ใคร ๆ ที่อยากบ่งบอกว่ามีความทันสมัย (Modernization) ก็ไม่เลี้ยงควายอีกแล้ว
เสียงตำเครื่องแกงหยุดไปสักพักแล้ว  กลิ่นหอมเครื่องแกงอ่อม  หอมแดงพริกตะไคร้ใบมะกรูด  ผสมกลิ่นหอมเค็ม ๆ ของกลิ่นปลาร้าตลบอบอวลทั่วครัว 
ฝ่าไอร้อนมองผ่านไปในหม้อ  หน้าตาก็เหมือนแกงอ่อมที่พี่ทำให้กินประจำ  เหมือนมีไข่ถูกคนนิดหน่อย  ยังจับกันเป็นชิ้นใหญ่ให้รู้ว่าเป็นไข่ขาวหรือไข่แดง 
ปกติถ้าเป็นคั่วไข่กลิ่นก็จะประมาณนี้  ผักก็แล้วแต่จะหาได้  หลัก ๆ ก็ผักหวานบ้าน  ผักกาดดอกสีเหลือง  ต้นหอมหั่นเป็นท่อน  ๑  นิ้ว  ผักชีลาว  มีฟักทองก็ใส่ได้  หน้าฝนมีผักปัง  ยอดตำลึงก็เก็บ ๆ จากรั้วใส่ได้ 
กลิ่นหอมเฉพาะของผักชีลาว  ผักแมงลัก (ผักอีตู่) และน้ำขลุกขลิก  จะบ่งชี้ว่าเป็น “อ่อม”
วันนี้วันพิเศษ  ในถ้วยแกงอ่อมเหมือนมีตัวอ่อนของดักแด้โรยหน้า 
ตัวใหญ่กว่าดักแด้ที่ออกจากรังไหมที่หากินได้ง่ายตามรถเข็นขายแมลงทอด  รูปร่างเกือบจะเป็นแมลงแล้วดูเหี่ยว ๆ ยุบไปนิดหนึ่ง 
ปั้นข้าวเหนียวร้อน ๆ พอดีคำ  ตักแกงอ่อมคำไม่ใหญ่นัก  เป่าพอให้หายร้อน 
โอ้ !!!!! พระเจ้า  แซ่บอีหลี   รสจัดจ้านเหมือนรสมือประจำของพี่สาว  แต่ความมันของดักแด้แมงชนิดนี้...มันมาก 
เคี้ยวก็อบ ๆ ผ่านเปลือกนิ่มเข้าไปด้านใน  นิ่มเหมือนกินเต้าหู้ไข่  เอา Steak มาแลกก็ไม่ยอม
ตอนที่อยู่รวมกันก่อนเอาไปล้างน้ำจนสะอาดนั้น  ตรงด้านหลังยังยุบพอง-ยุบพองเป็นจังหวะหายใจ 
หงายท้อง  พิศซ้ายพิศขวา  ยิ่งมองหน้า....ให้จินตนาการว่าเหมือนภาพยนตร์เรื่องอะไรน้าที่เราดูในโทรทัศน์ตอนเด็ก ๆ 
แล้วมันก็ปล่อยเส้นใยเหนียวออกมาเป็นตาข่ายดักกินสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เป็นอาหาร  จนวิวัฒนาการครอบครองโลก
มาดูกันดีกว่าว่าหน้าตาน่ารัก  เหมือนลูกนกที่นอนในเปลทรงกลมนี้  จริง ๆ แล้วเขานอนขดอยู่อย่างไร 
ที่เห็นเป็นรูเจาะทรงกลมสีดำนั้น  คนที่เก็บมาเป็นคนเจาะ  เพื่อดูว่าข้างใน “เบ้า” นั้นมีดักแด้อยู่จริง  ไม่ใช่เบ้าเปล่า 
ถ้าอยู่ตามธรรมชาติก็กลมป็อกเชียวหละ  และผิวเบ้าแข็งมาก  หลานชายวัยกำยำแข็งแรงบีบไม่แตก 
ต้องใช้ค้อนทุบ ๆ เป็นแนวรอบทรงกลมให้มีรอยปริ  แล้วจึงบีบเปลือกแตกออกจากกัน 
เผยให้เห็นผิวเหลืองนวลเป็นริ้ว ๆ พลิ้วไล่กัน  หน้าตายับยู่ย่น  นิ่งสงบเหมือนหลับสบาย
ไม่ได้ใจร้ายที่ไปรบกวนเขา  ตอนเด็ก ๆ จำได้ว่าเวลาคนทำนาไปเลี้ยงควาย  จะไม่ไปตัวเปล่า  หยิบเสียมติดมือไปด้วย 
ระหว่างควายหาหญ้ากินเองตามสบาย  คนเลี้ยงควายก็เดินท่อม ๆ  เล็งหากองขี้ควายที่ถ่ายเมื่อวานนี้ 
ขุด ๆ แซะ ๆ ผิวขี้ควายแห้งหมาด ๆ ออก  จะเผยเห็นตัวแมลงปีกแข็งสีน้ำตาลเข้มถึงดำ  มุด ๆ ลึกในกองขี้ควายชื้น  เก็บมาล้างน้ำสะอาด  คั่วใส่เกลือกินได้ 
แต่ถ้ากองไหนแห้งมากก็ไม่ขุด  ลึกลงไปในดินนั้นก็ปล่อยให้แม่แมลงปีกแข็งวางไข่ไป
ถึงช่วงมัธยมปลาย   พ่อขายควายยกคอก  เปลี่ยนมาใช้ควายเหล็กไถนาแทน 
ช่วงแล้งก่อนฝนมาที่เคยเตรียมดินด้วยการเอา “ฝุ่น” (มูลควายหรือขี้ควาย ) ไปใส่นา  ก็หาซื้อยากเต็มที 
ใคร ๆ ที่อยากบ่งบอกว่ามีความทันสมัย (Modernization) ก็ไม่เลี้ยงควายอีกแล้ว 
ที่เห็นในบันทึกนี้ก็ไม่ใช่ เบ้าที่ทำมาจาก “ขี้ควาย” 
เป็นประติมากรรมสรรค์สร้างจาก “ขี้วัว”  มาจากอำเภอสุวรรณคูหา  จังหวัดหนองบัวลำภู  โดยแม่ “แมงกุดจี่” 
ดุด ๆ มุด ๆ ทำเสียงจี่ ๆ มุด ๆ เข้าไปในกองขี้วัวที่ยังชื้น ๆ  และผสมดินกับน้ำลายตัวเอง 
ทำเป็นโพรงโอบรอบไข่เอาไว้  รอฟูมฟักเติบโตเข้าขั้นดักแด้ต่อไป
 
ยังแซ่บอยู่บ่ล่ะ?    
 ตอบ....แซ่บคือเก่า