คุณภาพของสายพันธุ์และการเก็บรักษา เป็นหนึ่งในหลักปฏิบัติด้านความมั่นคงทางอาหาร
...ความมั่นคงทางอาหาร!สำหรับท่านทั้งหลายนึกถึงสิ่งใดบ้างคะ?...
...สำหรับดิฉันแล้วในมุมมองของความมั่นคงด้านอาหารสิ่งที่นึกถึง สิ่งแวดล้อมที่ดี(พืชพรรณที่หลากหลาย) อาหารที่ปลอดภัย(แนวทางเกษตรอินทรีย์) คุณภาพของสายพันธุ์และการเก็บรักษา(พันธุ์พืชไทยในแต่ละท้องถิ่น) ซึ่งความมั่นคงเหล่านี้สามารถสืบทอดไปถึงลูกหลานอย่างยั่งยืน ฯลฯ...
...หลังจากที่เคยนำข้อมูลเกี่ยวกับวิธีล้าง-เพาะเมล็ดผักหวานป่าไปแล้วครั้งหนึ่ง(ภาพประกอบยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควรเพราะเป็นภาพเก่าหลายปี)
...วันนี้ได้ภาพข้อมูลล่าสุดของปี2555 ที่เก็บได้ตรงช่วงเวลาสุกของผักหวานป่า และในช่วงนี้บางพื้นที่ยังมีเมล็ดสุกของผักหวานป่าที่ยังไม่หมดจากต้น(รุ่นสุดท้ายของสายพันธุ์ใบมน-ใบรี) และบางพื้นที่สายพันธุ์ใบแหลมพึ่งจะสุก....
1. เมล็ดสุกของผักหวานป่าที่เก็บมาจากต้น ควรเลือกผลสุกที่มีสีเหลือง(เก็บลงจากต้นภายใน7-10วันควรรีบนำลงดินเพาะ-ปลูก)...
2. คัดแยกผลสุกออกจากก้านขั้ว คัดเมล็ดอ่อนและเมล็ดที่แห้งเสียทิ้งไป...
3. ผลสุกของผักหวานป่าที่เด็ดออกจากก้านขั้วผล...
4. แช่เมล็ด(ผล)ผักหวานป่าที่คัดไว้ในน้ำ(เป็นน้ำฝนจะดี)จะมีเมล็ดบางส่วนที่ลอยน้ำให้คัดแยกไว้ต่างหาก ใส่จุลินทรีย์EMลงไปเล็กน้อยตามปริมาณของเมล็ดและน้ำที่ใช้แช่...
5. เมล็ดผักหวานป่าที่นำออกจากเปลือก...
6. นำเมล็ดผักหวานที่เอาเปลือกออกแล้วแช่ในน้ำใหม่อีก1-2น้ำ และคัดเมล็ดที่ลอยน้ำแยกออกไว้...
7. ในภาพเป็นเมล็ดผักหวานป่าที่ลอยน้ำ้ ส่วนมากจะเพาะไม่ค่อยงอกเพราะเนื้อในเมล็ดไม่สมบูรณ์เต็มเมล็ด(ฝ่อ)หรือแ้งเกินไป...
8. นำเมล็ดผักหวานป่าที่เอาเปลือกออกและทดสอบการแยกเมล็ดลอยน้ำ นำมาคลุกกับทรายแห้ง(ทรายแห้งที่นำมาคลุกหาได้จากแปลงดินหรือตามถนนโดยไม่ต้องซื้อ)...
9. เมล็ดผักหวานป่าที่คลุกเคล้ากับทราย ทรายแห้งจะช่วยดูดซับน้ำและเนื้อที่อยู่กับเมล็ดของผักหวานป่าให้หลุดแยกออกจากกัยโดยง่ายโดยไม่ต้องขัดถูให้เหนื่อย...
10. ในภาพคือเนื้อข้างในของเมล็ดผักหวานป่าที่จะพัฒนาเป็นต้นกล้าในอนาคตหากมีวัตถุดิบจำนวนมากสามรถนำมาพัฒนาแปรรูปเป็นเกษตรอุตสาหกรรมได้(เมล็ดผักหวานป่าอบกรอบสำหรับประกอบอาหารคาวหวาน เมล็ดผักหวานป่าอบกรอบเคลือบช็อคโกแลต ฯลฯ)...
11. เมล็ดสุกผักหวานป่าที่ขอซื้อมาจากสวนที่ จ.สกลนครราคา12,000บาท(นี่คือเหตุผลที่ต้องอดทนรอเพื่อให้มีแหล่งเมล็ดพันธุ์ในสวนของตัวเอง นอกจากยอดอ่อน)...
12.
13. ภาพที่11-13ขั้นตอนการล้างแบบเดียวกันเพียงแต่ปรับตามปริมาณของผลสุกผักหวานป่าที่มากหรือน้อย(หากผลสุกมากควรคัดผลที่สุกงอมทำการล้างและเพาะ-ปลูกก่อน)...
14. ลักษณะของใบผักหวานป่าสายพันธุ์ใบมน-ผักหวานโคก(สังเกตตรงส่วนปลายใบ)...
15. ลักษณะของใบผักหวานป่าสายพันธุ์ใบรี-ผักหวานโคก...
16. ลักษณะของใบผักหวานป่าสายพันธุ์ใบแหลม-ผักหวานป่า,ผักหวานดง ลักษณะของใบผักหวานป่าทั้งสามสายพันธุ์จะมีลักษณะความยาวความกว้างของใบทั้งแบบใบเล็กๆและแบบใบใหญ่ๆ (ลักษณะรูปลักษณ์ที่เล็กและใหญ่ถึงใหญ่มากๆ ที่แตกต่างกันออกไปเนื่องมาจากการปลูกด้วยเมล็ดไม่ใช่กิ่งตอน เปรียบได้กับลูกที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกันแต่มีสีผิว ความสูงที่แตกต่างกัน)...
(ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์)
17. ภาพนี้เป็นเมล็ดสุกผักหวานป่าแถบ จ.กาญจนบุรี(เป็นอีกจังหวัดที่มีแหล่งเมล็ดพันธุ์ผักหวานป่าจากต้นที่อยู่ในแปลงที่ดินค่อนข้างมาก) ดิฉันมองดูภาพแล้วเกิด2ความรู้สึกที่ตื่นเต้น(เยอะจัง)และเหนื่อยแทนเจ้าของ(แต่ละรอบที่เก็บมาจากต้นภายใน7-10วันจะต้องรีบล้าง-เพาะ-ปลูก เกินอายุ10วันไปแล้วอัตราการงอกลดต่ำลงเรื่อยๆจนไม่งอกเท่ากับเสียเปล่า)"เหนื่อย"เพราะต้องแข่งกับเวลาเพราะหากทำไม่ได้ตามที่ผักหวานเป็นผู้กำหนดเอง"ถึงจะมีเมล็ดสุกมากแค่ไหน?ก็เปล่าประโยชน์หากจะปลูกหรือจะขาย" หมดเวลาก็ต้องรอรอบใหม่อีก1ปี)...
(ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์)
18. ในภาพเป็นเมล็ดผักหวานป่าที่เพาะให้ออกรากเป็นถั่วงอก เป็นการเข้าใจผิดกับผักหวานป่าที่นิยมทำกันมากหลายๆคนคิดว่าไม่ต้องกรอกถุงเพาะให้เหนื่อยหรือเพื่อความแน่ใจในสูตรปลูกด้วยเมล็ดเพราะเห็นรากงอกในทุกต้นที่ปลูก...
...หากจะเพาะต้นกล้าผักหวานป่าเพื่อปลูกควรนำเมล็ดผักหวานป่าที่คลุกทรายแล้วนำมาหยอดลงในถุงเพาะชำเลย(ถุงละ2-4เมล็ด)ซึ่งวิธีดังกล่าวนี้จะทำให้ต้นกล้าผักหวานป่ามีรากฝอยเยอะกว่าวิธีเพาะแบบถั่วงอก)...
...หากจะปลูกผักหวานป่าด้วยเมล็ด(หยอดเมล็ด)ควรนำเมล็ดผักหวานป่าที่คลุกทรายแล้วนำไปหยอด(ปลูก)ลงดินกับโคนต้นไม้พี่เลี้ยงที่เป็นร่มเงาได้เลย ซึ่งวิธีดังกล่าวนี้จะทำให้ต้นกล้าผักหวานป่าแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดีกว่าเพาะแบบถ่วงอก เพราะมีรากฝอยจำนวนมากและรากไม่กระทบกระเทือนรวมถึงตารากฝอยไม่ตาย...
...ความจริงหากจะเพาะ-ปลูกต้นกล้าผักหวานป่า เรามีเวลามากมายที่จะเตรียมพร้อม(365วันใช้ไม่ถึง30วัน) เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผักหวานป่าสอนดิฉันให้เรียนรู้ การวางแผน การบริหารจัดการ การยอมรับความเป็นจริงกับสิ่งที่ธรรมชาติเป็นอยู่...
...หลายครั้งที่เกิดคำถามกับตัวเองในคำถาม คำพูดของหลายๆคนที่สื่อสารกัน อย่างเช่นผักหวานป่าต้องทำนอกฤดู(แล้วนอกฤดูหละเดือนไหน?) เพราะผักหวานป่าจะไม่ออกยอดเฉพาะในฤดูฝน(4เดือน) ที่เหลือ8เดือนก็จะออกยอด(เอาแค่6เดือนก็เพียงพอเพราะไม่ได้มีหรือกินแต่ผักหวาน)...
...หากคนเราถูกบังคับห้ามนอนหลับบ้าง! ความรู้สึกนั้นคงเช่นเดียวกันกับผักหวานและต้นไม้อื่นๆ...
...ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับผักหวานป่าที่นำมาเผยแพร่ในวันนี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์และสาระความรู้เกี่ยวกับมุมมองสำหรับพืชที่มีชื่อว่าผักหวานป่าให้กับทุกท่านนะคะ...
