คุณค่าของความไม่สมบูรณ์แบบ

ป.
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
พ่อแม่และคุณครูน่าจะชื่นชมเด็กที่ยอมรับว่าไม่รู้ หรือทำผิดพลาด ว่ากล้าหาญ ก่อนสอนทุกครั้ง "Admitting not know = show honest, Admitting mistake = make credibilty": จุดประกายความคิดนี้ โดย อ.บุษยมาศ

ครั้งหนึ่งข้าพเจ้า เข้าอบรมการทำวิจัย
วิทยากรซึ่งเป็นักวิจัยมีชื่อ
แสดงสไลด์ เป็นภาพตู้เอกสารตั้งเรียงกัน แล้วบอกว่า

"นี่คือต้นฉบับงานวิจัยที่ถูกปฎิเสธตีพิมพ์"
พร้อมกับเล่าข้อผิดพลาดในการคิดหัวข้อวิจัยของตนเองในอดีต..
..ท่านคิดว่า วิทยากรคนนี้ไร้ความน่าเชื่อถือหรือเปล่า?
สำหรับข้าพเจ้ารู้สึกว่า 
วิทยากรผู้นี้เป็นครู "ของแท้" - Authentic
เป็นบุคคลที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับ
ขณะเดียวกัน ก็เป็นมนุษย์ที่จับต้องได้
..
ข้าพเจ้าเองก็เป็นมนุษย์ ที่ไม่สมบูรณ์แบบ 
มีทั้งด้านสว่าง อันเกิดจาก "ขวัญ" 
และสถานการณ์ บุคคลรอบข้าง เอื้ออำนวยให้รักษาศีลห้า
มีทั้งด้านมืด  ความเขลา ความกลัว ความเห็นแก่ตัว
ซึ่งสร้างความล้มเหลวในอดีต
..
ทั้งหมดนั่นก็คือหน้ากระดาษ ที่บันทึกตัวตนที่แท้จริงของข้าพเจ้า
บางหน้า อาจมีเรื่องราว "คิดแย่และล้มเหลว" หรือ "คิดดีแต่ล้มเหลว"
ข้าพเจ้าควรยอมรับเก็บมันไว้เป็นเจ้าของ
เพื่อสร้างเป็นบทเรียนไว้เตือนใจคนรุ่นหลัง
หรือควรขยำทิ้งไว้เป็นเศษขยะ รอผู้อื่นมาขุดคุ้ย ?
..
ข้าพเจ้าไม่อาจอ้างตัวว่าเป็น ครูเพื่อศิษย์
ด้วยประสบการณ์ทำงานที่ยังน้อยนิด
แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่า
หากเราหวัง feedback ที่จริงใจจากผู้อื่น
ก่อนอื่น เราต้อง feedback อย่างจริงใจกับตัวเองก่อน
ดังที่อาจารย์ JJ เคยเขียนไว้ว่า
 "..การจัดการความรู้..
เริ่มที่การประเมินตนเอง หรือ Self Reflection 
ว่าเรายอมรับว่าเรารู้ว่าเราไม่รู้อะไร 
และ การค้นพบว่า "เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้อะไร"
..
วันปีใหม่นี้ เป็นหน้าแรกของสมุดเล่มใหม่
ที่จะจดบันทึกเรื่องราว
แน่นอนว่า ข้าพเจ้าย่อมอยากให้มีแต่เรื่องดีๆ
แต่ไม่ว่าจะเกิดเรื่องใดขึ้น
ข้าพเจ้าก็ตั้งใจจะบันทึกด้วยความซื่อตรง
.
"We will open the book. Its pages are blank. 
We are going to put words on them ourselves. 
The book is called Opportunity and its first chapter is New Year's Day."

Edith Lovejoy Pierce
###
Update 3 ม.ค.
หลังจากใส่ภาพ facebook ไว้พลางๆ ก่อนจะคัดเลือกตัวอย่าง "value failure" ที่ประทับใจ ก็ได้วีดีโอนี้ จาก TED talke
http://www.youtube.com/embed/HGiHU-agsGY

เมื่อวิศวกร ทำงานติดตั้งเครื่องสูบน้ำให้กับประเทศยากจน
ออกมายอมรับ ว่า ความรู้สึกเป็นฮีโร่ ที่ได้สร้าง "Hardware"อันวิเศษไว้ให้
แปรเป็นความเจ็บปวด เมื่อขาด "Software" จึงกลายเป็นเศษขยะในไม่ช้า
..
อะไรที่เขาได้เรียนรู้
อะไรตัดสินใจให้เขานำมาเล่า
อะไรเป็นผลตามมาหลังเขาออกมาเล่า
โปรดติดตามจากวีดีโอค่ะ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Reflective writing: Gotoknow



ความเห็น (60)

สวัสดีครับอาจารย์หมอ ป.

