ผมร่วมกับคณะวิจัยภาคเหนืออีก ๑๐ คน ได้ทำโครงการวิจัยร่วมกับ สนก.เกี่ยวกับการส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัย ซึ่งกระบวนการวิจัยของเด็กมี ๔ ขั้นตอน คือ ขั้นตั้งคำถาม ขั้นเตรียมการค้นหาคำตอบ ขั้นดำเนินการค้นหาคำตอบและตรวจสอบคำตอบ และขั้นสรุปและนำเสนอผลการค้นหาคำตอบ โดยครูเป็นผู้จัดการให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งอาจจะต้องเตรียมสื่อ ใบความรู้จากหลายแหล่ง เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับสืบค้นทางอินเตอร์เน็ต เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ตำราในห้องสมุด ฯลฯ
๑.ขั้นตั้งคำถาม ขั้นนี้ครูกระตุ้นให้นักเรียนมีความอยากหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียน(ตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของหน่วยการเรียนรู้) โดยใช้วิธี Coaching คือใช้คำถาม พานักเรียนให้กำหนดคำถามหรือประเด็นให้ครอบคลุมเรื่องที่จะศึกษา เช่น อาจจะถามนักเรียนว่า เกี่ยวกับเรื่อง...(ที่จะเรียน)...นักเรียนคิด ว่าต้องใช้ความรู้อะไรบ้าง? เกี่ยวกับเรื่อง...นักเรียนอยากรู้อะไรบ้าง? หรือใช้เทคนิค KWL ซึ่ง W-want to know คือหัวข้อที่นักเรียนต้องศึกษาค้นคว้าหาคำตอบ ครูต้องใช้วิธีต่าง ๆ ที่จะให้นักเรียนกำหนดหัวข้อที่นักเรียนต้องการรู้/ศึกษา ครอบคลุมมาตรฐานและตัวชี้วัดของหน่วย(ซึ่งครูอาจจะถามนักเรียนว่า หัวข้อ...เกี่ยวกับเรื่องที่เราจะเรียนไหม..แล้วจึงบรรจุเป็นหัวข้อที่นักเรียนต้องศึกษาค้นคว้า(ใน ๑ หน่วยการเรียนรู้ ต้องมีมากกว่า ๑ ประเด็น/หัวข้อที่ต้องศึกษาค้นคว้าแน่นอน นี้ต่างกับการวิจัยทั่ว ๆ ไป)
๒.ขั้นเตรียมการค้นหาคำตอบ ครูกระตุ้นนักเรยนโดยใช้คำถามนักเรียนว่า หัวข้อที่นักเรียนจะศึกษาค้นคว้าแต่ละหัวข้อ สามารถศึกษาหาความรู้ได้จากที่ไหนบ้าง โดยวิธีอะไรบ้าง ต้องเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์อะไรบ้าง ฯลฯ แล้วให้นักเรียนวางแผนสำหรับการศึกษาค้นคว้า
๓. ขั้นดำเนินการค้นหาคำตอบและตรวจสอบคำตอบ ครูคอยดูแลให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพื่อตอบคำถาม หรือประเด็นที่ต้องการหาคำตอบอย่างครอบคลุม คอยติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินการของนักเรียน และต้องย้ำให้นักเรียนตรวจสอบคำตอบที่ได้ทุกคำตอบด้วยว่าถูกต้องหรือไม่ จะตรวจสอบกับอะไร อย่างไร ที่ไหน ฯลฯ
๔. ขั้นสรุปผลการค้นหาคำตอบและนำเสนอ ให้นักเรียนสรุปองค์ความรู้ที่ได้แต่ละประเด็น วางแผน กำหนดรูปแบบการนำเสนอ ลงมือดำเนินการสรุปองค์ความรู้ด้วยวิธีการที่นักเรียนคิดว่าเหมาะสม ที่ได้วางแผนไว้ เพื่อให้ผู้รับสารเข้าใจได้ง่าย แล้วจึงนำเสนอ
การให้นักเรียนทำงานในขั้นตอนต่าง ๆ บางครั้งอาจจะใช้เวลามาก บางเรื่องใช้เวลาชั่วโมงเดียวก็ทำได้ครบ ๔ ขั้นตอน ดังนั้น ครูต้องวางแผนให้ดเหมาะสม บางกิจกรรม อาจจะให้นักเรียนไปทำนอกเวลา
จากที่ให้โรงเรียนลองไปดำเนินการ พบว่า นักเรียนมีความสนใจ มีความกระตือรือร้น มีความสุข สนุกในการเรียน(เพราะได้ศึกษาค้นคว้าประเด็นที่สนใจ) นักเรียนต้องมีผลงานที่เกิดจากการศึกษาค้นคว้า ผลงานของนักเรียนมีความหลากหลาย มีความคิดสร้างสรรค์(เพราะต้องนำเสนอให้เพื่อน ๆ และคนที่สนใจ) นักเรียนกล้าแสดงออก มีความมั่นใจ มีการคิดอย่างเป็นระบบ
๔ ขั้นตอนดังกล่าว เป็นการประยุกต์กระบวนการวิจัย มาเป็นเทคนิคการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นที่ปรึกษา และคอยดูแลให้นักเรียนดำเนินการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองผ่าน ๔ ขั้นตอน ทั้งนี้ ถ้า ๔ ขั้นตอนดังกล่าว ฝังติดตัวนักเรียนได้ จะทำให้นักเรียนสามารถเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ที่สนใจได้ตลอดชีวิต คุณครูน่าจะลองนำเทคนิคนี้ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ เพราะครูทำหน้าที่สอนกระบวนการให้นักเรียนเรียนรู้ หรือ จัดการให้นักเรียนใช้ ๔ ขั้นตอนในการเรียนรู้ ซึ่งเนื้อหาองค์ความรู้ตามหลักสูตร นักเรียนเป็นผู้ค้นพบด้วยตนเอง ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือดูของจริง ก็ศึกษาได้จากโรงเรียนในโครงการ ซึ่งมีเกือบทุกเขต เขตละ ๒ โรงเรียน คงถาม ศน.วิจัยของเขตได้ ของภาคเหนือมี ๓๗ เขต(สพป.และสพม.) ๗๐ โรงเรียน
การสอนให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง
การจัดการเรียนรู้โดยให้นักเรียนเรียนรู้โดยใช้กระบวนการวิจัย จะช่วยให้นักเรียนเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตลอดชีวิต
1 คนชอบ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น