สมัยเด็กๆ ผมชอบกินกล้วยปิ้งมากพอดู..ปิ้งนะไม่ใช่ทับแบนแล้วโรยน้ำเชื่อม  ผมว่ามันอร่อยแบบธรรมชาติ ..หอมไฟอ่อนๆ  กินแบบไอติม เพราะแม่ค้าเอาไม้เสียบให้ด้วย  กินร้อนๆ หร่อยดีกว่าเย็นๆ 

 

นิยมใช้กล้วยน้ำว้าเกือบห่ามมาทำ  บางทีก็ใช้กล้วยตานีสุก แบบนี้จะลูกใหญ่และมีน้ำหวานเยิ้มออกมา ก็หร่อยไปอีกแบบ

 

สองสามปีมานี้ผมมาได้คิดว่า เอ๊...ทำไมเราไม่ผลิตกล้วยปิ้งแบบนี้ บรรจุหีบห่อให้ดี  (เช่น พลาสติกใสสุญญากาศ)  แล้วออกขายทั้งในประเทศและทั่วโลก

 

 

ในไทยผมว่าจะทำการตลาดได้ง่าย เพราะกล้วยน้ำว้านั้นคนไทยเรามีภาพลักษณ์ติดตาติดใจอยู่แล้วว่า มีสารอาหารเพียบพร้อมเพียงใด กินกล้วยหนึ่งใบได้ธาตุอาหารมากกว่าบะหมี่สำเร็จหนึ่งซองแน่นอน   พ่อแม่จะซื้อให้ลูกกินแก้หิวหลังเลิกเรียน ก่อนขับรถกลับถึงบ้าน  .. นักธุรกิจรีบร้อน ...ยังนักเล่นบล็อกที่ไม่อาจลุกออกจากหน้าจอ..รับรองขายระเบิด

 

 

จากนั้นบุกตลาดนอก ...ให้กินเป็นอาหารเช้าแทน ขนมปังปิ้ง ไข่ดาว ไส้กรอก น้ำส้ม ..ซึ่งทำให้อ้วน แต่หันมากินกล้วยปิ้งแทน  (กับน้ำมะม่วงด้วย) ...ทำบรรจุภัณฑ์เป็นกล่องแบบกล่องไข่ยังได้ จะได้เกิดภาพลักษณ์แทนกันได้   

 

การทำกินก็ง่าย เพียงแค่เจาะถุงพลาสติกด้วยเข็ม  เอาเข้า microwave  แกะถุงออก ก็กระเดือกได้เลย ...เหมาะสำหรับวิถีชีวิตที่รีบร้อนของคนในมหานครทั้งหลายในโลก

 

เคยมีใครคำนวณบ้างไหมว่าในโลกนี้มีคน “รวย” ในมหานครกินอาหารเช้ากี่คน ถ้าเราเพียงได้ส่วนแบ่งตลาด 10%  จะคิดเป็นมูลค่าเท่าไร???

 

และถ้าเราทำสำเร็จยังช่วยโลกได้อีกหลายต่อ เช่น ฆ่าสัตว์น้อยลง  คนอ้วนน้อยลง ประหยัดเวลาการปรุงอาหาร สุขภาพดีขึ้น ลดค่าใช้จ่าย 

 

เอ้า...ใครเอาไปทำแล้วรวย อย่าลืมเอาไปทำบุญวันพืชมงคลบ้างนะ

 

...คนถางทาง (๖-๕-๕๕)