อากาศที่บ้านแม่วันนี้ไม่มีแสงแดดเลย มีลมพัดแรง เย็นสบาย

เมื่อเสาร์ที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ดิฉันและพี่สาวเดินทางไปเยี่ยมแม่ที่บ้านนครนายก เราออกเดินทางประมาณ ๐๘ น. กว่า การเดินทางไปตามถนนรังสิต-นครนายกมีรถค่อนข้างมากและขับกันค่อนข้างเร็ว เจอรถที่เกิดอุบัติเหตุที่ดูแล้วไม่รุนแรง ๒ จุด

ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าก็ถึงบ้าน แม่สบายดี พูดคุยอย่างแจ่มใสเพราะช่วงนี้มีคนในหมู่บ้านอายุ ๗๕ ปีมาอยู่ใกล้คอยเป็นเพื่อนคุยให้ไม่เหงา(ถ้าไม่มีคน ๆ นี้อยู่ด้วย แม่จะบ่นว่าเหงา) น้องสาวกำลังตำน้ำพริกทำแกงปลาช่อนให้กินเป็นมื้อกลางวัน

อากาศที่บ้านแม่วันนี้ไม่มีแสงแดดเลย มีลมพัดแรง เย็นสบาย พี่สาวอยากกินแกงขี้เหล็ก เราจึงเข้าสวนไปเก็บยอดขี้เหล็กกัน

เรายังไม่ได้ปลูกต้นไม้ทดแทนต้นไม้ยืนต้นในสวนที่ตายไปจากน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้ว เพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะมีน้ำท่วมอีกหรือเปล่า พี่สาวบอกกว่าเห็นสวนแล้วสะท้อนใจ เสียดายต้นมะยงชิด ดินในสวนหลังน้ำแห้งแข็งมาก ยังขุดไม่ไหวต้องรอให้มีฝนตกลงมาเสียก่อน

ต้นกล้วยพากันฟื้นตัวออกปลีออกเครือกันบ้างแล้ว แม้ว่าจะไม่งามมาก มะพร้าวน้ำหอมแก่แล้ว บางทะลายเปลือกแห้ง เราจึงตัดเอาไปเก็บไว้ที่บ้าน ตามพื้นดินในสวนมีต้นมะระขี้นกจำนวนมาก ถ้ารื้อกอดูก็จะพบลูกมะระ ดิฉันเก็บลูกมะระแก่ ๆ เพื่อเอาเม็ดไปปลูกที่สวนครัวที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

 

ดอกอะไรก็ไม่รู้ สวยเหมือนทำจากผ้า เลื้อยอยู่ใต้ต้นมะม่วง

 

ดอกตำลึงจากต้นที่ขึ้นเองในสวนที่ไม้ยืนต้นตายไปเกือบหมดจากน้ำท่วม

 

น้องสาวปลูกผักไว้ในบริเวณรอบๆ บ้าน  มีพริก ถั่วฝักยาว น้ำเต้า บวบหอม เก็บกินได้แล้ว

 

ถั่วฝักยาว 

 

 

น้ำเต้า

 

บวบหอม

 

ผักบางอย่างก็ปลูกไว้ในกระถาง เช่น คื่นช่าย ผักกวางตุ้ง โหระพา

 

เราได้ยอดขี้เหล็กมาพอแกง เอามาต้มน้ำทิ้งเพื่อลดความขมลง พี่สาวใช้น้ำพริกแกงที่น้องสาวตำไว้ เติมหัวหอม กระเทียม กระชาย และเนื้อปลาช่อนย่าง ดิฉันช่วยคั้นกะทิ แยกหัวกะทิไว้ แกงของเราทำง่าย ๆ เมื่อกะทิเดือดก็ใส่น้ำพริกแกง กะทิหวานหอมมากเพราะเป็นมะพร้าวน้ำหอม ใส่ใบขี้เหล็กที่หั่นแล้วลงไป เติมเกลือเล็กน้อย ชิมได้ที่ก็ใส่หัวกะทิ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย พี่สาวบอกว่าถ้ามีดอกขี้เหล็ก ๆ ตูม ๆ มาปนด้วยจะยิ่งอร่อย

 

 แกงขี้เหล็ก

 

เรามีปลาดุกย่าง จึงตำปลาป่นเป็นน้ำพริกปลาร้าด้วย พี่สาวคนที่สามเอาปลาร้าที่ทำเองมาให้ เมื่อหลนเดือดส่งกลิ่นหอมแตกต่างจากปลาร้าเมื่อปีที่แล้ว พี่สาวบอกว่าปีที่แล้วทำปลาร้าไม่อร่อยเลย ไม่ว่าของบ้านพี่น้องคนไหน วิเคราะห์ดูแล้วน่าจะเป็นเพราะเกลือที่ใช้อาจมีสารบางอย่างที่ทำให้เนื้อปลาแข็ง เวลาต้มแล้วไม่ละลาย ปีนี้เปลี่ยนเกลือใหม่จึงได้ปลาร้าที่ดี ดูเถอะแม้แต่เกลือก็ยังมีการปนสาร

พี่สาวคนนี้เก็บผักบุ้งในบ่อมาให้หอบใหญ่ ผักบุ้งอ่อนมากๆ เราล้างแล้วเอาใบตองห่อกลับกรุงเทพฯ พร้อมแกงขี้เหล็กและน้ำพริกปลาร้าที่ตักใส่ถุงอย่างละ ๓-๔ ถุง เก็บน้ำเต้าและถั่วฝักยาวไปด้วย

