ตอนนี้ผู้เขียนอยู่ที่งาน HA Forum ที่ IMPACT เมืองทองธานี ได้พบกับสมาชิกหลายท่าน  ตอนนี้ขอรายงานสดเอารูปมาให้ดูก่อนนะครับ ผู้เขียนดีใจมากเลยที่ได้พบสมาชิก  แอบเอารูปขึ้นก่อน ท่านอาจารย์หมอ JJ แจ้งว่า อยู่ข้างบนถ่ายรูปไม่ได้  (ฮา)

 

 

 อาจารย์หมอ JJ กำลังโยนเวทีให้เจ้าหน้าที่แนะนำสมาชิกครับ 

 

 

      ผู้เขียนชวนนิสิตมาด้วย มีกล้วยไข่และ วศิน ในเวทีมีดร.วิรัตน์ ท่านอาจารย์หมอ JJ ท่านดร.วัลลา ท่านอาจารย์จันทวรรณ พี่เหมียว บังวอญ่า น้องพอลล่า แม่ต้อย พี่กุ้งนาง ท่านผอ.กำจัด ผอ.จากสพป.ปทุมธานีกำลังจะได้คุยกับสมาชิกครับ

 

 

ท่านอาจารย์หมอ JJ อธิบายเรื่องการจัดการความรู้และสมาชิกของที่เข้ามาร่วมในเวที …

ในเวทีมีเครือข่ายหลายคนมาก ตอนนี้รออาจารย์นุ เข้าใจว่าในเวทีแล้ว  ท่านอาจารย์หมอ JJ พูดเรื่องการเชื่อมโยง ของสมาชิกการเชื่อมโยงการทำงาน ท่านอาจารย์หมอ JJ บอกว่า ถ้าไปงานประชุมวิชาการน่าจะได้คำปิ้งแว๊บ ในแต่ละเวที

 ในเรื่องการจัดการความรู้ต้องมีการจัดการความรู้ตัวเองก่อน ท่านอาจารย์หมอ JJ บอกว่า บอกว่า มีดอกไม้ 14 ดอก ต้องซื้อ 14 (ฮา)...

 

 ตอนนี้อาจารย์ หมอ JJ โยนไมล์ให้อาจารย์ดร.จันทวรรณ มาเล่าเรื่องว่า

"ใน gotoknow จะมีอะไรเพิ่มมาก gotoknow อยู่ในอันดับที่ 60 ของ website มีสมาชิกประมาณหลักแสน

แต่ไม่ได้ Active ทั้งหมด การเขียนใน gotoknow ภายใน 1 นาที จะขึ้นใน google ทันที ตอนนี้มีคนค้นข้อมูลร่วม 3 ล้านคน ... ในเวทีคนทำงานเราเขียนเรื่องการทำงาน เป็นความรู้ที่ฝังลึก  เมื่อเราเขียนใน gotoknow จะมีทักษะในการเขียน

ปัญหาที่ไม่เขียน จากงานวิจัยพบว่า

1. ไม่มีเวลา

2. ไม่เขียน

3. คิดว่าตัวเองไม่มีทักษะในการเขียน

 

 

ในปัจจุบันไปเริ่มร่วมงานกับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์(EGA) และต่อไปจะมีรางวัลเกี่ยวกับรางวัลสุดคะนึง รางวัลจตุรพลัง รางวัลที่เป็นความรู้ฝังลึกเรื่องง่าย...เช่น การเลิกเหล้า เรื่องเบาหวาน...

 

ตอนนี้อาจารย์ดร.จันทวรรณโยนไมล์กลับไปที่อาจารย์หมอ JJ  อาจาย์หมอ JJ บอกว่า เราบันทึกไว้เป็น Evidence-based

 ตอนนี้ท่านคณบดี ดร.วัลลา ได้เอา Video ให้ดูเริ่มปี 2548 อาจารย์บันทึกว่าได้เริ่มบันทึก 24 มิถุนายน 2548 ได้บันทึกเรื่องเบาหวาน เครือข่ายเบาหวาน ได้ใช้มาเรื่อยๆ

ต่อมาได้มาเป็นคณบดีและได้บันทึกว่า ได้ทำอะไรบ้างในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องเครือข่าย การสร้างสัมพันธ์ที่ดีในหน่วยงาน ลูกน้องจะตามอ่านบันทึก ถ้ามีเครื่องมือตัวนี้ตั้งแต่สมัยสาว คงทำหนังสือได้เป็นเล่มๆ

 

 ในชีวิตมีหลายเรื่องอยากเขียนอะไรก็เขียนได้ ในบล็อกสามารถเป็นภาพได้ตลอด การเขียนบล็อกเป็นการทบทวนตัวเองมากยิ่งขึ้น ได้ reflect ตัวเองมากขึ้น ได้รู้สึกปล่อยวาง เมื่อเป็นคณบดีมีความรู้สึกปล่อยวาง อยากให้คนวงการสุขภาพได้ทำต่อ ชาวบ้านสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ วันหนึ่งเข้ามาอ่านบันทึกตนเองพบว่า เอนึกไม่ถึงเราได้บันทึกเรื่องดี

 

บางเรื่องน้องหลายคนได้ทำเรื่องดีๆ น้องหลายๆคนได้คิดค้นเรื่องคะแนนความเสี่ยง ในบล็อกมีเรื่องง่าย เรื่องงดงามอยู่เสมอ..."

