วันนี้เป็นวันหยุดได้นำเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่ชำรุดตรงปุ่มพาวเวอร์ไปซ่อมที่ร้านคอมฯในห้างแห่งหนึ่ง  ขากลับจะเดินมาที่รถจอดเห็นร้านขายแว่นตา  จึงเดินดูแว่นตา ราคาพอประมาณ  หลักสี่เท่านั้น  จึงสนใจ  บอกกับตัวเองว่า...เอากระเป๋าหนักๆๆไปเก็บที่รถก่อน  แล้วเดินมาที่ร้านอีกครั้ง

*****

ครูอ้อยชอบแว่นตาที่กำลังลดราคาพิเศษ  แต่พนักงานขายบอกว่า  เป็นแว่นตาของเด็กๆ  พร้อมกับเดินไปหยิบแว่นตามียี่ห้อ  ลดราคา 25% มาให้ครูอ้อยดู  ครูอ้อยก็ตกลง  แล้วพนักงานก็อธิบาย เลนส์และคุณสมบัติให้ครูอ้อยฟัง

*****

เลนส์ดีก็เหมาะสมกับสายตาของเราที่ต้องการถนอมสายตา  พนักงานก็เชิญให้ครูอ้อยไปวัดสายตา  แถมบอกด้วยว่า  ถ้าครูอ้อยเป็นโรคความดัน  อาจจะเป็นผลต่อสายตา  วันนี้วัดสายตาไปแล้ว  สายตาเป็นแบบนี้  ต่อไปอาจจะจะต้องเปลี่ยนไปอีก...หมายถึง  ไม่แน่นอนถ้าความดันขึ้น

*****

ครูอ้อยวัดสายตาเสร็จแล้ว   ก็เดินมาฟังการอธิบายเลนส์ชนิดที่พนักงานขายบอกว่าดีมาก  ผลิตที่เยอรมัน  ประมาณ 3 สัปดาห์จึงจะได้แว่นตา  ครูอ้อยเลยไม่สนใจ

*****

พนักงานขาย  นำแคตตาล็อกราคามาให้ดู  มีเลนส์ลดหลั่นคุณภาพ  และราคาก็ลดหลั่นกันไป

*****

ครูอ้อยเป็นคนที่ใช้สายตามาก  ก็ต้องการสิ่งที่ดีให้กับนัยน์ตาของเรา  จึงตกลงเลือกสิ่งที่ดีที่สุด  แต่พอนำราคามาดู  ครูอ้อยถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ....สี่หมื่นกว่าบาท  พร้อมกับกรอบแว่นด้วย  สี่พันกว่าบาท  ก็รวม....ห้าหมื่นนิดนิด

*****

ครูอ้อยถึงกับ..เอ๋อ  และบอกกับพนักงานว่า...เอ้อ  พี่มีแว่นหลายอันแล้ว   ขอราคาพอประมาณได้ไหม  .....

*****

เรียนถามท่านผู้รู้ค่ะว่า.....ครูอ้อยตัดสินใจแบบนี้  ถูกไหมคะ