"วันปีใหม่นี้ เป็นหน้าแรกของสมุดเล่มใหม่

ที่จะจดบันทึกเรื่องราว

แน่นอนว่า ข้าพเจ้าย่อมอยากให้มีแต่เรื่องดีๆ

แต่ไม่ว่าจะเกิดเรื่องใดขึ้น

ข้าพเจ้าก็ตั้งใจจะบันทึกด้วยความซื่อตรง"

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี หรือไม่ดี ก็จะเข้ามาอ่านและเรียนรู้ตลอดไป

เขียนเมื่อ 

การชี้ข้อบกพร่อง ช่องว่าง ช่องโหว่ ความล้มเหลว คือ "ครูที่แท้จริง" ดังคุณหมอบางเวลาว่านั่นแหละ

เพียงแต่ว่าคนเราหลาย ๆ คนมักจะชอบ "ของสวยงาม" "ของที่ดูดี" "ความสุขที่เกิดด้วยตาเนื้อ" เมื่อใดก็ตามที่ตาเนื้อมองเห็น อ่าน ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าแล้วรู้สึกไม่ว่า ไม่ชอบ ไม่ใช่ ไม่อยากเห็น ไม่อยากได้ยิน ไม่อยากสัมผัส สิ่งนั้นก็จะกลายเป็น "ของที่ไม่ต้องการรับรู้"

ให้ข้อสังเกตง่าย ๆ ว่า หากเราเขียนบันทึกเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นจริง แต่มีพลังความคิดที่เป็นเรื่องลบ ๆ หรือเป็นเรื่องที่เขาอ่านแล้วไม่ยอมรับ จำนวนการอ่าน จำนวนการตอบแสดงความคิดเห็นก็จะน้อยลง มากกว่าสิ่งสวยงาม สิ่งที่เป็นแง่คิด สิ่งที่ใฝ่หา ตรงตามใจที่ต้องการ

หากเรามี "สติ" และ "ปัญญา" ที่สามารถใคร่ครวญ ไตร่ตรองในทุก ๆ เรื่องที่เรารับรู้จากประสาทสัมผัสแล้วนั้น

เราจะได้ชื่อว่าเป็น "บัณฑิตย์" ตามพุทธพจน์ของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง

ความสงบ เยือกเย็น จักสถิต ณ ตัวเรา

สวัสดีปีเก่า พร้อมเข้ารับปีใหม่ ครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่ครับคุณหมอ ป

คุณหมอคงศักดิ์ เจ้าของบทความ ความในใจ ท่านเข้ามาอธิบายบทความของท่าน ท่านเป็นอาจารย์ของอาจารย์หมอที่นี้

ว่างๆเข้ามาคุยกับท่านได้ครับ 

* ขอบคุณค่ะ เป็นความจริงเช่นที่ว่า ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ

* พี่ใหญ่เคยได้ยินคุณหมอวิจารณ์กล่าวว่า วิถีหนึ่งของ KM เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความสำเร็จจากประสบการณ์ชีวิต เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่กัน(ในการนำไปเติมช่องว่างที่ไม่สมบูรณ์)

* วิธีการหนึ่งมักทำผ่าน เรื่องเล่าเร้าพลัง อาจทำผ่านกระบวนการที่มีองค์ประกอบของกระบวนกร( facilitator)...คุณอำนวย ..คุณลิขิต .. ในวงหรือเวทีเล่าบทเรียนความสำเร็จ(success stories) ถอดบทเรียนรู้ เพื่อประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของผู้เรียนรู้ต่อไป

* ที่ gotoknow จึงสร้างรูปแบบ KM online หลากหลายสาขาเป็นหมวดหมู่ ชักชวนสมาชิกจับกลุ่มเป็นชุมชนผู้ปฏิบัติ(CoP) ..ให้รางวัลเป็นกำลังใจสมาชิกที่เป็นแบบอย่าง ดังในกรณี "ครูเพื่อศิษย์* ที่คัดเลือกจากเรื่องเล่าดีเด่นประจำเดือนไปแล้ว

* ความไม่สมบูรณ์แบบที่นำมาเล่า..จะเกิดคุณค่าเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน หากให้ข้อคิดด้วยว่า มีวิธีการเติมให้เกิดความสมบูรณ์อย่างไร

* ต่้องขออภัยน้องหมอป.ด้วยนะคะ หากความเห็นของพี่ สะท้อนสาระอีกด้านหนึ่งของความเข้าใจในเรื่องนี้ที่แตกต่างกัน

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่นะคะ

 

เขียนเมื่อ 
Ico64

เรียนท่าน Patama Gomutbutra

 

- มาขอบคุณคะ ที่นำความรู้ เรื่อง KM คะ

- การจัดการความรู้.. เริ่มที่การประเมินตนเองหรือ Self Reflection ว่าเรายอมรับว่า

     - เรารู้ว่าเราไม่รู้อะไร 
     - และ การค้นพบว่า "เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้อะไร"

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณสำหรับกำลังใจและข้อคิดคมๆ
ที่บังมอบให้แก่กัลยาณมิตร ผ่านบันทึกใน gotoknow เสมอมาค่ะ
..

ทุกครั้งที่ขึ้นปีใหม่ มีความหวังตั้งใจ
ผลสรุปเมื่อจบปีก็พบว่ามีทั้งเป็นตามที่หวัง
และไม่เป็นไปตามที่หวัง
อย่างหลัง ที่ผ่านมามองด้วยอารมณ์
แล้วก็พยายามลืม กลบ ซ่อน 
โดยมิได้จดบันทึก และพิจารณาให้เห็นความจริง 
ปีที่จะถึงนี้จึงตั้งใจ
มองชีวิตให้เป็นการทดลอง บันทึกผล อย่างเป็นจริงดูค่ะ 

 

