โรคเกาต์(gout)กับกิจกรรมบำบัด
 โรคเกาต์(gout)เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรัง ผิดปกติทางพันธุกรรมพบในชายอายุ 30 ขึ้นไป     พบในหญิงเล็กน้อยหรือหลังหมดประจำเดือนรายที่เรื้อรังการเกาะของเกลือ monosodium urate จะทำให้เกิดก้อนที่เรียกว่า Tophi นอกจากนั้นยังทำให้หน้าที่ของไตเสื่อมและเกิดโรคนิ่วที่ไตด้วยรักษาให้หายได้ แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษา อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้สาเหตุของโรคเกิดจากร่างกายมีกรดยูริก (uric acid) สะสมมากเกินไป การตกตะกอนของ กรดยูริก หรือ  ความผิดปกติทางพันธุกรรม

อาการของโรค

มีอาการปวดข้อรุนแรง ซึ่งเกิดขึ้นฉับพลันทันที ถ้าเป็นการปวดครั้งแรกมักจะเป็นเพียงข้อเดียว ข้อจะบวมและเจ็บมากจนเดินไม่ไหว ผิวหนังในบริเวณนั้นจะตึง ร้อนและแดงและจะพบลักษณะจำเพาะ คือ ขณะที่อาการเริ่มทุเลาผิวหนังในบริเวณที่ปวดนั้นจะลอกและคัน

บทบาทของนักกิจกรรมบำบัด

1. ประเมิน  คุณภาพชีวิต และ ความสามารถในการดำเนินชีวิต

2. วางแผนการรักษา

3. ทำการรักษา

4. ประเมินซ้ำ

กรอบอ้างอิง ที่Occupational therapyใช้

 Domain & Process

-Performance skills (ทักษะความสามารถ)

-Context and Environment (บริบท และสิ่งแวดล้อม)

 

ICF

-Activity limitations (ข้อจำกัดในการทำกิจกรรม)

Activity Participation (การมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม)