เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์  2555  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น  โดยกลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข   ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ  เรื่อง  ทิศทางการบริหารจัดการอุทกภัย จ.ขอนแก่น ปี 2555   ณ โรงแรมเจริญธานี  จ.ขอนแก่น  เพื่อถอดบทเรียนการดำเนินงานด้านสาธารณสุขในสภาวะประสบอุทกภัย เมื่อปี 2554  และวางแผนการดำเนินงานในปี 2555  เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เกี่ยวข้องจึงได้สรุปบทเรียนและเนื้อหาจากเวทีประชุม  เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดการด้านสาธารณสุขในสภาวะประสบอุทกภัยต่อไป

การดำเนินงานด้านสาธารณสุขในสภาวะอุทกภัย  จังหวัดขอนแก่น

     จังหวัดขอนแก่นได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 ส่งผลกระทบต่อพื้นที่วิกฤต  9  อำเภอ  31  ตำบล         207  หมู่บ้าน  12,731 ครัวเรือน  ประชากร  44,851 คน  ซึ่งจังหวัดขอนแก่นได้จัดตั้งศูนย์อพยพดังนี้

      1.อำเภอเมือง  มีจุดอพยพ 4 ตำบล  จำนวน 10 จุดอพยพ

      2.อำเภออุบลรัตน์  จุดอพยพตั้งอยู่ริมถนนโรงเรียนบ้านภูเขาวง

      3.อำเภอชนบท  จุดอพยพตั้งอยู่บนถนนสายมัญจาคีรี-ชนบท

     จากสถานการณ์น้ำท่วมดังกล่าว  พบว่ามีประชาชนเสียชีวิต  10  ราย (การจมน้ำ 8 ราย ไฟช็อต 2 ราย) บาดเจ็บจากการเหยียบของมีคม 6 ราย  ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น  โดยกลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุขเป็นเจ้าภาพดำเนินการ  ร่วมกับกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข กลุ่มงานควบคุมโรค  และกลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ  ได้ร่วมกันดำเนินการช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุขดังนี้

        1.การจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ร่วมกับโรงพยาบาลขอนแก่น  โรงพยาบาลศรีนครินทร์  โรงพยาบาลจิตเวชราชนครินทร์ โรงพยาบาลชุมชน และ รพ.สต.ทุกแห่ง  ในการให้การรักษาผู้ป่วยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ  ดังนี้

           1.1 โรคทางกาย   มีผู้มารับบริการ  11,139 ราย  ขอคำปรึกษา 15,225  ราย โรคที่พบบ่อย ได้แก่ น้ำกัดเท้า  2,908 ราย      ไข้หวัด 591 ราย ตาแดง 319 ราย อุจจาระร่วง 19 ราย อาหารเป็นพิษ 9 ราย  ปวดกล้ามเนื้อ 689 ราย ผื่นคัน  83 ราย

           1.2 ด้านสุขภาพจิต   จากการคัดกรองสุขภาพจิตในกลุ่มผู้ประสบภัย  ผู้สูงอายุ  ผู้พิการ ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง ญาติผู้สูญเสีย  พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 668 ราย  มีความเครียดมากที่สุด 35 ราย  ซึมเศร้า 41 ราย  เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 4 ราย

        2.มีแผนปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนและเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานและรองรับสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่อ  ดังนี้  

             2.1  ด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม  โดยการจัดการขยะสิ่งปฏิกูล  ล้างตลาด การตรวจวัดคลอรีนตกค้างในน้ำประปา แนะนำสาธิตวิํธีการใช้คลอรีนและสารส้มแก่ประชน

            2.2  ด้านอาหารปลอดภัย  ทำำการสุ่มตรวจน้ำดื่มบริจาค สุ่มตรวจอาหารทางห้องปฏิบัติการ   และเน้นให้ประชาชนรับประทานอาหารปรุงสุกและสะอาด 

            2.3 ด้านการควบคุมโรค    แนะนำการทำความสะอาดเรือนนอนที่พัก จัดหาโลชั่นทากันยุง  กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง การจัดหามุ้งให้เด็กเล็กเพื่อป้องกันยุง

            2.4 ด้านการป้องกันโรคติดต่อที่เป็นปัญหา

       3.การมีส่วนร่วมของเครือข่าย อสม. ในการช่วยเหลือ  ติดตามดูแลเยี่ยมบ้าน  ผู้ประสบภัย  ผู้พิการ  และผู้ด้อยโอกาสร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ รพ.สต.

