ประกาย~natachoei ที่~natadee
นาง ประกาย ประกาย~natachoei ที่~natadee พิทักษ์

ประสบการณ์การพัฒนาครู Facilitator ที่ที่บ้านเรียนสมดุลชีวิ ตอนที่ 2


มีประโยคหนึ่งที่สะกิดใจมาก “การเรียนรู้อย่างสมดุล การมีทักษะที่ปรับตัวให้เตรียมพร้อมก้าวย่างสู่ทศวรรษที่ 21 และลูกคนเดียวเป็นเด็กพิเศษ” จากฐานข้อมูลประชากรแล้วสมัยนี้จะเป็นครอบครัวเดี่ยว เด็กจะเป็นลูกคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ เด็กจะไม่มีพี่ ไม่มีน้อง อยู่กับพ่อแม่ ที่เป็นครอบครัวเดี๋ยว แยกออกมาจากพ่อ แม่ ทำให้คิดถึงครอบครัวของตัวเองที่มีลูกคนเดียวทันที การเป็นลูกคนเดียว จะเหงา ไม่มีพี่น้องคุยด้วย เขาจะเป็นหนึ่งเดียวในบ้าน ไม่ต้องแบ่งปันใคร ถ้าเลี้ยงได้ถูกวิธี ก็เป็นเด็กดี แต่ถ้าเลี้ยงไม่ดี ลูกคนเดียวก็จะเป็นปัญหาสังคม

          จากตอนที่ 1 ไปถึงบ้านอาจารย์นุ เวลาประมาณ แปดโมงเช้า แล้วเจอบังวอญ่า อ.นุ คนสร้างภาพ และได้ทำหน้าที่ต้อนรับแขกที่กำลังจะเดินทางมาถึง ในระหว่างที่รอ ก็เดินชมบ้าน ดูมุมต่าง ๆ แล้วก็บอกว่าชอบมากสวย      ถ่ายภาพเก็บไว้ ซึ่งใช้กล้องตัวเล็ก เกิดการคิดถึงกล้องตัวโต Nikon น่าจะพกมาด้วย จะได้ภาพที่แจ่มชัดสวยงาม     พี่แก้วเป็นนางแบบให้ถ่ายภาพ พี่บังวอญ่าพาชมสวน  แขกชุดต่อมาทยอยมา ช่วยต้อนรับ น้องที่มาจัดสถานที่อุปกรณ์ต่างๆ  ช่วยกันขนขึ้นไปชั้นสอง เจ้าของงานงานมาแล้ว ดีใจมาก หอบเงาะ ลองกองและกะท้อนลูกใหญ่ๆมาด้วย      ลงทะเบียน รับเอกสาร ต่อมาพบอจารย์วี พูดคุยกัน ท่านเป็นกันเองทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วพบ ดร ยุวนุช    คุณนายด๊อกเตอร์ คนที่มีศิลปในตนเอง สวมใส่ผ้าไทยและการแต่งกายดูงามสง่า   ดร.ยุวนุช ยังสวย และไม่แก่       จำได้ว่าเคยพบกันเมื่อหลายปีมาแล้วที่หาดใหญ่  ส่วน อ. ศิลา  คนน่ารักมาก สวยหวานเพิ่งเคยพบกันครั้งแรก        ไม่ผิดหวัง   ทันตแพทย์หญิง แห่ง หนองคาย ทพญ.ธิรัมภา เห็นหน้าตากันครั้งแรกเช่นกันคุณหมอหิ้วแหนมเนืองมาจากหนองคายด้วย 3กล่องใหญ่  

            ในระหว่างที่รอทุกคนมาพร้อมกัน ได้คุยกับครูแมว แล้วชอบมากครูแมวเล่าการทำงาน เล่าถึงครูฟา การไปทำกิจกรรมพัฒนาครูฟา แล้วยังได้แบ่งปันเรื่องราวดี ๆของลูกสาวครูแมวให้ได้ชื่นชม ขอบคุณครูแมวมากที่ให้แนวคิดและเล่าสิ่งที่ดีให้ฟัง แล้วก็มาเรียงลำดับกันว่าใครเกิดก่อนหลัง 3 คน พี่แก้ว ครูแมว ไก่ เกิดเรียงไล่ปีพ.ศ.กันเลยคะ

             ภาพก่อนเข้าร่วมกิจกรรม พี่บังวอญ่าถ่ายให้ใต้ต้นแก้วกัลยา

           ก่อนเริ่มกิจกรรมก็มีอาหาร หมี่ชาววัง ขนมบ้าบิ่น ซาลาเปา ทยอยกันมาก คุณหมอ๋อนำแหนมเนืองมา 3กล่อง เกือบชนกันแล้ว คนขอนแก่นนำขนมขอนแก่น คนหนองคายนำแหนมเนืองขึ้นชื่อมา ของกินต่าง ๆ ทั้งกินเล่น กินจริง  ผลไม้อีกถุงใหญ่ จะจัดการอย่างไรดี จึงจะมีที่วางพอและจัดให้สะดวกต่อการรับประทาน 3 คน พี่แก้ว ไก่ และคุณหมออ๋อ ถือโอกาสเป็นเจ้าของห้องครัวจัดการเตรียมล้าง หั่นเครื่องเคียงแหนมเนือง จัดวางให้สวยงาม  ไก่ไปล้างผลไม้ที่คุณเอกนำมา อยากจะบอกว่ากว่าจะได้เห็นผลไม้ในตระกร้าสวยงาม อ.นุ คงจะได้จ่ายค่าน้ำเพิ่มอีกหลายบาทนะคะ เพราะเจ้าของผลไม้ มีมด แมลงจากสวน เพลี้ย ตามคุณเอกมาด้วย ขัดล้างจนสะอาด พร้อมรับประทาน

            แล้วก็มาถึงกิจกรรมแลกเปลี่ยน เราก็ทยอยมานั่งล้อมวงคุยกัน   คุณเอก จตุพร ทำหน้าที่นำกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ประทับจริงๆ เรียบง่าย   เสียงนุ่ม กระตุ้นให้ผู้ฟังอยากเรียนรู้ ค้นหา  และตั้งใจมาก ๆ ทุกคนที่มานั่งล้อมวง สังเกตจากสายตา สีหน้า ท่าทางแล้ว กระตือรือร้นมาก ๆ ที่อยากจะรู้จักว่าแต่ละคนจะพูดอะไร มีอะไรดี ๆ เด็ดๆ ที่ได้มีประสบการณ์ หน้างาน ประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน มีวิธีการเล่าที่ชวนให้ติดตามและเติมพลังให้แก่กัน  ถือว่าเป็น PLC (professional Learning Community) สำหรับกลุ่ม “วิทยากรกระบวนการ” ได้เป็นอย่างดี 

            คุณเอกนำเสนอเรื่องการเรียนรู้ในการเคลื่อนของกระบวนทัศน์ของการพัฒนามนุษย์ ใน 21st Century Skills  ด้วย VDO และการ Present ให้เราตระหนักถึง เรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21 ที่โลกไร้พรมแดนทั้งการสื่อสาร  การค้า และวิชาการต่างๆ ดังนั้นต้องเตรียมพร้อมกันในทุกๆด้าน   การเอาตัวรอดในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะในเรื่องการศึกษา บทบาทหน้าที่ของการเป็นครูก็จะเปลี่ยนไป ครูจะไม่ใช่ผู้รู้ทุกอย่างอีกต่อไป ครูจะต้องปรับตัวให้เป็นคนนำทางความรู้สู่ผู้เรียนให้มากขึ้น    

             คิดคล้อยตามคุณเอกที่นำเสนอเรื่องราวจากประสบการณ์ที่ผ่านมา การทำงานที่จะต้องค้นหาเอกสารวิชาการ หรืออยากเรียนรู้ อยากทราบ ในทุกวันนี้ง่ายมาก ค้นหาได้จากอาจารย์กูร ได้เพียงปลายนิ้วคลิก

