แน่นอน แม่ฉันไม่ยอมให้ซื้อจักรยาน เพราะความห่วงและรักลูก

แต่ในความเข้าใจของฉันตอนนั้น มันเป็นอะไรที่เจ็บปวดรวดร้าว ที่ไม่ได้ขี่เจ้าของรัก

 

สะสมเงิน

ฉันเริ่มสะสมเงินค่าขนม แทบทุก ๆ วัน

จากการที่เคยซื้อหนังสือการ์ตูนอ่าน ก็เปลี่ยนเป็นยืนแอบอ่านที่ร้านขายหนังสือ จนลูกเจ้าของร้านพูดจากระแทกแดกดันให้เจ็บ ๆ อาย ๆ แต่ก็ต้องทน

บางครั้งพวกเราก็ซื้อและนำมาแบ่งกันอ่านในกลุ่ม

ในวัยเด็ก ฉันเคยคิดว่า สักวันหนึ่งเมื่อฉันเป็นผู้ใหญ่ ฉันจะมาบอกเขาว่าการยอมให้เด็กที่ไม่ค่อยมีสตางค์ได้แอบอ่านหนังสือบ้าง มันเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ หากตอนนั้นฉันไม่กล้าบอกเขาอย่างนี้

สามปีผ่านไป ฉันเก็บเงินได้เกือบแปดร้อยบาท

 จักรยานสีแดงเลือดหมูคันเล็กๆ ที่ร้านจักรยานตรงถนนนางงามราคาเท่าไรนะ

เมื่อไปสอบถามเจ้าของร้าน

ราคาแปดร้อยบาท

ช่างบังเอิญจริง ๆ

 

เวลาฉันแอบไปกินไอศครีมกับเจ้าแฝดทั้งสอง เราไปแอบมอง แอบลูบลูบ คลำคลำเสมอ

อาการหูอื้อ ตาลาย คำว่า “จักรยาน” “จักรยาน” “จักรยาน”  มันดังก้องอยู่ในหูทั้งยามหลับและตื่น

วันหนึ่ง เมื่อฉันนับเงินด้วยมืออันสั่นเทา มันครบแปดร้อยบาท หลังจากเวลาคืบคลาน ผ่านวันแล้ววันเล่า

ฉันยื่นเงินให้ชายสูงอายุเจ้าของร้านด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมทั้งจูงมันออกมาจากร้านด้วยความรู้สึกที่ เหมือนฉันไปยืนอยู่บนโลกที่หมุนไปด้วยความเร็วจี๋ ของจักรยาน

แต่ฉันไม่กล้าบอกแม่

ฉันแอบซื้อจักรยานมาแล้ว มันช่างเป็นความผิดที่น่ากลัวเสียนี่กระไร

ในความสับสน ฉันขี่จักรยานไปที่บ้านเพื่อนคนหนึ่ง  ชื่อไชยยันต์

ยังไม่กล้าบอกเจ้าแว่นทั้งคู่ รวมทั้งเจ้าตี๋ เพราะมันสนิทสนมกับแม่ฉัน เดี๋ยวมันอาจจะแอบไปฟ้อง

ฉันเก็บความความลับไว้ที่บ้านไชยยันต์ ทุก ๆ เย็นฉันมีเรื่องที่ต้องทำ คือ นำเจ้าสองล้อสีแดงเลือดหมูมาถีบเล่น ไปอวดเจ้าไก่ ผู้มีจักรยานแบบแฮนด์สูง อานเป็นแบบทรงสปอร์ตทันสมัย เหมือนกับของเจ้าต้นเพียงแต่เป็นคนละสี

ฉันแอบคิดเข้าข้างตัวเองเสมอว่า เจ้าแดงเลือดหมูคือพาหนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตฉัน

 

มีต่ออีกหน่อยค่ะ