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะอาจารย์ที่ช่วยเสริมพลังให้บันทึกนี้ยิ่งขึ้น
ด้วยบันทึกนี้มีเจตนาเพื่อ ทบทวนในการพัฒนาตนเอง
ว่าในฐานะเป็นครูคนหนึ่ง 
ไม่จำเป็นต้องพยายามทำให้เห็นว่า ตนสมบูรณ์แบบ 
เช่น ไม่ถามในสิ่งที่ตนไม่รู้, ไม่ยอมรับคนที่อายุน้อยกว่า, ไม่ยอมรับข้อผิดพลาดจากการตัดสินใจตนเอง ฯลฯ
เพราะการยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ
สร้าง "ความเชื่อใจ" ระหว่างครูกับศิษย์
เหมือนเวลาเราอยู่กับพ่อแม่ คู่ชีวิต 
เหตุใดเราจึงยอมที่จะเปิดให้เห็น
ความไม่สมบูรณ์ ความล้มเหลว อย่างไม่อาย 
.
จึงเลี่ยงมิได้ที่จะมีข้อความที่ฟังดูอาจลบไปสักนิด 
สำหรับบรรยากาศเทศกาลแห่งความสนุกสนานรื่นเริง
ข้อดีของบล็อกคือคือ 
แต่ละท่านต่างสามารถจูนสัญญาณรับได้โดยอิสระ
เมื่อยังไม่ตรงตัวรับ ก็สามารถเปลี่ยนช่องได้ค่ะ :-)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณหมอ

u r so cool.

actually agree, No perfect man in the world, just only intention

Best :)

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณหมอ,

ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆ ที่แบ่งปันในปีที่ผ่านมา ขอให้มีความสุขในการจัดสรรหาและเผื่อแผ่สิ่งดีดีในปีนี้ด้วยค่ะ...

ขอให้ปีนี้เป็นปีดีดีที่จะมีอิสระจาก ด้านมืด ความเขลา ความกลัว ความเห็นแก่ตัว....ของฉันด้วยเช่นกัน...

.

เขียนเมื่อ 

...

เปลี่ยนช่องไฟใช่ไหมครับคุณหมอ
เปลี่ยนเพื่อขอให้ช่องแคบแนบเนียนหน่อย
เปลี่ยนเพื่อรอพอศอปรับสูงลับดอย
เปลี่ยนเพื่อสอยดวงดาววับวาวใจ

...

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕ ครับ ;)...

ขอให้ "งดงามตามธรรม" ครับ ... (สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕)

สวัสดีค่ะ

ตราบใดที่เรายังเป็นคนใจกว้าง

ยอมรับตนเองและความเป็นไปขอผู้อื่น

ผู้นั้นยังสามารถเติมเต็มส่วนที่ว่างได้เสมอค่ะ

สุขสันต์วันปีใหม่นะคะคุณหมอ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณหมอป.


เขียนเมื่อ 

มากล่าวคำสวัสดีปีใหม่ค่ะอาจารย์หมอ หวังอย่างยิ่งที่จะได้พบกัน

 

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

เพิ่งจะผิดหวังกับผลการทดลองชิ้นหนึ่ง

แต่เมื่อนั่งคิด นอนคิด ผิดเป็นครูของเราเรื่อยมาค่ะ

เมื่อเราผิดหวัง หรือเมื่อผลงานไม่เป็นตามคาดหวัง

เราได้เรียนรู้และจดจำ พัฒนา คิดหาแนวทางการทดลอง หรือการทำงานใหม่สำหรับชิ้นใหม่ หรือชิ้นเดิม

 

เหมือนตอนหลงทางเวลาเดินคนเดียว ไม่มีใครให้เกาะ 

ผิดเป็นครู ค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากค่ะ ที่แนะนำ..เป็นบทความที่ลึกซึ้ง ซึ่งคงต้องใช้เวลาค่อยๆ อ่าน ทำความเข้าใจค่ะ

ประโยคที่อ่านแล้วประทับใจในการอธิบายที่เชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์คือ

"..การรับรู้ด้วยอัตตา (biased perception) หรือสัญเจตนา มิได้เกิดขึ้นขณะเดียวกัน แต่เกิดตามหลังการรับรู้ซื่อๆหรือสัญญา (pure or unbiased perception).."

 

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณและสวัสดีปีใหม่พี่ใหญ่ค่ะ  ประเด็นที่พี่ใหญ่เพิ่มเติมนี้สำคัญยิ่งค่ะ

* ความไม่สมบูรณ์แบบที่นำมาเล่า..จะเกิดคุณค่าเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน หากให้ข้อคิดด้วยว่า มีวิธีการเติมให้เกิดความสมบูรณ์อย่างไร

หากปราศจากการคิดต่อว่า เราจะเติมส่วนที่พร่องให้สมบูรณ์ได้อย่างไรแล้ว  ในแนวทางที่เป็นรูปธรรม
การพูดถึงความไม่สมบูรณ์แบบ หรือความล้มเหลวของตน
ก็กลายเป็นเพียง การออกตัว.."นี่คือตัวอย่างที่ไม่ดี ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง"..ซึ่งในความเห็น ก็เชื่อว่า การเป็นตัวอย่างที่ดี (ด้วยการยอมรับข้อด้อยแล้วพยายามแก้ไขตนเอง) ให้น่าเอาเป็นแบบอย่าง ตรงไปตรงมาและมีพลังกว่าค่ะ 

การได้พูดคุยกับผู้คน ทั้งกับผู้ที่รู้ กับผู้ที่ไม่รู้  ทำให้เรารู้ว่า ตัวเรา ไม่รู้อะไรบ้าง

การที่เรายอมรับว่า เราไมรู้อะไรบ้าง ทำให้เราจะเป็นผู้รู้ ในอนาคต

 

พี่กำลังฝึกทำแบบนี้อยู่คะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณหมอธิรัมภา ขอบคุณ ส.ค.ส. นาย/นางแบบ ผูกจุกน่ารักเชียว :-)

..