 

 

 ตอนนี้ท่านอาจารย์หมอ JJ ได้โยนไมล์สู่อาจารย์ผศ.ดร. วิรัตน์ 

 

"ท่านอาจารย์เล่าว่าในระยะเริ่มแรกเข้าไปเขียนใน ok nation อยากเผยแพร่ข้อมูลงานวิจัย ในปลายปี 2549 การบันทึกระหว่างการทำวิจัยคงไม่ประสบผลสำเร็จ  อาจารย์อาสาออกมา ทำเรื่อง การสอนหนังสือ การทำวิจัย และนำเรื่องดีออกไปสู่สังคม การทำเรื่องเล็กๆจะได้กระเพื่อมออกไป สู่สังคม ทำให้คนอื่นๆเกิดกำลังใจในการทำความดี...

ตอนแรกคิดว่าทำในสังคมมหาวิทยาลัยแต่ต่อมาคิดว่าทำอย่างไรจะบริหารการวิจัย และจะติดตามงานวิจัยได้อย่างไร ในสมัยก่อนจะต้องใช้บัตรคำ ในระยะแรกๆ ข้อมูลสูญหาย เพราะงานวิจัยที่ทำลงไปต้องบันทึกข้อมูลไว้สดๆ

ต่อมาอาวุโสมากขึ้น ยอมควักเงินเพื่อซื้อสื่อออนไลน์ แต่พี่เหมียวบอกว่าทำไมไม่บันทึกออนไลน์ไปด้วยใน gotoknow ได้ผลมากพอสมควร

 

 

  ต่อมาได้ผลดีในเรื่องการพัฒนาคุณภาพของหน่วยงาน ในครั้งหนึ่งมีกรรมการนอกมหาวิทยาลัยมาดูเรื่องคุณภาพ การประเมินตนเองได้คะแนนต่ำ จากตัวบ่งชี้ได้ให้คะแนนไม่สูง แต่เมื่อกรรมการแนะนำก็มองเห็น อาจารย์พบว่า การบริหารต่อตนเองมีผลดีต่อการบริหารองค์กร

ในหลายบันทึกเป็นเรื่องระเบียบวิจัย บางเรื่องเป็นเรื่องสุนทรีย เรื่องการสื่อสารต่อสังคม เลยลงไปทำจริงแล้วบันทึกเลย เช่นเทคโนโลยีการสื่อสาร เทคโนโลยีกับสังคม เฉพาะแต่ละเรื่องเป็นการเผยแพร่และวิเคราะห์ผลงานได้เลย

การบันทึกใน gotoknow สามารถเอาไปใช้เหมาะสมกับคนทำงานแนวชุมชนได้ มีหัวข้อหนึ่งคือ การเกาะติดพื้นที่ของชุมชนที่นครสวรรค์ เช่นที่หนองบัว ถือเป็นอำเภอชายขอบ สมัยก่อนไม่มีข้อมูลอะไรเลย ปัจจุบันเป็นข้อมูลที่มีอันดับต้นๆของจังหวัดนครสวรรค์ได้ ในแง่ระเบียบวิธีมีความหมายมากเพราะทำงานวิจัยจากจุดยืนของผู้ปฏิบัติ ถ้าเราใช้ระเบียบวิธีวิจัยสามารถเอาข้อมูลเล็กๆไปใช้ได้ ปัญหาแรกคือต้องทำงานบริหารและงานวิจัย ตอนนี้แก้ปัญหาได้ มีสื่อที่ปรับปรุงเสมอได้ร่วม 3000 สื่อ ยินดีให้คนอื่นๆใช้ได้"

 

 

 คนพูดคนต่อไปคือ บังวอญ่า พี่นาง...คุณชลันธร พี่namsha ยายธี อ.นุ ...

 อาจารย์ผศ.ดร.วิรัตน์ เล่าเรื่องการใช้ก้อนหินกับจิตวิญญาณ ใช้การเจริญสติปัญญาถายใน ใช้ก้อนหินเป็นวิธีหนึ่ง ..

อาจารย์เล่าว่าในยุคพุทธกาล มีผู้สำเร็จจากการบรรลุธรรมโดยการลูบคลำ  มีครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าถามว่า มีใครไม่ได้มาประชุมบ้าง พระพี่ชายไม่ได้บอกว่าพระน้องชายไม่ได้มาเนื่องจากละลายว่าน้องยังไม่บรรลุรรม แต่พระพุทธเจ้าทรงทราบว่า มีพระไม่ได้มา  พระพุทธองค์ได้โยนผ้าขาวให้พระรูปที่ไม่บรรลุ ความศรัทธาในการลูบสิ่งของ ทำให้หลุดพ้นและบรรลุธรรมได้

อาจารย์เล่าเรื่อง การทำวิจัย ต้องฟังได้มากกว่า ที่ฟังมากกว่าการได้ยิน การฝึกชาวบ้านวิธีหนึ่งคือการสื่อชาวบ้านรู้เรียกว่าเทคนิค TOSO ใช้ก้อนหิน ถ้าใครจะพูดต้องจับก้อนหิน  ก้อนหินทำให้คนมั่นใจในการพูดได้

ดร.อุทัย ดุลยเกษม กล่าวว่า การเรียนรู้จากก้อนหิน ถ้าอยากฟังเรื่องประชาชนอย่าไม่รู้ร้อนรู้หนาว ต้องอดทนแบบหิน ถ้าริเริ่มสิ่งใหม่ ต้องเหมือนก้อนหินลงสู้ผิวน้ำ มันจะกระเพื่อม...ไป...

มีน้องหนึ่ง พี่ถาวร ชาวโรงพยาบาลอยุธยามาเพิ่ม...ตอนท้าย ขอบคุณครับที่ติดตามมาอ่าน...

 

 อ่านต่อบันทึกผศ.ดร.วิรัตน์ นะครับhttp://www.gotoknow.org/blogs/posts/482114

 http://www.gotoknow.org/blogs/posts/482118