             มีประโยคหนึ่งที่สะกิดใจมาก “การเรียนรู้อย่างสมดุล  การมีทักษะที่ปรับตัวให้เตรียมพร้อมก้าวย่างสู่ทศวรรษที่ 21 และลูกคนเดียวเป็นเด็กพิเศษ”  จากฐานข้อมูลประชากรแล้วสมัยนี้จะเป็นครอบครัวเดี่ยว เด็กจะเป็นลูกคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ เด็กจะไม่มีพี่ ไม่มีน้อง อยู่กับพ่อแม่ ที่เป็นครอบครัวเดี๋ยว แยกออกมาจากพ่อ แม่   ทำให้คิดถึงครอบครัวของตัวเองที่มีลูกคนเดียวทันที  การเป็นลูกคนเดียว จะเหงา ไม่มีพี่น้องคุยด้วย เขาจะเป็นหนึ่งเดียวในบ้าน ไม่ต้องแบ่งปันใคร  ถ้าเลี้ยงได้ถูกวิธี ก็เป็นเด็กดี  แต่ถ้าเลี้ยงไม่ดี   ลูกคนเดียวก็จะเป็นปัญหาสังคม   คิดถึงน้องแตมทันที น้องแตมจะชอบออนไลน์ ชอบฟังเพลงวัยรุ่นวงเกาหลีมากที่สุด คุยกับเพื่อน ทำการบ้าน ติวเตอร์ กันทางออนไลน์  เคยกังวลว่าลูกจะสื่อสารกับคนอื่น ๆ เพื่อนนักศึกษา หรืออยู่ในกลุ่มสังคมได้หรือไม่   น่าจะหมดห่วง เมื่อเห็นน้องแตมไปเยี่ยมคนป่วย เยี่ยมผู้สูงอายุ ในชุมชน แล้วได้ของฝากกลับบ้านเป็นผลไม้ทุกครั้ง   

            นั่งฟังเรื่องราวดี ๆ แต่สังขารร่างกายไม่ให้ รู้สึกปวดหลังปวดเข่า เพราะปกติจะไม่ชอบนั่งพับเพียบที่พื้น พลิกขยับ หาที่พึงหลังได้แล้ว ค่อยหายใจโล่ง ตั้งใจฟังเจ้าของสถานที่ อ.นุ   เล่าประวัติที่มาของบ้านหลังนี้ว่า เกิดจากการที่จะพาลูกออกจากการศึกษาในระบบมาทำระบบบ้านเรียน (HomeSchool) และต้องมีการเตรียมสถานที่รองรับให้ครอบคลุมตามหลักสูตรการเรียนรู้  ซึ่งแต่เดิมได้ออกแบบและว่าจะทำเป็นบ้านดิน แต่ด้วยเวลาที่กดดันเข้ามาเนื่องจากต้องให้บ้านเสร็จก่อนภายในเวลา 1เดือนครึ่ง ก่อนเปิดเทอมจึงต้องเปลี่ยนแผนเป็นการสร้างด้วยไม้สักแทนแต่ก็ยังใช้แบบแปลนของดินที่ตั้งใจแต่เดิม  สร้างบ้านไม้เสร็จเร็วและสวยงาน ฝีมือดีมาก ๆ ถ้าสร้างที่ขอนแก่น  รับรองไม่ใช่ใช้เวลาเดือนครึ่งแน่นอน น่าจะใช้เวลาอย่างน้อย สองเดือนขึ้นไป และช่างฝีมือไม่ดีเท่า

               เคยฝันและอยากได้บ้านไม้มาก ๆ แต่ด้วยข้อจำกัดของที่ดินที่มีอยู่ สำรวจแล้วมีแต่จอมปลวกเป็นหย่อม ถ้าสร้างบ้านไม้แล้วมีหวังสร้างให้ปลวกมากินไม้ ตอนนี้สร้างบ้านคอนกรีต ประตูไม้ ปลวกยังหาวีธีเข้ามาได้ ยอมรับความสามารถของปลวกจริง ๆ