ฝากภาพเจ้าตัวนี้ ของหลวงพ่่อ

ตอนเทศนาธรรม ญาติโยมบางส่วนรีบกลับไปก่อน แต่ตัวนี้นอนฟังพริ้ม

สวัสดีครับคุณหมอ

บทความนี้ของคุณหมอบอกอะไรหลายๆอย่าง ไม่ใช่แค่ตัวคุณหมอคนเดียว..ในมุมมองของผมคุณหมอเป็นครูเพื่อศิษย์ได้เลยครับ..บทความของคุณหมอสร้างแรงบันดาลใจได้ดีมากๆที่เดียว..

....

ผมว่าสิ่งที่คุณหมอกำลังพูดคือ "ความถ่อมตัว" ครับ..เป็นคุณธรรมที่สำคัญของคนเลยทีเดียว...

....

ใครมีคุณธรรม คนนั้นก็เป็นครูได้ครับ...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ ส.ค.ส. สวย น่ากินมากมาย :-)
ขนมลูกชุบเป็นหนึ่งในขนมไทยโปรดอันหนึ่ง
เคยลองทำแล้วเป็นลมคาหม้อเคี่ยวถั่ว

...

ฝากภาพจากงานวันขึ้นปีใหม่  วัดวอชิงตันพุทธวราราม

มีญาติโยมนำอาหารมาทำบุญ อเร็ดอร่อยเพียงใดโปรดดูนายแบบค่ะ

 

เขียนเมื่อ 

*****สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณหมอ*****

***เรียนก็เพื่อรู้ ทำก็เพื่อรู้ เป้าหมายเดียวกัน(ทฤษฏี-ปฏิบัติ):เพื่อรู้***

***สิ่งที่รู้ว่าสำคัญแต่สิ่งสัญกว่าคือการนำความรู้ไปใช้เพื่อต่อประโยชน์***

***ความรู้มากมายที่มี ก็ไม่มีค่าเท่ารู้นั้นสามารถดับร้อนได้ในใจยามเกิดทุกข์***

***ไม่มีใครสมบูณ์แบบไปทุกสิ่ง ในตัวของทุกคนมีทั้งดีและไม่ดีอยู่ในนั้นค่ะ เปรียบเหมือนขั้วบวกกับขั้วลบที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ แต่เลือกทำได้แต่ละด้าน***

***ในความล้มเหลวมีสิ่งที่ดี คือครูผู้ยิ่งใหญ่จากการทำ สัมผัสด้วยกายและใจตัวเอง ดีกว่าความคิดที่ดีเลิศแต่ไม่เคยผ่านความล้มเหลวหรือดี(สำเร็จ)อย่างใจหวัง***

***ในสิ่งที่เรียกว่าดี(แล้ว)ยังมีอีกด้านของมุมดีที่รออยู่ คือความ"หลงดี"***

***(คิด พูด ทำ)สิ่งดีใดๆที่ท่านทำ ย่อมดีแม้ไม่มีใครชื่นชมดีนั้นยังคงอยู่***

***สิ่งใดที่ท่านเรียกว่ายังขาดหาย ก็ยังเรียกว่าดี"สำหรับข้าพเจ้า"ที่มีครูต้นแบบกับการเพิ่มหลักคิดพัฒนาตน(เรียนรู้สื่อจากใจดีๆ)เพื่อสิ่งที่ดียิ่งขึ้นให้กับชีวิตตนเอง***

***ชีวิตที่ได้ลงมือทำพบกับสุขบ้างทุกข์บ้าง ขาดบ้างเกินบ้าง ก็ยังดีที่ช่วยให้หัวใจได้ตามหาสิ่งที่อยู่ตรงกลางๆ(ตรงกลางหัวใจ)คือรสชาติชีวิตที่แท้จริงค่ะคุณหมอ***

***ขอบพระคุณคุณหมอที่ให้โอกาสคนธรรมดาๆในป่าอย่างข้าพเจ้าได้นำเสนอความคิดเห็นในที่แห่งนี้ คำตอบที่ได้เปรียบเหมือนกระจกช่วยสะท้อนในการปรับ-พัฒนาตัวเองของข้าพเจ้า ส่งความปราถนาดีต่อกัน ก้าวเดินไปพร้อมกัน"สายทางความดี"นะคะ**

*****ขอบคุณสิ่งดีๆข้อคิดแนวทางดีๆที่ได้รับจากบันทึกของคุณหมอเสมอมาค่ะ*****

*****ดีใดไม่มีโทษ ดีนี้นนับว่าเลิศ*****

*****ได้สมบัติทั้งปวง ไม่ประเสริฐเท่าได้ตน เพราะตัวตนเป็นที่เกิดแห่งสมบัติทั้งปวง(ธรรมะหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)*****

เขียนเมื่อ 

***ขออภัย! ขอแก้บรรทัดที่สองตรงคำว่า(สิ่งที่สัญ)"สำคัญ" ค่ะ***

***นี่คือข้อหนึ่งที่พยายามจะพัฒนาตัวข้าพเจ้าเองกับการผิดพลาด(อ่อนภาษาไทยไปเยอะ "วางไว้นานจากการเรียนรู้ในมุมเขียน"***

***คงต้องหาพจนานุกรมเล่มใหญ่มาไว้ข้างคอมฯ***

  • สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณหมอ
  • ไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบในมุมมองและสายตาของคนทุกคนได้ แต่อาจมีคุณค่าที่สุดสำหรับใครบางคน..
  • ขอให้มีความสุขตลอดปีและตลอดไปนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณสมศรี
เรื่องจัดการความรู้-KM นั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่ตนเองคิดว่ายังไม่รู้แจ่มชัด
เพราะยังไม่มีโอกาส ลงมือปฎิบัติในระดับหน่วยงาน
...

