Dementia
หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า‘สมองเสื่อม’ เป็นภาวะที่ความสามารถทางสติปัญญาลดลง คิดและจาไม่ได้ เกิดจากความเสื่อมของการรับรู้เกี่ยวกับความจา ความใส่ใจ ภาษา และการแก้ปัญหา พบมากในผู้สูงอายุ ทาให้มีอาการหลงลืม ใช้ภาษาผิดปกติ มีพฤติกรรมและอารมณ์เปลี่ยนไปทาให้มีผลอย่างมากต่อคุณภาพชีวิต (Quality of life)
ภาวะสมองเสื่อมเกิดได้จากหลายสาเหตุ มีทั้งที่รักษาได้(pseudo-dementia)และรักษาไม่ได้ สาเหตุเช่น จากAlzheimer’s disease, Huntington's disease/Chorea, Parkinson's disease, Pick's disease, Creutzfeldt-Jakob disease, Cerebrovascular disease, multi-infarct disease, Brain tumors, Normal pressure hydrocephalus ฯลฯ หรือจากการขาดฮอร์โมนไทรอยด์(Hypothyroidism) หรือจากโรคติดเชื้อบางชนิด เช่น ซิฟิลิส(Syphilis), เอดส์(AIDS)(ทาให้เป็นAIDS dementia complex) จากการใช้ยาเป็นเวลานาน (Chronic drug use), จากอาการซึมเศร้า(Depression)หรือความเครียด(Stress), หรือจาการได้รับการกระทบกระเทือนที่สมอง เป็นต้น
โดย Alzheimer’s diseaseเป็นโรคที่ทาให้เกิดภาวะสมองเสื่อมที่พบบ่อยที่สุด (พบได้ประมาณ 50 -70 % ของผู้ที่มีอาการสมองเสื่อมทั้งหมด)
อาการเริ่มแรกมักเป็นการลืมเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆไม่นาน ในขณะที่ความจาเรื่องเก่าๆในอดีตจะยังดีอยู่ อาจถามหรือพูดซ้าในเรื่องที่เพิ่งเอ่ยไป, มีอาการวางของแล้วลืม, ทาอะไรที่เคยทาประจาไม่ได้, นึกคาพูดไม่ค่อยออกหรือใช้คาผิดๆแทน(paraphasia), เมื่อโรคดาเนินไประยะหนึ่งผู้ป่วยจะมีอาการสับสน หงุดหงิดง่ายและก้าวร้าว (อารมณ์และพฤติกรรมแปรปรวน บุคลิกเปลี่ยนไปจากเดิม), การตัดสินใจแย่ลง, ไม่สามารถมีความคิดริเริ่มใหม่ๆได้ ในระยะท้ายๆจะมีอาการไม่รับรู้วันเวลา สถานที่ และบุคคล(เพิกเฉยต่อสิ่งต่างๆ สูญเสียความสามารถทางภาษาและความทรงจาระยะยาว) อาการต่างๆจะค่อยๆเริ่มเปลี่ยนแปลงจนทาให้เกิดปัญหาต่อกิจวัตรประจาวัน (ADLs) การทางาน(Work) การพักผ่อนนอนหลับ (Rest)
การจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เร็วหรือช้าขึ้นกับระดับความสามารถเดิม การศึกษาและหน้าที่เดิมของผู้ป่วย รวมถึงความช่างสังเกตและเอาใจใส่ของคนรอบข้างด้วย
การพยากรณ์โรคในแต่ละรายนั้นทาได้ยากเนื่องจากระยะเวลาของโรคมีความหลากหลาย การดาเนินโรคของโรคนี้จะมีช่วงระยะเวลาที่ไม่แสดงอาการแน่ชัดก่อนจะปรากฏ อาการชัดเจน
การคาดหมายคงชีพหลังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์โดยเฉลี่ยอยู่ประมาณ 7 ปี มีผู้ป่วยน้อยกว่าร้อยละ 3 ที่มีชีวิตอยู่ได้มากกว่า 14 ปี
นักกิจกรรมบำบัดจะมีบทบาทหน้าที่ต่อผู้มีภาวะสมองเสื่อมอย่างไร?
นักกิจกรรมบำบัดจะมีบทบาทเกี่ยวข้องรอบด้านไม่ว่าจะต่อตัวบุคคล(Intrinsic factors; Physiological, Neurobehavioral, Cognitive, Spiritual, Psychological) ที่เรามีหน้าที่ฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจให้เขาใช้ชีวิตได้อย่างมีWell-being สามารถทากิจกรรมการดาเนินชีวิตให้ได้เต็มศักยภาพมากที่สุด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทต่อบริบทแวดล้อม(Extrinsic factors) ของผู้ป่วยที่ต้องปรับให้เหมาะกับการใช้ชีวิตในทุกๆด้าน ทั้งการทากิจวัตรประจาวัน (ADLs) การทางาน(Work) การเล่น(Play) การพักผ่อน(Rest) การใช้เวลาว่าง(Leisure) รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมของสังคม(Social participation) เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดตามแบบของเขา
ทั้งนี้ก็ต้องได้รับความร่วมมือของทีมสหวิชาชีพในการดาเนินการรักษา ทั้งการให้ยา การบาบัดทางจิตสังคม ฯลฯ รวมถึงการเข้าใจและเอาใจใส่ของผู้ดูแลด้วย