               ช่วงพักผ่อน อาหารว่าง ขนม ช่วยกันจัดเตรียม และแนะนำการกินแหนมเนือง หมี่กะทิชาววัง ชิมไปคุยไป กับอาจารย์ดร.ยุวนุช อ.ศิลา ดูแลแขก  สมมุติเป็นเจ้าของบ้านแล้ว คุยกัยน้องเจ๊ยบ อาจารย์สุเทพ และอีกหลายคน ยึดห้องครัวเป็นที่นั่งฟังการสนทนา และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั่งเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ สบายดีขึ้น พร้อมกับจดไปด้วย จากการเล่าของ “โค้ชปุ้ย” (คุณชัยยาณัฐ อนุรัตน์)  ที่ได้แบ่งปันประสบการณ์การเป็น Coach ให้กับครูให้กับโรงเรียนแถบภาคตะวันออกให้ฟัง และที่จับประเด็นได้คือทุกคนมีดีในตัวเขาเองให้ค้นหาสิ่งดีๆ ออกมาเหมือนกับการเดินทางไกลด้วยเรือแต่ละคนจะทำหน้าที่ความถนัดของแต่ละคน โคชจะทำหน้าที่ดึงศักยภาพความสามารถออกมาให้ได้  

     เที่ยง พักรับประทานอาหาร กินไปคุยไป ล้อมวงกันอย่างมีความสุขและอบอุ่น ช่วยกันเก็บล้าง จานชาม       

       ช่วงบ่ายเริ่มต้นการบรรเลงพิณแก้วจากอ. วีระพงษ์  ทวีศักดิ์ หนึ่งในเอเชีย และมีเพียง 20 คนในโลกเท่านั้นที่เล่นได้ จึงต้องเดินทางรอบโลกเพื่อเปิดการแสดง อาจารย์ใช้เสียงเพลงเป็นสื่อเพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้ก่อนนำไปสู่การบรรยาย   อาจารย์เล่าถึงการไปบรรยายให้นักโทษที่อยู่ตามเรือนจำ ที่อาจารย์สามารถทำให้พวกเขาเกิดความไว้วางใจและรับฟังรับรู้ เกิดการเรียนรู้ขึ้นมาได้ อาจารย์เล่าให้ฟังว่านักโทษส่วนใหญ่ทำผิดเพราะไม่รู้  อาจารย์เล่นเพลงบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ได้ไพเราะมาก ดื่มด่ำ ฟังกันอย่างตั้งใจ เสียงเพลงอาจารย์สะกดให้ในห้องเงียบสงบ มีความสุขกับเสียงเพลง

           ต่อมา “ครูป้อม” คุณสมศักดิ์ สายแสงจันทร์ นวัตกร มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว มาเล่าประสบการณ์ตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงการทำงานปัจจุบัน  ครูป้อมเล่าอย่างมีพลังมากมาย  แนวทางการปฏิบัติของครูฟา 10 ประการ  

            ท่านสุดท้ายที่มา “ครูก๋วย” คุณพฤหัส พหลกุลบุตร จากกลุ่มละครมะขามป้อม ได้มาเล่าหลักการใช้ละครเพื่อการเรียนรู้   ใช้ละครเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยน ซึ่งได้ผลในการจัดค่าย จัดกิจกรรมกับเด็ก หรือเยาวชน

           ช่วงสุดท้ายที่สำคัญคือการนั่งล้อมวงกันทั้งกลุ่มเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ให้แต่ละคนได้เล่าประสบการณ์ที่เคยทำ หรือความประทับใจ บรรยากาศดีมาก ทุกคนตั้งใจเล่าเรื่องราวที่ตัวเองทำอยู่และนำมาแบ่งปันให้กับผู้ร่วมงาน    จากนั้น คุณเอก ก็ได้จับประเด็นสรุปไว้และนำเสนอให้พวกเราได้ประเด็นที่นำมาแลกเปลี่ยกันในวันนี้  ไปอ่านและติดตามจากคุณเอกและคุณไทเลย http://www.gotoknow.org/blogs/posts/489621 ขอแอบนำภาพมาจากคุณไทเลย