อย่างไรก็ตาม ดั่งที่พี่ใหญ่ช่วยขยายความค่ะว่า
เมื่อมี "ผู้ให้" จาก เรื่องเล่าเร้าพลัง, บทเรียนจากความสำเร็จ..จะเกิดประโยชน์ ก็เมื่อบทเรียนนั้น ผู้รับ "เปิดใจรับ" 
เท่าที่สำรวจจากใจตนเอง
ใจจะเปิดรับ ก็เมื่อ
1. รู้ตัวว่า ยังมีช่องว่างที่ต้องการเติมเต็ม
2. สัมผัสถึงความจริงใจ (honest) ในข้อมูลที่เล่าออกมาค่ะ..ซึ่งเกิดจากการเล่าถึงความล้มเหลวที่ผ่านมา ความไม่สมบูรณ์แบบ -"Share a shame" ในฐานะมนุษย์ธรรมดาย่อมมี

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณภาพแสงสีวันปีใหม่ค่ะ
เห็นข่าว จุดพลุฉลองที่ night safari ที่เชียงใหม่ก็สวยงามมาก

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะคุณ Poo

ความกลัว ที่จะไม่สมบูรณ์แบบ 
ความกลัว ที่จะล้มเหลว
ทำให้คนเราไม่กล้าเรียนรู้
เปลี่ยนมุมมองเพียงนิด
เราก็จะกล้าทำสิ่งที่เราตั้งใจ แต่ยังไม่ลงมือค่ะ 

เขียนเมื่อ 

มีอิสระจาก ด้านมืด ความเขลา ความกลัว ความเห็นแก่ตัว
...

ข้อความนี้จากคุณปริม ช่วยกระตุ้นเตือนว่า
พันธกิจในการปรับปรุงตน
มิใช่เพียง รับรู้ ว่าตัวเองมีด้านมืด
แต่ลงมือกระทำสิงที่เป็นรูปธรรม เพื่อปลดให้เป็นอิสระ
...
สำหรับตนเอง
1. เลิกยึดติดสิ่งที่เขียนในตำรา โดยปราศจากการทดลองปฎิบัติเสียก่อน : ลดความเขลา
2. เลิกคิด เลิกพูด วิพากษ์วิจารณ์ ทับถมผู้อื่นในทางลบ : ลดความกลัว (ริษยา)
3. ตั้งเป้าหมายชีวิตใหม่ จาก "I am great, you are not" เป็น "Living for someting bigger than myself" : ลดความเห็นแก่ตัว

 

สวัสดีปีใหม่ครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณและสวัสดีปีใหม่ ค่ะ

ชอบประโยคนี้จัง

ตราบใดที่เรายังเป็นคนใจกว้าง

ยอมรับตนเองและความเป็นไปขอผู้อื่น

ผู้นั้นยังสามารถเติมเต็มส่วนที่ว่างได้เสมอค่ะ

 

 

เขียนเมื่อ 

  

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอบคุณสำหรับภาพและคำคม (บาดใจ:-) ใน ส.ค.ส

เขียนเมื่อ 

ชื่นชมวิธีคิดของพี่หมอเล็กค่ะ

ครูที่มีประสบการณ์พบกับความล้มเหลว
คือ ครูที่เรียนจากความรู้มือหนึ่ง
เรียนด้วยตนเองจากการทดลอง
ซึ่งย่อมมีทั้งเป็นไปตามหวัง และไม่เป็นไปตามหวัง

ความล้มเหลว จึงไม่ใช่สิ่งน่าอับอาย
..
"The successful people know that failures is an essential part of the learning process."

Vic Johnson

เขียนเมื่อ 

การคุยกับผู้รู้ และผู้ไม่รู้ ทำให้เรารู้ว่าเราไม่รู้อะไรบ้าง

...

น่าสนใจค่ะ
ปกติเคยได้ยินว่า หากอยากได้ความรู้ ให้คุยกับผู้รู้
แต่ประสบการณ์ชีวิต ก็สอนว่า
การคุยกับผู้ไม่รู้
ก็ช่วยเป็นแรงบันดาลใจสร้างความรู้ใหม่ได้เหมือนกัน

เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่ค่ะอาจารย์ภิญโญ และลูกศิษย์ตัวโตมั้กๆ :-)

ขอบคุณที่ให้กำลังใจและ ย้ำเตือนถึงคำว่า "ความถ่อมตัว"
สิ่งนี้ เป็นสมบัติที่ดีงามอยู่แล้วของคนไทย (เพียงแต่อย่างถึงขนาด "ถล่มตัว" นะคะ)
เคยเขียนอีเมล์ ถึงอาจารย์ท่านหนึ่ง ว่า ขอพิจารณาว่าพอจะมีที่ว่างให้เราซึ่งเรียนแบบ certificate เข้าเรียนวิชาสำหรับปริญญาโทของท่านไหม
ท่านตอบมาน่ารักมากค่ะว่า
" อย่ากลัวว่าจะไม่มีที่ว่าง..ผมกลัวว่าจะมีคนเรียนน้อยเกินไปมากกว่า"
(แต่ความจริงแล้วคนลงเรียนเต็มห้องเชียว)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะคุณน้อย ยินดีที่ได้ฟังความเห็น และหลักธรรม 
ในแบบฉบับเป็นตัวของตัวเอง ค่ะ
..

