ชีวตที่เรียบง่าย ไม่ใช่ชีวิตที่มักง่าย แต่เป็นชีวิตที่ต้องประณีตและบรรจง คัดสรรแต่สิ่งที่ดี และเป็นสาระให้กับชีวิต

   เมื่อวันอาทิตย์ 20 พค.55 ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญให้ขึ้นเวทีเสวนาในหัวเรื่อง "เป็นอยู่อย่างง่าย เป็นอยู่อย่างไร" ในงานวัดลอยฟ้า พารากอนชั้น๕

   ผู้ร่วมเสวนาอีก๒ท่าน พิธีกรอีกหนึ่ง รวมผมเป็น๔

   ประเด็นที่ผมพูดในวันนั้น คือ 

   ชีวิตที่เป็นอยู่อย่างง่ายคือ ชีวิตที่ดำเนินไปได้อย่างมีดุลยภาพ เพราะความสมดุลก่อให้เกิดความสุขสบาย และดำเนินไปได้อย่างปกติ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาในภายหลัง ยกตัวอย่างเช่น สมการเคมีที่อยู่ในจุดสมดุล ก็จะวิ่งไปกลับได้เรื่อยๆในตัวของมันเอง ร่างกายมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าอยู่ในสมดุลก็จะไม่เจ็บป่วย

   ปัญหาสำหรับมนุษย์เรายุคปัจจุบันนี้ก็คือ เราใส่เรื่องราวต่างๆมากเกินไปในชีวิต จนทำให้ชีวิตขาดสมดุลขาดความเรียบง่าย ความทุกข์ยากก็เลยตามมา

   ความทุกข์ของมนุษย์ล้วนเกิดจาก "มองสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ว่าเป็นสาระ" รวมทั้ง "มองสิ่งที่เป็นสาระ ว่าไม่เป็นสาระ" 

   ดังนั้นสิ่งต่างๆมากมาย ที่ใส่เข้าไปในชีวิตจนดูยุ่งเหยิง ขาดความเรียบง่าย ขาดความเป็นสาระ จึงก่อให้เกิดความทุกข์ตามมา ทั้งทางกายและทายใจ

   แล้วจะเป็นอยู่อย่างไรให้เรียบง่าย? 

   เราก็ต้องเริ่มต้นจากสัมมาทิฎฐิก่อน จากการมองให้เห็นว่าสิ่งใดเป็นสาระของชีวิต จากนั้นก็ตัดสิ่งที่ไม่เป็นสาระออกไป ดำเนินชีวิตแบบทางสายกลาง มัชฌิมาปฏิปทา มรรค8 ไม่สุดโต่งสุดขั้วไปด้านใดด้านหนึ่ง ดำเนินชีวิตแบบไม่ทำร้ายตัวเองและผู้อื่น

   เห็นไหมครับว่า การดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายนั้น ต้องปราณีต ตั้งใจ ไม่มักง่ายปล่อยตัวปล่อยใจ แต่เมื่อทำบ่อยๆก็จะติดเป็นนิสัย มันก็จะง่ายไปเอง และที่สำคัญคือความทุกข์เราก็จะน้อยลง และได้พบกับความสุขที่แท้จริงครับ