คำสั่งหน้าเสาธงเมื่อวานนี้คุณครูใหญ่บอกว่าจะประกาศผลการสอบภาคเรียนที่ 1 และจะสั่งปิดภาคเรียนเช้าวันนี้ ให้ทุกคนห่อข้าวมารับประทานร่วมกันและร่วมทำกิจกรรมส่งท้ายด้วย

 

       วันนี้หลังจากเคารพธงชาติแล้วเด็กๆก็กรูเข้าห้องต่างใจจดใจจ่อเพราะความอยากรู้ว่าตัวเองสอบได้อันดับที่เท่าไหร่ ไม่มีใครสนใจเรื่องคะแนนว่ามากหรือน้อย อยากรู้แค่ลำดับที่เท่านั้นเพื่อจะได้นำมาอวดกันและนำไปบอกพ่อแม่ด้วย เพราะถ้าลูกใครสอบได้ลำดับที่ดีดี ก็จะทำให้เชิดหน้าชูตา เนื่องจากวงสนทนาส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นที่วัดในช่วงจังหัน เพล โอกาสประชุมต่างๆหรืองานบุญพวกผู้ใหญ่ก็จะหยิบยกเรื่องของลูกหลาน หรือเรื่องราวในครอบครัวมาสนทนากัน เกิดอะไรขึ้นกับใคร ยังไง ข่าวนั้นจะแพร่ออกไปปากต่อปาก ภายในไม่กี่วันก็จะรับรู้กันทั้งหมู่บ้าน

 

          เมื่อคุณครูสิทธิ์เดินเข้ามาในห้องเสียงจอแจก็เงียบลงโดยไม่ต้องบอก หลังจากทำความเคารพแล้วคุณครูก็ถือแฟ้มเดินมาหยุดอยู่หน้าห้อง แล้วท่านก็มองลอดแว่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวใช้สายตากวาดไปทั่วพร้อมกับรอยยิ้มที่แสดงอารมณ์ขบขันก่อนจะพูดว่า 

 

     "  มิดซีลี .... มื่อนี่คือเงียบดีแท่ " 

 

      ไม่มีใครตอบนอกจากมองหน้ากันแล้วก็ยิ้มอายๆ เพราะทุกๆวันจะมีทั้งเสียงโต๊ะ เก้าอี้ ล้มดังโครมคราม จากการวิ่งเล่น และไล่จับกันในห้อง 

           

       คุณครูเริ่มต้นด้วยการทบทวนลำดับกิจกรรมที่จะทำร่วมกันในวันนี้ และบอกกำหนดวันเปิดภาคเรียนที่ 2  เว้นระยะนิดหนึ่งยิ้มอย่างอารมณ์ดีตามแบบของท่านก่อนจะใช้มือตบที่แฟ้มเบาๆ 

 

    "  อยากฮู้แล่วแมนบ่ วาไผได้ที่หนึ่ง " 

 

     นักเรียนตอบพร้อมกันว่า " ค่ะ / ครับ "

 

       คุณครูเว้นระยะอีกตามเคย....เงียบ....เงียบจนนางรู้สึกอึดอัด  คุณครูใช้มือเคาะโต๊ะเล่นเบาๆอย่างอารมณ์ดี จนนักเรียนต้องโวยวาย 

 

" โอ๊ย...คุณครูแม๊ะ สิบอกกะบอกเถาะ" 

 

       คุณครูก็เลยหัวเราะพร้อมกับพูดว่า " บอก กะ บอก ...แอ่น  แอน  แอ๊น...คนที่ได้อันดับที่สามได้แก่...."

 

     เสียงปรบมือดังเกรียวกราวเพราะเป็นไปตามคาดหมาย  พอประกาศอันดับที่ 2  เสียงปรบมือกลับเบากว่าครั้งแรก หลายคนทำหน้างงๆ ส่วนเจ้าตัวก็ยิ้มเจื่อนๆเพราะตั้งแต่เรียนชั้นป. 1 มาได้ที่ 1 มาตลอด  เป็นการตกอันดับครั้งแรกในชีวิต

 

     น้องเป็นน้องสาวของเพื่อนสนิทที่นางรักมาก นางมองหน้าน้องด้วยความเห็นใจ แต่ไม่กล้าพูดอะไรเพราะเกรงว่าจะเข้าใจผิดว่าเป็นการซ้ำเติม  

 