ในสิ่งที่เรียกว่าดี(แล้ว)ยังมีอีกด้านของมุมดีที่รออยู่ คือความ"หลงดี"

ประโยคนี้ ทำให้นึกสะท้อนถึงตนเองในวัยเยาว์
มีปัญหาการปรับตัวเข้ากับเพื่อน
มีผู้กล่าวว่าเพราะ "ติดดี" หรือ Perfectionist
เป็นสิ่งที่พยายามแก้ไข จนตอนนี้
คนใกล้ตัวบอกว่า ชักจะ "ติดดิน-มอมแมม" เกินไปแล้ว :-)

... 

ขอบคุณสำหรับภาพน่ารัก ไร้เดียงสา อีกครั้งนะคะ 

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณและสวัสดีปีใหม่ค่ะคุณครูกาญจนา
.
ไม่ต้องรอให้สมบูรณ์แบบ ก็มีคุณค่าสำหรับหลายคนได้
หากมีใจเป็น "ครู" ผู้พร้อมแบ่งปันบทเรียนของตนเองแก่ผู้อื่น
จริงดั่งที่คุณครูว่าค่ะ 

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณเพชร ยินดีที่มาแวะเยี่ยมเยียนค่ะ

  • โดยธรรมชาติแล้ว ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอกค่ะ อาจารย์หมอป. แต่ละคนล้วนมีทั้งจุดแข็ง (Strength) และจุดอ่อน (Weaknss)
  • ในสังคมจะมีคนประเภท I'm OK. You're not O.K. อยู่ไม่น้อย คนประเภทดังกล่าว จะมองเห็นเฉพาะจุดแข็งของตนเอง และมองเห็นแต่จุดอ่อนของคนอื่น อย่างที่มีคำพังเพยไทยว่า "โทษคนอื่นเท่าเส้นผม มองเห็น โทษตนเท่าภูเขามองไม่เห็น"
  • บุคคลที่ยอมรับจุดแข็งของตนเพื่อเก็บไว้เป็นความภูมิใจ และยอมรับจุดอ่อนเพื่อหาทางแก้ไข เป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพสมบูรณ์แบบ
  • ในขั้นตอนการทดสอบทักษะพื้นฐานการฟังภาษาอังกฤษของนักศึกษา ซึ่งเป็นทักษะที่นักศึกษาอ่อนที่สุด ได้ยกตัวอย่างให้นักศึกษาฟังเสมอถึงปัญหาการฟังของตนเมื่อได้ยินสำเนียงที่ไม่คุ้นเคยว่า ตอนที่ครูไปเรียนที่ออสเตรเลียใหม่ๆ มีหนุ่มสาวออสซี่ประเภท Backpackers คู่หนึ่งเดินตรงเข้ามาหาครูที่ท่ารถ ฝ่ายหญิงรัวภาษาอังกฤษสำเนียงออสซี่ให้ครูฟังยืดยาว ฟังแล้วครูไม่รู้เลยว่าเธอต้องการอะไร จึงยืนเฉย จนหนุ่มต้องพูดภาษาอังกฤษแบบอังกฤษว่า ""Would you please share me one dollar? ครูถึงรู้ว่าเขาขอตังค์
  • ขอส่ง "ส.ค.ส.ชุดแนะนำดอกไม้ในฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้ (ดอกพุดตานฮาวาย ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ไม่ค่อยมีให้เห็น เปรียบเหมือนคนแบบอาจารย์หมอป.ซึ่งมีไม่มากนัก)" เพื่อให้อาจารย์หมอป. มีความสดใสและความสุขกายสุขใจตลอดปี 2555 นะคะ

 

 

  

เขียนเมื่อ 

การประเมินตัวเองช่วยได้มากครับ โดยเฉพาะต้องไม่ประเมินแบบเข้าข้างตัวเอง นั่นคือ ยอมรับตามความเป็นจริงว่า คัวเองยังมีข้อบกพร่อง และ ข้อผิดพลาดมากมาย  และ ความรู้ของตัวเอง  ก็ยังมีอีกมากมายหลายอย่าง ที่ยังโง่อยู่

     เมื่อยอมรับข้อบกพร่องของตัวเองได้ ก็จะเข้าใจและยอมรับข้อบกพร่องของคนอื่นได้ครับ พร้อมกับตัวเองก็จะได้ไม่เป็นชาล้นถ้วย

      ขอบคุณสาระดีๆ ที่นำมาฝากครับ

เขียนเมื่อ 
  • ความจริงแล้ว คนเราย่อมมีทั้งรู้และไม่รู้อยู่ในตัว
  • แต่การที่คนเราจะยอมรับว่าเราไม่รู้นั้น ดูจะน้อยกว่าการยอมรับว่าตนเองเป็นผู้รู้นะคะ...และกลัวเสีย Credit หากมีคนมาว่าตนเองว่าไม่รู้...
  • ยิ่งค่านิยมของคนไทย น่าจะปรับเปลี่ยนใหม่ คือ "หัดยอมรับในการที่ตนเองไม่รู้บ้าง?" ค่ะ คงต้องเริ่มที่สังคมของครอบครัวเป็นหลักแล้วละค่ะ จึงจะค่อย ๆ แพร่ไปยังสังคมใหญ่ได้ค่ะ
  • สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕ ค่ะ...
เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2000 + 555

