เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :

แหย่ไข่มดแดง

 

 

ไข่มดแดงที่ยังไม่ได้ล้างเอาแป้งข้าวออก

 

 

(๑)

 

         วันก่อน.... ช่วงเช้าไปติดต่อธุระที่ตัวเมืองเชียงใหม่ กลับมาถึงบ้านก็ทำการเพาะเห็ดฟางรุ่นใหม่อีก 1 ชุด  สำหรับบริโภคในครอบครัวตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง

          ช่วงบ่ายๆ เพื่อนบ้านมาชวนไป "แหย่ไข่มดแดง" เพื่อนำมาทำอาหารรับประทาน โดยผมตัดสินใจไปด้วยทันที เพื่อถือโอกาสเก็บภาพการแหย่ไข่มดแดงเอาไว้ด้วย

          ก็เลยนำภาพ "แหย่ไข่มดแดง" มาแบ่งปันให้พื่อนๆ ได้ชมกันอย่างที่เห็นนะครับ

 

 

 

(๒)


         "ไข่มดแดง"(แต่ไม่ใช่ "ไข่ไอ้มดแดง" นะครับ.....555)  ถือว่าเป็นอาหารชั้นเลิศและชั้นสูง(เพราะว่าอยู่บนยอดไม้)ของพี่น้องชาวภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งเป็นอาหารที่หาได้เฉพาะในฤดูแล้งเท่านั้น

         ส่วน "การแหย่ไข่มดแดง" ก็ถือว่าเป็นวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมการหาอยู่หากินที่สำคัญอย่างหนึ่งของพี่น้องชาวภาคเหนือและภาคอีสานนะครับ

         ที่จริงแล้ว....มดแดงมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทยนะครับ (รวมทั้งชาติอื่นๆ อีกหลายชาติในทวีปเอเชีย ) หากแต่ที่นิยมบริโภคมดแดงมากที่สุด ก็คือ ภาคเหนือกับภาคอีสาน

         อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการได้มาซึ่งไข่มดแดงนั้น จะต้องใช้วิธีการ "แหย่" เอามาจากรังของมดแดงที่อาศัยอยู่บนยอดไม้คล้ายๆ กันก็จริง  แต่รูปแบบของการ "แหย่ไข่มดแดง" และ "การบริโภคมดแดง" ของพี่น้องทางภาคอีสานและภาคเหนือ ก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันอยู่มากพอสมควร  กล่าวคือ....

          1.  ทางภาคเหนือจะใช้ถุงปุ๋ยมัดที่ปลายไม้ "ซ่าว" หรือปลายไม้ไผ่สำหรับรองรับไข่มดแดงขณะแหย่จากรังบนยอดไม้....ส่วนทางภาคอีสาน(แถวศรีสะเกษบ้านเกิดของผม)จะใช้นิยมเอา "หวด" (ที่ใช้ในการนึ่งข้าวเหนียว) ไปมัดที่ปลายไม้ไผ่แทน เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ในการแหย่ไข่มดแดง

          2. เมื่อแหย่ไข่มดแดงมาแล้ว ทางภาคอีสานจะใช้วิธีการนำเทไข่มดแดงลงใน "ครุ"หรือถังน้ำที่มีน้ำอยู่ จากนั้นก็เอามือคนเพื่อไม่ให้แม่มดแดงไต่ออกมาได้และจมน้ำตาย

          ส่วนทางภาคเหนือนั้น จะใช้วิธีการเอาปลายไม้ไผ่ที่มีถุงปุ๋ยมัดไว้ไปพาดไว้ตามต้นไม้ เพื่อให้แม่มดแดงไต่กลับขึ้นไปอยู่บนต้นไม้อย่างเดิม หรือไม่ก็เอาแป้งข้าวโรยใส่ตัวมดแดง แล้วก็เอามือเขี่ยแม่มดแดงออกมาไว้ตามโคนไม้  โดยไม่ได้ฆ่าแม่มดแดงทิ้งแต่อย่างใด