        คุณครูไม่ได้ทิ้งเวลานานแบบช่วงแรก รีบประกาศชื่อผู้ที่ได้ที่ 1 ทันที

 

      เสียงร้องเย้!!! ตามด้วยเสียงปรบมือดังสนั่นทำให้นางหน้าร้อนผ่าว บอกไม่ถูกว่าดีใจมากแค่ไหน มองหน้าคุณครูก็เห็นรอยยิ้มที่เป็นสุข  ท่านบอกทุกคนว่า นี่คือผลของความขยันหมั่นเพียร ขอให้ทุกคนดูนางเป็นแบบอย่าง  คนที่ไม่ได้ก็ไม่ต้องเสียใจ นี่เป็นโอกาสอันดีที่ทุกคนจะได้ขยันเรียนให้มากขึ้น 

 

        คุณครูฝากให้ทุกคนอ่านหนังสือล่วงหน้าในช่วงปิดเทอมนี้ ไม่อยากให้เล่นมากเกินไป ให้รู้จักแบ่งเวลาให้เหมาะสม

 

       จากนั้นพวกเราทุกคนก็ได้ไปรวมกันที่อาคารเรียนชั้นป. 1 ซึ่งได้จัดเป็นห้องประชุมชั่วคราวเพราะโรงเรียนของเรายังไม่มีห้องประชุม  

 

        อาหารในวันนี้ทุกคนเตรียมมาจากบ้าน นำมารับประทานร่วมกันโดยใช้เสื่อปูกับพื้นเป็นแนวยาว วางอาหารไว้ตรงกลาง นักเรียนนั่งเป็นสองแถวหันหน้าเข้าหากัน เป็นการรับประทานอาหารที่อร่อยที่สุดอีกมื้อหนึ่ง

 

        อาหารที่นางเตรียมไปในวันนั้นคือ

 

          " อ่อมหอย "  ซึ่งเป็นอาหารที่ดีที่สุดของครอบครัวเราในขณะนั้น

 

      นักเรียนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนคุณครูก็จะไปรับประทานกับกลุ่มโน้นบ้าง กลุ่มนี้บ้าง เดินไปไหนก็จะมีเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือดังตามมาเป็นระยะๆ  หลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้วก็มีการแสดงบนเวที มีการประกวดร้องเพลง ซึ่งมีอยู่ไม่กี่คนที่กล้าแสดงออก การร้องก็ร้องสดโดยไม่มีดนตรี

 

      ส่วนการแสดงอื่นๆ แต่ละห้องก็เตรียมกันมา นางกับเพื่อนๆในห้อง 6 คนได้แสดงบนเวทีคือการรำ  จำได้ว่าเพลงที่ใช้ประกอบขึ้นต้นว่า

 

      " พม่ารำขวัญ พวกชาวบ้านตีกลอง ฟังๆเสียงมันดังเท่งมองๆ เสียงฉิ่ง เสียงกลองสลับกันไป...." ไม่แน่ใจว่าชื่อเพลงอะไร 

 

         วันนั้นทุกคนสนุกมาก นอกจากพวกเราจะชมการแสดงกันเองแล้วยังมีผู้ปกครองมาร่วมงานด้วย ถือเป็นงานใหญ่อีกงานหนึ่ง เพราะมีการเปิดร้านขายของคล้ายๆกับงานวัดเลยทีเดียว 

 

      หลังจากการแสดงสิ้นสุดลงและมอบรางวัลเรียบร้อย คุณครูใหญ่ก็กล่าวปิดงานและไม่ลืมที่จะบอกกับทุกคนว่า ไม่ให้ทิ้งตำราเรียนและย้ำวันเปิดเทอมให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

 

      นางเดินสลับวิ่งกลับบ้านพร้อมกับเพื่อนๆ ด้วยความสนุกสนาน ส่วนพี่สาวที่มารับก็เดินคุยกันไปเรื่อยๆกับผู้ปกครองคนอื่นๆ

 

      เย็นวันนั้นบรรดาญาติมิตรที่สนิทชิดเชื้อได้มาแสดงความยินดีกับแม่ด้วย แม่และพี่ๆยิ้มแก้มปริ จนนางอดขำไม่ได้เพราะทุกคนทำเหมือนกับนางเรียนจบแล้ว ทั้งๆที่เพิ่งเรียนได้เทอมเดียวเอง  ระยะทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างก็ยังไม่รู้...