ขออวยพรให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง มีชีวิตที่เบิกบานสดใส สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง และประสบแต่สิ่งที่ดีงามตลอดปีและตลอดไปนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ สิ่งที่อาจารย์เล่ามา เป็นตัวอย่างและเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิษย์พร้อมๆ กัน ว่าศักยภาพมนุษย์ สามารถเรียนรู้ฝึกฝนทักษะได้ 
อีกคุณสมบัติหนึ่งที่ชื่นชม คือ อาจารย์เล่าความผิดพลาดได้อย่างมีอารมณ์ขันด้วยสิค่ะ :-)
..

เมื่อ 4-5 ปีก่อน มองย้อนไปก็จัดอยู่ในกลุ่ม  I'm OK. You're not O.K อย่างเข้มข้น และก็ไม่รู้ตัวเพราะไม่มีใคร (กล้า)บอก..จนมาเจอครู ที่เป็นตัวอย่าง "พูดถึงความผิดพลาดคนอื่นให้น้อยกว่าตัวเอง"

..

ขอมอบดอกพุดตานฮาวายนี้ส่งต่อให้ท่านผู้นั้นนะคะ

เขียนเมื่อ 

เมื่อยอมรับข้อบกพร่องของตัวเองได้
ก็จะเข้าใจและยอมรับข้อบกพร่องของคนอื่นได้

...

ขอบคุณค่ะอาจารย์ 
ทำให้นึกถึง เมื่อก่อน
รู้สึกแย่ เวลาบอกนักศึกษาสิบอย่าง ลืมเสียเก้า
แต่เมื่อคิดถึงสถานการณ์ที่ตัวเราตกเป็นผู้รับคำสั่ง..
ก็พบว่า..ไม่ง่ายนัก ที่จะมีสมาธิกับสิ่งที่เราไม่ได้คิดเอง

สวัสดีปีใหม่ครับท่านอาจารย์ ป.

"คุณค่าความไม่สมบูรณ์พร้อม" ทำให้ผมคิดถึง "จิ๊กซอร์" แต่ละชิ้นที่ไม่สมบูรณ์พร้อม (มีทั้งส่วนเกิน และส่วนที่เว้าแหว่ง) และนี่ก็คือ "คน" ที่มีศักยภาพสูงในการที่จะรู้จักส่วนที่ตนมี กับส่วนที่ตนขาด ส่วนที่มีเปรียบเสมือนคุณค่า ความดีงาม เราควรหยิบยื่นให้ผู้อื่น ส่วนที่ขาดเราก็ควรต้องหาโอกาสเพื่อเติมเต็มจากผู้อื่น ที่เขาสามารถเติมเต็มสิ่งนั้นให้เราได้ ด้วยวิถีทางอันเหมาะควร ผมต้องขอขอบคุณในความไม่สมบูรณ์ เพราะทำให้ผมได้พบมิตรภาพ ความเอื้ออาทรจากคนรอบข้างซึ่งเป็น "กัลยาณมิตร" ทุกๆท่าน รวมไปถึงคู่ชีวิต และลูกสาวอันเป็นที่รัก ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขอย่างเข้าอกเข้าใจ คอยให้กำลังใจ ให้พลังเพื่อการเรียนรู้เติมเต็มส่วนที่เว้าแหว่งของผมอย่างแท้จริงครับผม

"เมื่อจิ๊กซอร์ทุกชิ้นได้ไปอยู่ประจำตำแหน่งที่เหมาะควร ความงดงามของภาพจะปรากฏ ส่งผลให้ภาพนั้นมีคุณค่าเกิดขึ้น" นั่นหมายถึง การเติมเต็มต้องเติมเต็มในบริบทที่เหมาะควร และให้ความสำคัญกับทุกชิ้นส่วนอย่างเท่าเทียม เพราะหากชิ้นหนึ่งชิ้นใดหายไป ความงดงามของภาพก็จะลดน้อยลง คุณค่าของภาพนั้นก็จะหายไปในทันที ทำให้ผมทราบว่า แท้จริงแล้วไม่มีใครสำคัญไปกว่าใครในโลกนี้ เพียงแต่ความสำคัญอยู่ตรงที่ "เราไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับเขาและเรา หรือไม่ เท่านั้นเอง"

ขอบพระคุณบันทึกที่มีคุณค่าเป็น "ปฐมฤกษ์" ของปีนี้ครับผม

สวัสดีปีใหม่คะ พี่หมอ

ขอให้สุข สดชื่น และเบิกบานตลอดปีนะคะ ^_^

เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่ค่ะอาจารย์บุษยมาศ

  • สังเกตสื่อขายสินค้า เวบไหนเปิดให้ลูกค้าแสดงความเห็นได้ทั้งบวกและลบ จะมีคนเข้าดูมากกว่า เวบที่ "Censor" สิ่งนี้อาจบอกว่า การยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ แท้จริงเป็นการสร้าง credit ค่ะ
  • เห็นด้วยกับการสร้างวัฒนธรรมนี้ในครอบครัว เพราะในยุคข้อมูลข่าวสาร การปกปิด ทำได้ยากยิ่ง โจทย์ของเยาวชนยุคต่อไป จึงเป็น ทำอย่างไรให้ยอมรับความผิดพลาด/ล้มเหลว ได้อย่างสร้างสรรค์ 
  • ทำอย่างไรให้เด็กยอมรับผิด โดยไม่เสียความภาคภูมิใจในตัวเอง  คุณพ่อคุณแม่และคุณครู น่าจะชื่นชมในความกล้าหาญ (honest) ทุกครั้งเมื่อเด็ก  การยอมรับว่าไมรู้ หรือทำผิดพลาด 
  • ความล้มเหลวที่น่าตำหนิ มีเพียง ความล้มเหลวที่ปกปิดจนเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และที่เกิดจากการทำแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า (ละเลยที่จะเรียนรู้)