      4.การเตรียมความพร้อมของสถานบริการ

             4.1 โรงพยาบาลและ รพ.สต.ทุกแห่งมีแผนการสำรองเวชภัณฑ์ให้เพียงพอและมีใช้อย่างต่อเนื่อง  มีการจัดหายาชุดผู้ประสบภัย  สำรองยาในโรคที่มากับสภาวะน้ำท่วมขัีง  เช่น  โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร  ตาแดง  โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ  โรคผิวหนัง  น้ำกัดเท้า  ให้เพียงพอใช้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน

            4.2 การจัดหาและสำรองยา  หรือหายาทดแทนที่ผู้ผลิต  หรือผู้จำหน่ายประสบปัญหาสถานที่ผลิตเสียหาย  ไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้  เพื่อให้มีใช้ในหน่วยบริการอย่างเพียงพอและต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน

           4.3 มีการสำรองยาต้านพิษ  วัคซีน  เซรุ่มของสัตว์มีพิษ  ที่พบในสภาวะน้ำท่วม  เช่น  งูพิษ

           4.4 สำรวจความเพียงพอของยา/จัดหายาโรคเรื้อรัง  โรคจิตเวช  โรคประจำตัวของผู้ประสบภัยให้มีใช้อย่างเพียงพอไม่น้อยกว่า 1 เดือน

      5.การดูแลสุขภาพประชาชนหลังน้ำลด  โดยการดูแลสุขวิทยาส่วนบุคคล

           5.1  การล้างมือให้สะอาดก่อนปรุงและรับประทานอาหาร หลังการขับถ่าย และหยิบจับสิ่้งสกปรก

           5.2 .ใส่เสื้อผ้าที่แห้งและหนา  เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น

           5.3 หลีกเลี่ยงการเดินย่ำน้ำ หากเดินย่ำน้ำที่ขัง  ควรล้างและเช็ดเท้าให้แห้ง

           5.4 ควรดื่มน้ำสะอาดและอาหารที่ปรุงสุก

           5.5 ระวังอุบัติเหตุและสัตว์มีพิษ

           5.6 ทำจิตใจให้เข้มแข็ง  มีกำลังใจและมีสติ เพื่อต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคจากน้ำท่วมให้ได้

(ที่มาของข้อมูล : กลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข  สสจ.ขอนแก่น)


การนำเสนอบทเรียนในการจัดการและการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

              1.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เป็นหน่วยประสานงานด้านสาธารณสุขระดับจังหวัด โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  มีบทบาทหน้าที่เป็นหน่วยประสานงานจากศูนย์ปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของจังหวัดขอนแก่นสู่ผู้ปฏิบัติ  และระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้นโยบายจากกระทรวงสาธารณสุขและยุทธศาสตร์ 2P2R ได้แก่
           : ยุทธศาสตร์ที่ 1 การป้องกันและลดผลกระทบ (Prevention and Mitigation) 
           : ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเตรียมความพร้อม (Preparedness)
           : ยุทธศาสตร์ที่ 3 การบริหารจัดการฉุกเฉิน(Emergency Response Management)                                                                                                                                                                                                                                      

           : ยุทธศาสตร์ที่ 4 การจัดการหลังเกิดภัย (Rehabilitation and Reconstruction  Recovery)

หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพหลักของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น  คือ กลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข ทำงานร่วมกับกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข กลุ่มงานควบคุมโรค และกลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ

                   นอกจากการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดแล้ว ยังได้จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานีและนนทบุรี โดยจัดส่งทีม EMS จากโรงพยาบาลชุมชนและทีม Primary  care จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ(รพ.สต.)เข้าร่วมปฏิบัติการ  

                    ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน

                           1.1 ความเร่งด่วนในการประสานงานและการแก้ไขปัญหา เช่น กรณีการร้องขอหน่วยแพทย์เข้าพื้นที่ส่วนกลางอย่างรีบด่วนไม่มีเวลาเตรียมทีม หรือวัสดุอุปกรณ์(เช่น เรือ เสื้อชูชีพ อุปกรณ์ช่วยชีวิต)

                            1.2 การรับคำสั่งจากหลายหน่วยงาน  หลายทาง ไม่เป็นเอกภาพ  ทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความสับสน

                            1.3 ความไม่แน่นอนของงบประมาณ ทำให้แต่ละหน่วยราชการที่เข้ามาช่วยเหลือต้องจัดหางบประมาณเอง เช่นการเล่นดนตรีตามตลาดนัดเพื่อระดมทุนของทีม Primary carในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จะไปดำเนินงาน

                            1.4 ความพร้อมของเจ้าหน้าที่ วัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะที่ต้องจัดหาโดยเร่งด่วนในขณะที่มีปัญหาเรื่องความไม่แน่นอนของงบประมาณ

ข้อคิด : หัวใจสำคัญของการทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย คือ  "TEAM"

              2.โรงพยาบาลขอนแก่น ได้ดำเนินการดังนี้

                                2.1 การจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อบริหารจัดการในการช่วยเหลือดัานการแพทย์ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย  

                                2.2 ประชุม war room เพื่อติดตามสถานการณ์ วางแผนการบริหารจัดการและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นประจำทุกวัน

                                2.3 การสำรวจความพร้อม ศักยภาพ และจัดทำระบบสารสนเทศ เพื่อความพร้อมในการสื่อสารและช่วยเหลือ  โดยจัดเตรียมระบบการให้บริการระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ และระบบการส่งต่อผู้ป่วย

                               2.4 จัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว (DMAT  :  Diaster  Medical Assistant Team)  โดยให้ถึงพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง ดูแลคนไม่เกิน 250 คน  และจะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก้ผู้รับการช่วยเหลือ   ให้จัดเตรียมอาหาร  ยา และน้ำไปเอง

              3.โรงพยาบาลสีชมพู  ได้รับมอบหมายภารกิจในการดูแลรักษาผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน(หน่วย EMS)  ซึ่งออกปฏิบัติงาน ที่ จ.ลพบุรี และ อ.ลำลูกกา  ปทุมธานีมีทางหน่วยได้แบ่งหน้าที่ตามความถนัดของแต่ละทีม ได้แก่ ผู้บัญชาการ(ทันตแพทย์) ฝ่ายวิชาการ   ฝ่ายปฏิบัติการ  ฝ่ายส่งกำลังบำรุง   ซึ่งก่อนที่ออกปฏิบัติงานผู้รับผิดชอบงานทุกฝ่ายได้รวบรวมข้อมูลมาแลกเปลี่ยนเพื่อวิเคราะห์ สรุป  และวางแผนการดำเนินงาน

                  สถานการณ์ที่พบการปฏิบัติภารกิจ

                          : การนำผู้ป่วยที่ถูกไฟช็อตออกจากพื้นที่ด้วยเรือ  ซึ่งหลังจากนำออกมาแล้ว  พบปัญหาไม่มีรถพยาบาล ทำให้การช่วยชีวิตเป็นไปด้วยความล่าช้า  จนผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด

                          : การนำผู้ป่วยอัมพาตที่เจาะคอออกจากพื้นที่น้ำท่วมซึ่งเป็นไปด้วยความลำบาก

                          : การนำผู้ป่วยที่เป็นไข้มาแล้ว  3  วันออกจากพื้นที่  โดยหลังจากที่หน่วยปฏิบัติงานไปถึงพบว่าผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว

                          : การนำหญิงตั้งครรภ์ออกจากพื้นที่

                  ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน

                                  3.1  ระบบประสานงานกลางในพื้นที่ปฏิบัติการ  ทางพื้นที่ประสบภัยไม่มีผู้รับผิดชอบในการประสานงานกลางกับหน่วยที่เข้าไปปฏิบัติการ  ทำให้หน่วยปฏิบัติการต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเอง  เช่น ด้านที่พัก(ในการปฏิบัติงานที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีที่น้ำท่วมเต็มพื้นที่ ทางหน่วยต้องจัดหาที่พักและที่ตั้งของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เอง  โดยได้รับความอนุเคราะห์จากห้างร้านของเอกชนเป็นที่ตั้งหน่วยแพทย์  ที่พัก และระบบไฟฟ้า) ระบบการสื่อสาร(วิทยุสื่อสาร)   ระบบไฟฟ้า(เครื่องปั่นไฟ,แบตเตอรี่)

                                  3.2 ระบบการบัญชาการหรือการจัดการ  ผู้นำหรือผู้บัญชาการหน่วยในภาวะภิบัติภัยควรผ่านการอบรมหลักสูตร  ICS(Incident Command System)  หรือ  PHER (Public Health Emergency Response) 

                                  3.2 ด้านงบประมาณ  หน่วยปฏิบัติการขาดงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงาน ทางทีมจึงไปเล่นดนตรีเปิดหมวกที่ตลาดเพื่อขอรับบริจาค        

                                  3.2 ยานพาหนะ  

                                        3.2.1 เรือ  สสจ.ขอนแก่น สนับสนุนเรือ 1 ลำ มูลค่า 120,000.-  บาท แต่ไม่มีคนขับเรือ  

                                        3.2.2 รถบรรทุกของทหาร  มีจำนวนน้อยต้องรอนาน  อย่างน้อย  3  ชั่วโมง    ซึ่งหลายครั้งจะต้องรอรถหลังจากเสร็จสิ้นจากภารกิจการตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แล้ว

                                  3.3 การเดินทางไปปฏิบัติงาน   เนื่องจากผู้ปฏิบัติงานไม่ชำนาญเส้นทางในพื้นที่อีกทั้งขาดหน่วยงานประสานงานกลาง  ทำให้ต้องหาวิธีการแก้ปัญหาเองจากการใช้วิทยุสื่อสารสอบถามเส้นทางจากคนในพื้นที่

                                  3.4  ถุงยังชีพ  ซึ่งหน่วยแพทย์ที่ออกปฏิบัติงานจะต้องนำติดตัวไปสำหรับแจกผู้ประสบภัยเวลาออกปฏิบัติงาน  แต่มีไม่เพียงพอแจกแก่ผู้ประสบภัย  ในขณะที่หน่วยแพทย์ได้เตรียมข้าวเหนียวไปแจกให้ผู้ประสบภัย แต่ปรากฎว่าประชาชนในภาคกลางไม่สันทัดการนึ่งข้าวเหนียว  จึงได้ทำ"ข้าวต้มมัด"ไปแจกให้แทน

                                  3.5  เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน  

                                            3.5.1 เนื่องจากมีมิจฉาชีพฉวยโอกาสในสภาวะน้ำท่วมนี้   ดังนั้นในการออกปฏิบัติงานจะต้องนำโทรโข่งไปพร้อมทั้งสวมเครื่องแต่งกายที่แสดงถึงการเป็นหน่วยแพทย์ที่กำลังออกปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดจากผู้ประสบภัยที่อยู่ในบ้าน

                                             3.5.2 ระวังไฟฟ้าช็อต

                                             3.5.3 ควรว่ายน้ำได้  

                                             3.5.4 เจ้าหน้าี่ผู้ปฏิบัติงานควรได้รับความยินยอมจากครอบครัว  เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมา  รวมถึงด้านขวัญกำลังใจ

ข้อคิด : "เราเป็นผู้ช่วยเหลือ อย่าไปเพิ่มภาระให้ผู้ประสบภัย"

              4.สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสีชมพู  กับภาระหน้าที่ของของหน่วยบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ  ที่ จ.นนทบุรี  มีเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพร่วมปฏิบัติงานที่เป็นผู้ชายทั้งสิ้น 7 คน  ซึ่งสาธารณสุขอำเภอสีชมพูได้ออกร่วมปฏิบัติการด้วยในฐานะของผู้บัญชาการหน่วย  โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก CUP สีชมพูเป็นเงิน 70,000 บาท แบ่งขั้นตอนการทำงานได้เป็น 4 ระยะ  ได้แก่

                      4.1.ระยะเตรียมความพร้อม  

                            4.1.1 บุคลากร ต้องตอบสนองต่อภารกิจ

                                     : สภาพร่างกาย  ต้องพร้อม สุขภาพแข็งแรง เพศ(ชาย)

                                     : สภาพจิตใจ    ต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ จิตอาสา

                                     : มีความสามารถในด้านวิชาชีพและส่วนตัว  เช่น  เป็นเจ้าหน้าที่ รพ.สต.แต่มีความสามารถในการให้คำปรึกษาผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง

                                     : ภูมิหลัง  ครอบครัวให้การสนับสนุนในการออกปฏิบัติงาน

                            4.1.2 วัสดุ อุปกรณ์และงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงาน

                                     : ปัจจัย 4 ที่ทางทีมต้องจัดเตรียมไปเองโดยคำนึงถึงสภาพพื้นที่

                                     : เครื่องมือสื่อสาร ,aircard, ระบบไฟฟ้า

                                     : เวชภัณฑ์ยา  วัสดุการแพทย์ที่สอดคล้องกับปัญหาด้านสุขภาพของผู้ป่วย

                                     : แบบฟอร์มรายงานที่ต้องรายงานทุกวัน

                                     : พาหนะ  ได้แก่  เรือ  รถ

                              4.1.3 ระบบสื่อสาร

                              4.1.4 แผนการสื่อสารกับสาธารณะ

                              4.1.5 แผนการนำทีมออกจากพื้นที่กรณีฉุกเฉิน

                      4.2  ระยะปฏิบัติการในพื้นที่ประสบภัย

                               4.2.1 การรักษาเยียวยาสุขภาพ

                                     : ต้องมีความเชื่อมั่นว่าสามารถทำได้ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ

                                     : การควบคุมโรคติดต่อ

                                     : การสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม

                              4.2.2 การประสานงาน  การส่งต่อผู้ป่วย  และการติดตามดูแลผู้ป่วย

                              4.2.3 มีการส่งต่อและประสานข้อมูลการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ให้กับทีมที่ได้รับผิดชอบต่อมา

                      4.3 ระยะฟื่้นฟูบูรณะ

                               4.3.1 การวางแผนออกจากพื้นที่ประสบอุทกภัย

                               4.3.2 การส่งมอบงานหรือภารกิจให้พื้นที่

                               4.3.3 การรักษาความสัมพันธ์ที่ดี

                               4.3.4 การสรุปบทเรียน

                               4.3.5 การฟื้นฟูบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน

                       ปัญหาและอุปสรรค

                              1.การตรวจทางห้องปฏิบัติการ  ซึ่งมีการเก็บสิ่งส่งตรวจจากผู้ป่วยแล้ว  แต่มีปัญหาว่าจะส่งหรือตามผลจากที่ใด

                               2.เวชภัณฑ์ยาที่นำไปหรือที่ได้รับเบิกจากส่วนกลางไม่ตรงตามความต้องการและโรคของผู้ป่วย  และมีปริมาณมากเกินความจำเป็น 

                               3.การเดินทางทางเรือ  เจ้าหน้าที่ว่ายน้ำไม่เป็น  พายเรือไม่เป็น ได้พระในพื้นที่ช่วยพายเรือให้

                                4.ความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่  การยังชีพ  การตกน้ำ  การปีนหลังคาบ้านไปรัีกษาผู้ป่วย

                                 5.สภาพอากาศร้อนจัด  ทำให้ต้องออกหน่วยในช่วงเย็น

                       ข้อเสนอแนะ

                             1. ผู้ปฏิบัติงานควรมีองค์วามรู้ในการรักษาโรคที่พบมากในสภาวะอุทกภัย  ระบาดวิทยา  และโรคทางจิตเวช

                              2.เวชภัณฑ์ยาที่สนับสนุน  ควรตรงกับโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อที่พบมากในช่วงเวลานั้น  และควรเป็นยาสามัญที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานใช้ได้โดยไม่ยาก

                              3.หน่วยปฏิบัติงานควรมีการสื่อสาร  ส่งต่้อ  ประสานงานข้อมูลจากทีมที่ไปก่อนหน้านั้น  เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมให้มีประสิทธิภาพ

                              4.ผู้ปฏิบัติงานควรเตรียมของใช้ส่วนตัว  อาหาร และน้ำไปเองอย่างเพียงพอ

 

ข้อคิด               : ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นให้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการหน่วยเพียงคนเดียวเท่านั้น

                        : ทำอะไรก็ได้ให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติโดยเร็วที่สุด

หมายเหตุ : ข้อมูลจากประชุมเชิงปฏิบัติการ  เรื่อง  ทิศทางการบริหารจัดการอุทกภัย จ.ขอนแก่น ปี 2555   ณ โรงแรมเจริญธานี  จ.ขอนแก่น   เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์  2555  จัดโดยกลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น  

ข้อมูลเพิ่มเติม

  
 1.แผนการสำรองและสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์สำหรับผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดขอนแก่น ปี 2554
http://mx.kkpho.go.th/flood2011/Guidelines2012.php?g=1

2.การดำเนินงานหลังน้ำลด
http://mx.kkpho.go.th/flood2011/Guidelines2012.php?g=2

3.เรื่องเล่าน้ำท่วม
http://mx.kkpho.go.th/flood2011/Guidelines2012.php?g=4