          3. ทางภาคอีสาน จะบริโภคทั้งไข่มดแดง แม่เป้ง  และแม่มดแดง.....ในขณะที่ทางภาคเหนือจะบริโภคเฉพาะไข่มดแดงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

   

         นี่คือ  "ความแตกต่างในความเหมือน" เล็กๆ น้อยๆ ของวัฒนธรรมการหาอยู่หากินระหว่างภาคอีสานกับภาคเหนือนะครับ

 

 

 

(๓)

 

          ไข่มดแดง....สามารถนำมาทำเมนูอาหาร(แบบซะเราะกราวๆ)ได้หลายอย่างเลยนะครับ เช่น  ยำไข่มดแดง น้ำพริกไข่มดแดง ตุ๋นไข่ใส่ไข่มดแดง ลาบไข่มดแดง ผัดไข่มดแดง ห่อหมกไข่มดแดง แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง และอื่นๆ อีกหลายรายการ  ซึ่งล้วนแล้วแต่มีรสชาติอร่อยทั้งนั้นเลย

           สำหรับผมแล้ว....เมนูอาหารจากไข่มดแดงที่ผมโปรดปรานที่สุด ก็คือ "แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง" นะครับ  ถือว่าสุดยอดของความอร่อยจริงๆ นะครับ

           เขียนไปเขียนมา....พอถึงตรงนี้ผมก็เริ่มจะมีอาการเปรี้ยวปากขึ้นมาแล้วละซีครับ

           สงสัยวันนี้คงจะต้องไปหาแหย่ไข่มดแดงมาทำเมนูแก้อาการเปรี้ยวปากอีกซะแล้ว   555

 

 

 

รังมดแดงบนยอดลำใย

รังมดแดงขนาดเล็ก

นักกีฏโภชนาผู้เชี่ยวชาญประจำหมู่บ้าน
กำลังปีนต้นลำใยและแหย่ไข่มดแดง

ยืนแหย่ไข่มดแดง

เมื่อได้มาแล้ว ก็เอาอุปกรณ์พาดไว้กับกิ่งไม้ก่อน
เพื่อให้แม่มดแดงไต่ออกจากกระสอบ

แป้งข้าวจ้าว

นำแป้งข้าวจ้าวมาโรย เพื่อไม่ให้มดแดงคาบไข่ออกไป

คุณประยูร พรหมคำติ๊บ นักกีฏโภชนาผู้เชี่ยวชาญประจำหมู่บ้าน
กำลังฝัดเอาแป้งและแม่มดแดงออกจากถาด

นำใบสาบเสือมาพาดไว้ในถาด เพื่อให้แม่มดแดงไต่ออกจากถาด

เหลือแต่ไข่มดแดงกับแป้ง

ไข่มดแดง....สามารถนำไปทำเมนูอาหารได้หลายอย่างนะครับ

 "ตำไข่มดแดง"(ตำไข่มดส้ม) จิ้มใบมันปูกับยอดผักฮี้ครับ

"ตำไข่มดแดง" (ตำไข่มดส้ม) หรือ "น้ำพริกไข่มดแดง"
อีกหนึ่งเมนูอาหารชั้นสูง(เพราะอยู่บนยอดไม้  555)ของชาวภาคเหนือ

แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง

กำลังร้อนๆ อยู่เลยนะครับ
สังเกตได้จากไอร้อนที่กำลังระเหยออกมาจากถ้วยแกง

 

 

เพลง   "ไข่มดแดง"

ร้องโดย   "วงซูซู"

 

 

 

"เซิ้งแหย่ไข่มดแดง"

บันทึกการแสดง ดนตรีนาฏศิลป์อีสาน
โครงการศูนย์สืบสานและเผยแพร่ศิลปะดนตรีนาฏศิลป์อีสาน
ชมรมนาฏศิลป์และดนตรีพื้นเมือง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม