ในช่วงสองปีกว่านี้ผมทำงานโดยจ้าง freelancers เป็นหลักครับ และจ้างชาวต่างชาติโดยส่วนใหญ่ โดยผมหาจากเว็บไซต์ผู้ให้บริการ freelancing ต่างๆ อาทิเช่น oDesk, Elance, หรือ Freelancer.com

จ้าง freelancers นี่ดีจริงๆ ครับ พูดกันประโยคเดียวรู้เรื่อง ทำงานเสร็จตามเวลา คุณภาพงานไม่ผิดเพี้ยน ไม่ชอบใจอะไรบอกได้ตรงๆ และพร้อมที่จะแก้ไขตามที่ตกลงกัน

แต่ใช่ว่า freelancers จะทำงานได้ดีทุกคนนะครับ คนที่แย่ๆ ก็มีพอๆ กับคนดีๆ นั่นล่ะ แต่คนไหนพูดไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องจ้างต่อ ไม่มีพันธะการจ้างงานระยะยาวที่ต้องรับผิดชอบระหว่างกัน

ความสะดวกเช่นนี้จึงไม่แปลกที่บริษัทเล็กใหญ่ในต่างประเทศต่างหันมาใช้บริการของ freelancers แล้วเลิกจ้างคนทำงานประจำกันเป็นแถว

ผมเชื่อว่าอีกไม่นานรูปแบบนี้ก็คงเข้ามาในเมืองไทยมากขึ้น เพราะปัจจุบันมีคนไทยเป็น freelancers อยู่ก็พอประมาณเหมือนกัน

งาน freelancing คือการแข่งขันกันที่ "คุณภาพ" ไม่มีอู้ ไม่มีแอบ ไม่มีมั่ว และไม่มีการเมืองในที่ทำงาน สำหรับหลายคนนี่คือโอกาสแต่สำหรับหลายคนนี่คือข่าวร้ายครับ

โอกาสคือตลาดผู้ซื้อและผู้ขายบริการใหญ่ทั้งโลก แต่ก็หมายความว่าต้องแข่งขันกับคนทั้งโลกเหมือนกัน

ที่ผ่านมาผมจ้างคนอินโดนีเซีย อินเดีย ฟิลิปปินส์ สวีเดน และอเมริกัน ใช่แล้วครับ ผมจ้างชาวยุโรปและอเมริกันทำงานให้ผมด้วย ด้วยค่าเงินบาทที่แข็งตัวเป็นก้อนหินทำให้ฝรั่งต้องมาเอาใจผม เพราะผม "นำเข้า" ไม่ได้ "ส่งออก"

แต่การ "นำเข้า" มีประโยชน์เฉพาะสำหรับงานเช่นเดียวกับผมในช่วงนี้ แต่ในภาพรวมทั้งประเทศแล้ว เราต้องการ "ส่งออก" ครับ

เมื่อไหร่คนไทยสามารถส่งออก "แรงงาน" ได้โดยสามารถนั่งทำอยู่ที่บ้านในต่างจังหวัดที่ไหนก็ได้ โอกาสในการเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนไทยก็จะเพิ่มขึ้น การส่งออกแรงงานแบบไปทำงานกับเขาทั้งตัวทั้งคนนี่มีแต่ปัญหาอย่างที่เราทราบกัน แต่การส่งออก "แรงงานเสมือน" (virtual workforce) นี่ผมยังมองไม่เห็นปัญหา

ได้อยู่กับบ้านกับลูกเมียพ่อแม่ ตื่นเช้ามาปลูกผักปลูกหญ้า กินข้าวกินปลาแล้วก็เริ่มทำงาน จะทำเมื่อไหร่ก็ได้ จะหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ ได้ประโยชน์ทุกอย่างเช่นเดียวกับคนทำงานประจำ แต่มีความสุขเช่นเดียวกับเกษตรกร โดยไม่มีทุกข์ของคนทำงานประจำและทุกข์ของเกษตรกรมาเกี่ยวข้อง

ผมมองในแง่ดีเกินไปหรือเปล่า?

เท่าที่ผมทราบประเทศในระดับเดียวกับไทยเราให้ความสำคัญกับการเป็น world virtual workforce มากทีเดียว

เรื่องนี้เริ่มต้นคนไทยก็เสียเปรียบที่ภาษาอังกฤษก่อนแล้วเช่นเคย

ส่วนเรื่องต่อไปคือเรื่อง "คุณภาพงาน" เพราะอย่างที่ผมเขียนตอนต้น การเป็น freelancer คือการเป็นเจ้านายตัวเอง งานไม่ดีเขาก็ไม่จ้าง และไม่จ้างแบบไม่แยแสด้วย เพราะตัวเลือกในโลกนี้มีเยอะเหลือเกิน

ผมคิดว่าระบบการศึกษาบ้านเรายังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างคนที่ไปเป็นเจ้านายตัวเองและพร้อมที่จะใช้ "คุณภาพงาน" เป็นตัวตั้ง เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งก็เกินตัวกว่าที่ผมจะเขียนได้หมดในบันทึกนี้

บันทึกนี้ตั้งต้นจะแบ่งปันความสุขของผมในการทำงานกับ freelancers เขียนไปเขียนมากลายเป็นเรื่องความทุกข์ที่คนไทยน่าจะมีโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติได้ต่ำในตลาด "แรงงานเสมือน"

เขียนเรื่องความสุขเขียนไปกลายเป็นเรื่องความทุกข์ จบดีกว่า