น้องจิ....จิราภรณ์   กาญจนสุพรรณ

 ท่านลืมเธอหรือยัง

 

     เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ผมได้รับชวนจากแม่น้องจิ ให้ไปชมการนำเสนอโครงการก่อนจบการศึกษาของนักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิชาเอกสังคีตศิลป์ ที่นำเสนอเรื่องเพลงเรือ ซึ่งสืบสานจากชุมชน วัดมะเกลือ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ประธานโครงการคือ นางสาวจิราภรณ์ กาญจนสุพรรณ

    ผมเดินทางไปถึงมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ หลัง ๑๘.๐๐น. ไปถึงก็ได้ยินเสียงเพลงเรือดังกระหึ่มสระน้ำของมหาวิทยาลัยแล้ว ในสระมีเรือสองลำ ลำหนึ่งเป็นเรือเข็มลำใหญ่มีแม่เพลงนั่งอยู่ ๖ คน อีกลำเป็นเรือแปะลำใหญ่(ที่ยืมมาจากบ้านน้องของครูพิสูจน์)มีพ่อเพลงนั่งอยู่ ๔ คน ริมสระน้ำด้านหน้าเรือมีคณาจารย์ ผู้มีเกียรติ ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านเพลงเรือจากวัดมะเกลือ นักศึกษาหลายสาขาวิชา และผู้สนใจจำนวนมากนั่งชมส่วนหนึ่งนั่งเก้าอี้ บางส่วนก็ปูเสื่อนั่งชม บ้างก็ยืนชมกันรายรอบสระ ริมฝั่งตรงข้ามเป็นเวทีวงดนตรีไทยมีนักดนตรีชายหญิง ๑๐  คน หนึ่งในนี้คือ น้องจิ ประธานโครงการที่นั่งตีตะโพน กำกับจังหวะเพลงเรือด้านหลังเป็นจอภาพสำหรับฉายภาพกิจกรรม

     พ่อเพลงแม่เพลงไหว้ครูเสร็จก็ร้องประโต้ตอบกันอย่างสนุกสนาน จบด้วยทำนองลาเพลงเรือแบบวัดมะเกลือ ที่ขึ้นว่า "เหลืองเอยใบยอ หอมช่อ......"เพลงเรือจบลง ตามด้วยเสียงจบมือกระหึ่มสระน้ำ เนื้อเพลงเรือประพันธ์โดยน้องจิ ซึ่งครูพิสูจน์ฟังแล้ว ก็รู้สึกชื่นชมว่า น้องจิ เก่งมาก แต่งได้ไพเราะมาก เธอสั่งสมประสบการณ์จากการเป็นนักกลอนของโรงเรียนบางลี่วิทยา เป็นแม่เพลงวงเพลงพื้นบ้านโรงเรียนบางลี่วิทยา การเป็นเยาวชนเจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ โครงการเพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้านรุ่นแรก และการเป็นนักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มารวมอยู่ในตัวเธออย่างสมบูรณ์ พ่อเพลง แม่เพลง นักดนตรีที่มาร่วมนำเสนอโครงการ เป็นเพื่อน เป็นน้องวิชาเอกต่างๆมีทั้งเยอรมัน ฝรั่งเศส ภาษาไทย เป็นต้น แสดงว่าเธอต้องมีมนุษยสัมพันธ์ชั้นเยี่ยม ความสามารถที่เยี่ยมยอดอีกอย่างคือเธอต้องสอนให้คนที่ไม่เคยร้องเพลงพื้นบ้าน ไม่เคยร้องเพลงเรือ ร้องให้ได้ ในวันนั้นผมว่านักศึกษาร้องกันได้ดีทีเดียว และพัฒนาไปมาก

     เบื้องหลังความสำเร็จน้องจิ ต้องพาทีมงานไปฝึกกันที่สระน้ำบ้านแม่ยุพิน ที่จ.สุพรรณบุรี ครูพิสูจน์ ยังได้รับเชิญให้มาช่วยพายเรือ ช่วยชม

     ขอเล่ากิจกรรมนำเสนอของน้องจิต่อนะครับ พอเพลงเรือจบก็ยังมีการนำเสนอการสาธิตการเล่นสักวาที่วิวัฒนาการมาจากเพลงเรือของชาวบ้านมาสู่ชาววัง มีการบอกสักวา แล้วร้องเป็นเพลงไทยเดิม ระหว่างนี้น้องจิก็ร่วมบรรเลง ด้วยการเป่าขลุ่ย จากนั้นเป็นการเดี่ยวจะเข้ เพลงสามชั้น(ลืมชื่อ)โดยนางสาวจิราภรณ์ กาญจนสุพรรณ ความสามารถของเธอได้รับการปลูกเพาะมาจากครูพินิจ เมฆฉา ครูดนตรีไทยโรงเรียนบางลี่วิทยา แล้วมาเจริญงอกงามที่สาขาสังคีตศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เธอเก่งจริงๆ ต่อจากการเดี่ยวดนตรี ก็มาเป็นการขับร้องเดี่ยว เพลงไทย เต่ากินผักบุ้ง ร้องเองแต่งเอง เนื้อหาเกี่ยวกับการปลุกจิตสำนักให้ร่วมอนุรักษ์เพลงเรือร้องไปแล้วเป่าขลุ่ยประกอบ ปิดท้ายด้วยการร้องเพลงเรือขอบคุณทุกคน ทุกฝ่ายที่ช่วยให้เธอประสบความสำเร็จ ตั้งแต่คณาจารย์ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพลงเรือวัดมะเกลือ ญาติพี่น้อง เพื่อน น้องๆนักศึกษาและทุกคน

     กิจกรรมจบลงด้วยความชื่นชม ในความสามารถของเธอ จิราภรณ์ กาญจนสุพรรณ

     ผม(ครูพิสูจน์) ชมแล้วเกิดความคิดอยู่ในใจว่า จิ เธอเหมาะมากที่จะเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยไหนสนใจ ก็รีบทาบทามนะครับผมรับรองว่าท่านจะได้เพชรเม็ดงามที่รอบรู้และมีประสบการณ์หลายด้าน ที่หายากในยุคนี้ทีเดียว ว่าแต่มหาวิทยาลัยศิลปากรเถอะ.....จะปล่อยให้เพชรหลุดมือไปหรือเปล่าหนอ

                                  ครูพิสูจน์ ใจเที่ยงกุล