            ลืมเล่าอีกเรื่องที่ประทับใจ เจอแม่ต้อยด้วย ได้กอดแม่ต้อยสมใจแล้ว พร้อมกับได้คุยกันถึงเรื่องการดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจ การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย พร้อมกับสัญญาว่าวันที่ 30 พฤษภาคม จะไปรับแม่ต้อยที่สนามบินขอนแก่น แล้วพาไปกินส้มตำแซบนัว 

         ช่วงที่เราจะแยกย้ายกันกลับ ที่จริงอยากอยู่ต่อ อยากคุยและถ่ายภาพกับอ.นุ อ.วี แต่เวลาและโอกาสไม่ได้ กลัวจะมืดค่ำ รถจะติดมาก และได้อาศัยรถโรงพยาบาลท่าเรือ ที่มารับน้องเจี๊ยบกลับอยุธยา  ออกมาหน้าปากทาง รอรถแท๊กซี่ พร้อมกัน 5 คน มีพี่บังวอญ่า ครูแป๋ม และลูกศิษย์ ขอบคุณน้องเจ๊ยบที่ใจดีและน่ารักเสมอ เรียกรถแท๊กซี่  ไก่กับพี่แก้วตัดสินใจกันว่าจะไปห้างเซ้นทรัลลาดพร้าว เพื่อซื้อของฝาก กระเป๋าสตางค์ให้คุณสามีและลูกสาว ส่วนพี่บังวอญ่าบอกว่าจะไปสถานีขอนส่งหมอชิต ครูแป๋มกับลูกศิษย์ไปสถานีขนส่งหมอชิต ทางเดียวกันไปพร้อมกัน สงสารคนขับแท๊กซี่เหมือนกัน น้ำหนักรวมกันแล้วหลายร้อยกิโล เบียด ๆ กันไป 5คน พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า นักเรียนลูกศิษย์ครูแป๋ม ไม่ยอมถอดสูท ร้อน จนจะเป็นลม นับถือน้ำใจ ทนได้ มีรถติดเป็นบางช่วง กว่าจะถึงเซ็นทรัลลาดพร้าว จ่ายค่ารถไว้กับครูแป๋ม ส่วนที่เหลือออกต่อเองนะคะ ใกล้ๆ นิดเดียว

           ระหว่างนั่งมาในรถ ก็คุยกันถึงบรรยากาศที่ถูกใจ ชอบใจ เล่าเรื่องราวให้กันฟัง พี่บังวอญ่ายังคุยสนุกเหมือนเดิม ครูแป๋มเล่าเรื่องราวของครู ของนักเรียน จัดการความรู้อย่างไร ได้ความรู้ เทคนิคมาเพิ่มเติมกันไป แล้วเราก็นัดกันอีกรอบที่สอง จะต้องมาเจอกันให้ได้ เดินทางมาก่อน นอนนับดาว รอเข้าร่วมกิจกรรมพร้อมกับเล่าเรื่องราว คุยกัน จินตนาการแล้วอยากให้ถึงเร็วๆ 

หมายเลขบันทึก: 489971เขียนเมื่อ 3 มิถุนายน 2012 18:11 น. ()แก้ไขเมื่อ 8 ธันวาคม 2012 11:48 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (10)

ขอบคุณครับพี่ไก่

ชอบมากครับกับมุมมองที่หลากหลายของแต่ละคนที่มองผ่านปรากฏการณ์เดียวกัน ผมเองกำลังนั่งสรุปงานไปด้วยอ่านบันทึกของทุกท่านไปด้วย

มีความสุขครับ

จตุพร

ขอบคุณคุณเอกมากคะที่ให้โอกาสดี ๆ พี่อาจจะเล่าสรุปเนื้อหาหลักยังไม่ได้ดีพอ แต่ได้รายละเอียด ความประทับใจ เล็กๆ น้อย ๆ ยังเล่าไดไม่จบนะคะ ยังมีอีกที่อยากเล่า แต่ขอกลับบ้าน จัดการเรื่องครอบครัวก่อน แล้วค่อยมาจัดการความรู้ คะ

น้องไก่ คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก แท๊กซี่คันเดียว อัดไป ห้าคน สงสารน้องลูกศิษย์อาจารย์แป๋ม

หลากหลาย ล้วนตั้งใจ มาด้วยใจที่อยากเรียนรู้

รวมถึงตั้งใจในการเเลกเปลี่ยนเรียนรู้

เวทีเสวนา เเลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาครู Facilitator ณ บ้านเรียนสมดุลชีวิต 

เยี่ยมมากค่ะพี่ไก่... เอ..แล้วแป๋มจะเขียนอะไรน๊อ พี่ไก่พูดมาหมดแล้ว..ฮา ขอบคุณบังนะคะที่สงสารศิษย์นับของครูแป๋ม.. แค่นี้ถือว่าลำบากน้อยค่ะ เพราะเราเคยลำบากมากกว่านี้เยอะเลย กว่าจะรักและผูกพันกันมาได้ขนาดนี้ ศิษย์นับก็ประทับใจผู้ใหญ่ทุกท่าน แถมนำความรู้ดีๆที่ได้ไปเผยแพร่ขยายผลกับเพื่อนๆอีก

ขอบคุณทุกท่านที่ให้โอกาสแป๋มและศิษย์ได้มาร่วมวงเสวนาในครั้งนี้.. โดยเฉพาะพ่องาน..คุณเอก จตุพรค่ะ.

สมกับการรอคอยกับเนื้อหาที่เป็นกอบเป็นกำครับ ขออนุญาตใช้บันทึกนี้ต่อยอดเพื่อเป็น "เนื้อหา" ที่ละเอียดขึ้นไปจาก "สาระ" ในบันทึกของผมต่อด้วยนะครับ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/489621

ขอบคุณครับ

คิดถึงตอนที่นั่งแท๊กซี่คะพี่บังวอญ่า

Blank

สงสารคนขับและรถแท๊กซีมาก ๆ รับน้ำหนักเกิน แล้วน้องนักเรียน ยอมรับความอดทนจริง ๆ ไก่เวียนหัว เมารถตอนใกล้จะถึงเซ้นทรัล แล้วพี่แก้วก็พาหลงห้างอีก เดินวนกันหลายรอบมากกว่าจะได้กระป๋าสตางค์ แล้วยังไม่รู้ว่าแพ้อะไรทานอาหารแล้วหน้าแดง ผื่นขึ้นเต็มหน้า พี่แก้วรีบพากลับคอนโด กลัวว่าจะหายไม่ออก

สวัสดีคะครูแป๋ม

Blank

ยินดีมากที่ได้มีโอกาสเจอตัวเป็น ๆ น่ารักมากและคุยสนุก ได้ประเด็น ชอบมากคะ ครูแป๋มเล่าได้อยู่แล้ว ยังมีเหลืออีกหลายประเด็นมาก ๆ ที่จะเขียน พี่ยังเก็บรายละเอียดได้ไม่หมดคะ เหลือไว้ให้เขียนอยู่คะ

Blank

ต่อยอดได้เลยคะ เพราะการสรุปสุดท้ายพี่เห็นเขียนแล้วก็เลยไม่สรุปอีก เล่าเรื่อราวความประทับใจ คนละนิด คนละหน่อย แล้วผู้อ่านจะไม่เบื่อคะ อยากจะบอกคุณไทเลยว่า น้ำหมักไม่ได้หยิบมาด้วยเพราะว่าจะต้องเดินทางกลับขอนแก่น แต่พากันลืมไปว่าลูกสาวพี่แก้วอยู่กรุงเทพ ทำงานที่การไฟฟ้า ลืมหยิบมาให้น้องเขาได้นำมาใช้หรือเอาไปให้ที่ทำงาน เสียดายจัง

ขอบคุณเจ้าของภาพนะคะ ที่แอบไปขอจากบันทึกของพี่บังวอญ่า บันทึกคุณไทย-บ้านแฮด โดยไม่ได้บอกเจ้าของ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี