวนใหญ่มากๆๆ..เพราะดิฉันจะพบเจอข้างระเบียงหน้าบ้าน ( ข่วงบ้าน/เิติ่นบ้าน) จะตะโกนบอก " แม่อุ้ยจะสูบแห๋มก่าเอามาวางไปเลื่อย"  (อู้เมือง)  คุณยายก็ตะโกนมาว่า"ป้ออุ้ยเก็บตวยเน้อ " ดิฉันเห็นคุณตาชอบจับทั้งๆที่ควันโขมงและคุณยายจะสูบในบ้าน สมัยก่อนที่จะพักผ่อนพูดคุยกันจะอยู่ที่ลานหน้าบ้าน แม่อุ้ยก็จะคุยไปสูบบุหรี่ขี้โยไปพ่นควันออกมาป้ออุ้ยก็รับเต็มๆทุกวัน ประจำเพราะไม่เคยจะห่างกันเลย ช่วยกันทำมาหากิน งานในบ้าน งานในสวน แบ่งปันควันบุหรี่แม่อุ้ยให้ป้ออุ้ย เป็นแบบนี้ทุกวัน

       จนกระทั่งอายุมากขึ้น คุณตาเริ่มไอ ผอม เหลือง เหนื่อย เดินไปมาก็จะไอ  ดิฉันไปเรียนต่างจังหวัดกลับไปเยี่ยมท่านทั้งสองคุณตาจะไอแห้งๆ ถามก็บอกว่า" บ่เป๋นหยั๋ง" คุณยายเริ่มปวดท้อง ด้วยความที่เป็นผู้สูงอายุที่มีความอดทน จะไม่บ่นให้ลูกหลานได้ยิน จึงถึงขั้นสุดท้าย คุณตาไม่มีแรง ล้มลงหายใจระรวยระริน หอบมาก จึงนำส่งโรงพยาบาลหมอตรวจพบว่าเป็น "มะเร็งปอดระยะสุดท้าย" ซักประวัติก็เล่าตามสภาพจริง ลงท้ายหมอบอกว่าคงจะสะสมมานาน แม้ไม่ได้สูบเอง แต่ก็รับควันบุหรี่จากคุณยายที่พ่นควันบุหรี่ใส่ทุกวี่ทุกวัน และตัดสินใจผ่าตัดก็ด้วยกำลังไม่พอจึงต้องเสียชีวิตลงไป คุณยายตกใจบอกว่าอะไรกันคุณตาไม่เคยเข้านอนโรงพยาบาลเลยไปแล้วทำไมต้องตายล่ะ คุณยายก็มีอาการกำเริบจากการปวดท้อง ไม่ไปพบหมอตรวจปล่อยไว้ ท่านจะดื้อมากกลัวจะเหมือนคุณตาที่ไปโรงพยาบาลไม่ได้กลับมา จึงปล่อยให้อาการกำเริบมากขึ้นสุดท้ายคุณยายก็ล้มป่วยด้วยโรคกระเพาะทะลุ เลือดออก เพราะไม่ทานอาหารเป็นเวลา หรือทานของแสลง หมักดอง แต่ไม่เป็น "มะเร็งแบบคุณตา" ทั้งๆที่สูบบุหรี่มาตลอดชีวิต คุณยายอายุยืนกว่าคุณตา ทั้งๆที่คลอดลูก เลี้ยงลูกทำงานหนัก ดิฉันจะจดจำเป็นอย่างดีคือ เวลาคุณยายกลับมาจากตลาด เอาตะกร้าคล้องแขนเข้าบ้านมาดิฉันจะรีบวิ่งไปรับตะกร้า (ซ้าไปกาด) มาหยิบเอาห่อขนมครก ข้าวต้มกล้วย ข้าวเหนียวสังขยา (ข้าวมัน) มีความสุขมากเวลาที่คิดถึงคุณยาย

       คุณตาที่จริงท่านเป็นคนมีคาถาอาคม รับเป่ามนต์เสกให้กับคนที่เจ็บป่วย หรือโดนของเข้าตัว  แม้แต่วัวควายที่คลอดลูกไม่ออก  เจ้าของก็มาหาท่านให้ไปเป่าคาถา แล้วใช้มือสอดเข้าไปดึงลูกควายออกมาได้เลยค่ะ  เห็นกับตาจริงๆเพราะวิ่งตามไปกับคุณตา เวลาหลานๆหกล้ม ท่านก็จะมาเป่ามนต์ให้เช้าเย็น  หายเจ็บและเชื่อมากค่ะสมัยนั้น อัศจรรย์มาก จึงสงสัยว่าคุณตาคงจะใช้คาถามนต์สะกดอาการป่วยมะเร็งปอดของท่านไว้ จนลูกหลานมองไม่ออกเลยที่ท่านเป็นโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้ายด้วยการสูบบุหรี่มือสอง ของคุณยาย  

          "จึงสอดคล้องกับการเรียนรู้เรื่องบุหรี่มือสองที่คนสูบรับควันน้อยกว่าคนรอบข้างเพราะดูดควันแล้วพ่นเป่าออกมาคนที่อยู่รอบข้างจะรับเอาควันได้พิษควันมากกว่าคนสุูบแน่นอน"

             จึงหวังว่าเรื่องราวที่เล่ามาจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านไม่มากก็น้อย  ทั้งหมดนี้ขออุทิศให้ป้ออุ้ยขอด แม่อุ้ยเกิ้น ของดิฉันด้วยเทอญ.. สาธุ