ประมาณบ่ายสอง เราก็ออกเดินทางจากบ้านแม่ วันนี้ยังมีภารกิจอีกหนึ่งอย่างคือไปซื้อขนมเปี๊ยะดอกอัญชันที่พนมสารคาม (ร้านพนม) เอากลับไปนครศรีธรรมราช ดิฉันโทรศัพท์ไปสั่งขนมเอาไว้ล่วงหน้า น้องสาวบอกให้ใช้เส้นทางจากดงละครผ่านบ้านสร้างไปพนมสารคาม เพราะใกล้กว่าไปทางปราจีนบุรี เพื่อนคุยของแม่สนับสนุนบอกวิ่งตรงไปลูกเดียวไม่ต้องเลี้ยวไปไหน

ถนนจากดงละครไปทางบ้านสร้างเป็นถนนสองเลน สภาพพอใช้ได้ ผ่านสถานที่หลายแห่งที่ตอนเด็ก ๆ ดิฉันเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยไปเที่ยว เช่น วัดศรีจุฬา บางหอย ฯลฯ เราอุ่นใจที่เห็นป้ายบอกทางไปพนมสารคามเป็นระยะ คิดว่าไม่หลงแน่นอน

พอเข้าบ้านสร้างก็เกิดเรื่อง เมื่อลงสะพานแล้วมีป้ายบอกว่าทางซ้ายไปปราจีนบุรี ทางขวาไปบางน้ำเปรี้ยว วินาทีที่รวดเร็วดิฉันตัดสินใจไปทางซ้ายด้วยเหตุผลว่าตอนแรก ๆ ป้ายที่ไปปราจีนบุรีและพนมสารคามชี้ไปทิศเดียวกัน แต่พี่สาวรู้สึกว่าไม่น่าจะใช่ เราจอดรถถามชาวบ้านว่าพนมสารคามไปทางไหน เขาตอบว่าไปทางนี้แหละ เราจึงมั่นใจขึ้น แต่พอวิ่งไปเรื่อย ๆ กลับยิ่งรู้สึกว่าไม่น่าจะใช่ (ถนนบ้านสร้าง-ปราจีนบุรี) เจอป้ายประจันตคาม เลยคิดว่าชาวบ้านที่บอกทางเราอาจจะฟังผิด

หลงแล้วก็เลยตามเลย กะว่าไปตั้งต้นใหม่ที่ปราจีนบุรี เมื่อออกถนนใหญ่มีป้ายบอกว่าอีก ๒๗ กม.จะถึงนครนายก อีกร้อยกว่ากิโลเมตรจะถึงกรุงเทพฯ แสดงว่าเราวิ่งย้อนทางมาไกลพอควร แวะถามที่ศูนย์ขายรถยนต์อีกครั้ง ได้ความว่าให้วิ่งย้อนไปตามถนนใหญ่แล้วไปตามทางที่ไปฉะเชิงเทรา

กว่าจะถึงร้านพนมที่หมายก็ประมาณ ๑๕ น.กว่าเล็กน้อย ได้ขนมที่ต้องการพร้อมกาละแม แบบที่กวนจากเมล็ดข้าวจริง ๆ ไปด้วย หลังจากนั้นก็ขับรถยาวกลับกรุงเทพฯ เหตุที่ต้องมาซื้อขนมเสียไกลเพราะขนมเปี๊ยะของร้านนี้ใช้แป้งที่ผสมสีดอกอัญชัน แป้งนิ่มต่างจากขนมเปี๊ยะที่เคยกิน

 

ขนมเปี๊ยะจากร้านพนม

 

ด้วยความตั้งใจที่จะแวะไปเยี่ยมหลานชายตัวน้อยและกินข้าวเย็นที่บ้านของลูกสาวที่บางแค เราจึงขับรถนานมากตามเส้นทางที่เคยใช้ จากพนมสารคามผ่านบางคล้า บ้านโพธิ์ (จุดที่มีรถติดประจำ) เข้าถนนมอเตอร์เวย์ ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิแล้วไปตามป้ายที่บอกทิศว่าไปบางนา ต่อด้วยถนนกาญจนาภิเษก ถึงที่หมายก่อน ๑๘ น. ไม่นาน

อาหารเย็นมื้อนี้ นอกจากจะมีแกงจืดเต้าหู้ หมูผัดกิมจิฝีมือของลูกสาวแล้ว ก็มีแกงขี้เหล็กและน้ำพริกปลาร้า เราเอาผักบุ้งและน้ำเต้ามาต้ม ส่วนถั่วฝักยาวและมะระขี้นกกินดิบได้

เล่นกับหลานชายตัวน้อยที่สนุกสนาน ร่าเริงมาก จนได้เวลา ๒๐.๓๐ น. จึงกลับบ้าน ไม่อยากจะเชื่อว่าหลงทางอีกครั้งเพราะขับรถเร็วไปหน่อย แทนที่จะแยกเข้าถนนพระราม ๕ กลับเลยไปทางบางใหญ่ แต่ยังดีที่มีมีป้ายบอกว่าไปแครายเป็นเครื่องนำทางทำให้ไปต่อถูก แวะส่งพี่สาวที่บ้านถนนงามวงศ์วานก่อนกลับบ้านที่ซอยเสนานิคม ๑

ดิฉันเอามะพร้าวขุดมาจากบ้านนครนายกด้วย เป็นเพราะนานหลายชั่วโมง มะพร้าวเริ่มมีกลิ่นเล็กน้อย จึงต้องคั้นเป็นกะทิเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อเอาไว้ทำกล้วยบวดชีในวันพรุ่งนี้