...สิ่งหนึ่งที่ดิฉันได้เรียนรู้มาจากผักหวานป่าที่นำสะท้อนในวันนี้ คือมุมองของผักหวานป่าที่สามารถปรับใช้กับวิถี เกษรและทุกสาขาอาชีพกับการเรียนรู้ปรับสภาพกับสิ่งที่เป็นความจริงของธรรมชาติที่ปรากฎขึ้นในขณะที่ทำ...
***คงต้องขอจบบันทึกแต่เพียงเท่านี้ค่ะ
อย่างน้อยสิ่งหนึ่งที่ให้เป็นของขวัญวันเกิดให้กับตัวเองในวันนี้คือการมอบความรู้ที่มีกี่ยวกับผักหวานป่าให้กับทุกท่าน
และการนำพาจิตใจตัวเองให้จดจ่อ(สติ)อยู่กับผักหวานย้ำจุดยืนกับตัวเอง
(อดีตก็ผักหวาน ปัจจุบันก็ผักหวาน อนาคตนั้นก็จะหวานต่อไป) "คิด พูด
ทำ" *** ขอบพระคุณและสวัสดีค่ะ
...วันใหม่ใจแจ่มแจ้งราตรีสวัสดิ์ค่ะ(๒๓-๕-๒๕๒๑ ฅนปีมะ)...
ผลผักหวานเหมือนลูกมะไฟ..เป็นการบอกเล่าที่ละเอียดมากค่ะ..ขอบคุณที่แบ่งปัน..
สวัสดีค่ะ
กำลังศึกษาเรื่องการปลูกผักหวานป่าพอดีค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีนะค่ะ ไว้ลงมือทำคงจะได้รบกวนบ่อยๆ แน่ค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ
...ท่าน อ.นุ
...คุณKwancha
...ขอบพระคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจจากทุกท่านค่ะ...
...ยินดีแบ่งปันสำหรับความรู้ที่มีเรื่องผักหวานป่าค่ะ...
เห็นภาพแรกแล้วคิดเหมือนคุณพี่ใหญ่ค่ะว่าคล้ายมะไฟมาก
สวัสดีค่ะคุณน้อย สบายดีนะคะ :)
สวัสดีค่ะคุณปริม...ขอบพระคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจค่ะ สีเหลืองที่โดดเด่นมองทีไรก็สุขใจค่ะเพราะกว่าจะออกมาให้เชยชมค่ะ.
...ส่วนตัวแล้วดิฉันชอบผักหวานป่าพันธุ์ใบแหลมค่ะเพราะจะมีกลิ่นที่หอมและอ่อนนุ่มกว่าพันธุ์ใบมน-ใบรี(เปรียบได้กับข้าวจ้าวแดงกับข้าวหอมมะลิ).
...สาเหตุที่คนนิยมทานผักหวานใบมน-ใบรี เนื่องจากการแตกยอดดูสวยยอดดูน่ากิน ส่วนผักหวานป่าใบแหลมเหตุที่คนทั่วไปไม่ค่อยซื้อเนื่องจากไม่ค่อยรู้จัก(ไม่เคยเห็น)ไม่แน่ใจว่าเป็นผักหวานชนิดที่กินได้(เกษตรกรบางรายไม่รู้จักถึงกับจะตัดทิ้งก็มี).
...ในอนาคตผักหวานใบแหลมจะมีราคาแพงยิ่งกว่าพันธุ์อื่นๆเมื่อผู้คนรู้จักและได้ลิ้มลองมากขึ้น(ถึงเวลานั้นต้นพันธุ์ในธรรมชาติร่อยหรอ แถมปลูกยากกว่าชนิดอื่นๆอีกค่ะ)
ขอบคุณมากนะคะหากพบเมล็ดแก่จะลองทำดูบ้างค่ะ
เมล็ดผักหวานงอกหากไม่หวังเป็นต้น
หากนำมาทำอาหารๆนั้นคงมีประโยชน์มากนะคะ
สวัสดีค่ะคุณกานดา...ขอบพระคุณที่กรุณาเข้ามาเยี่ยมชมค่ะ
ผักหวานป่าเป็นพืชที่เป็นยาตั้งแต่ราก เปลือก ยอด ใบ ดอก เมล็ดอ่อนและเมล็ดสุกค่ะ
เมล็ดสุกของผักหวานป่าเมื่อแกะเปล์อกชั้นในออก(รูปที่9)นำไปประกอบอาหารจะมีรสชาดหวาน มัน หอมอร่อยมากค่ะและข้างในเนื้อเมล็ดยังมีหัวใจเขียวๆคล้ายๆกับเม็ดบัวหลวงที่นำไปทำยาด้วยค่ะ
ส่วนเนื้อใต้เปลือกสีเหลืองและยางของผักหวานป่า ส่วนตัวเชื่อว่าหากมีการวิจัยเชื่อว่าจะเป็นได้ทั้งอาหาร ยาและเครื่องสำอางค่ะ
...ขอบคุณค่ะ...