ขอบคุณที่จุดประกายความคิดอย่างยิ่งค่

 

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

ชอบอาจารย์เขียนตลอดและทุกบันทึกครับ

จะเข้ามาอ่านทุก ๆ บันทึกนะครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะและอวยพรให้คุณอักขณิชกับครอบครัว ประสบความสุข ในปีที่จะถึงนี้ มีเรื่องดีๆ มาให้เราอ่านกันอีกนะคะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะอาจารย์ ที่ทำให้ "คุณค่าความไม่สมบูรณ์พร้อม" ออกมาเป็นภาพชัดเจน "จิ๊กซอร์"


.ในยุคหนึ่ง บุคคลในอุดมคติ คือคนที่ดีทุกด้าน "well round"
ช่างไม้ สร้างบ้านได้ทั้งหลัง
หมอหนึ่งคน รักษาได้ทุกโรค
แต่ปัจจุบัน ความซับซ้อนในแต่ละองค์ประกอบ ทำให้ทัศนคติเปลี่ยนไป
แต่ละคนควรมีทั้งส่วนเกิน (ศักยภาพสูง) และส่วนที่เว้าแหว่ง (ส่วนที่ต้องพึ่งพา) เพื่อทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม
..

อย่างในตัวอย่างวีดีโอนั้น วิศวกรที่พูด มีศักยภาพสูงในการออกแบบสร้างเครื่องจักร "ทำงานได้" แต่เขาก็ยอมรับว่า สิ่งที่ทำให้เครื่องจักร "ได้ทำงาน" นั้นต้องการระบบซ่อมบำรุง ซึ่งจะเกิดได้ก็ต่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้ใช้ในมิติทางสังคมเศรษฐกิจเสียก่อน
... 

ดั่งที่อาจารย์ว่าค่ะ ทุกชิ้นส่วนต่างมีความสำคัญ หากตำแหน่งที่วางอยู่นั้นเหมาะสม  

เขียนเมื่อ 

 

ขอบคุณและสวัสดีปีใหม่ค่ะ :-)

สวัสดีปีใหม่ครับคุณหมอ.. (ช้านิดแต่ก็มาด้วยใจครับ.. )

---------------------------------
แวะทัยทายกราบกรานคารวะ
หลายวาระคลาดด้วยเหตุการณ์พาห่างหาย
โนตบุ๊คเสียเน็ตเน่าบ่อยงานมากมาย
เลยทำให้อดติดตามงานดีดี
--------------------------------

ปีใหม่นี้วอนไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ
จงสถิตประทานพรตัวท่านนี้
ทั้งหน้าที่การงานเงินมากมี
โรคอย่ามีภัยอย่ามาพาลลี้ไกล

-------------------------------
ให้ท่านนั้นมีกำลังกายใจยิ่ง
อยู่เป็นมิ่งขวัญลูกหลานอย่าหวั่นไหว
เป็นที่รักของประชามิตรมากมาย
ตลอดไปตลอดปีมะโรงเทอญ..

เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่คะ ขอบคุณสำหรับภาพประกอบเฟซบุค สวยงามน่าชม แสดงถึงฝีมือบวกความคิดสร้างสรรค์ของผู้ทำเป็นอย่างดี

ขออวยพรให้คุณพาลีซอ และครอบครัว มีความสุขสดชื่น และรออ่านเรื่องประทับใจอยู่นะคะ :-)

ใช่แล้วคะ ผู้ที่ไม่รู้ จะทำให้เราสนใจ ที่จะอยากรู้ ให้มากขึ้น

 

แวะมาสวัสดีปีใหม่ ก่อนที่เวลาจะล่วงเลยไปมากกว่านี้คะ

 

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะพี่กระติก

ขอเพิ่มเติม "ผู้ไม่รู้ ทำให้เราสนใจอยากรู้มากขึ้น"

ด้วยบทความ การทดลองหนึ่ง พบว่า เมื่อให้กลุ่มตัวอย่าง เล่นเกมแข่งกับคอมพิวเตอร์
แล้วดูสัญญาณสมองส่วนการเรียนรู้ พบว่า
สัญญาณ "mirror neuron" แรงที่สุด
เมื่อกลุ่มตัวอย่างได้บทเรียนจากความล้มเหลวของคอมพิวเตอร์

...

ที่หยิบยกมา มิได้หมายความว่าสนับสนุนให้เล่นเกมคอมพิวเตอร์คะ

แต่แสดงว่า สมองเรา พยายาม "ไม่ทำซ้ำ" บทเรียนที่ผิดพลาด จากผู้อื่นอยู่แล้ว

ที่มา :http://www.sciencedaily.com/releases/2010/10/101013122553.htm

เขียนเมื่อ 

อยากเขียนบันทึกแบบนี้ได้จังค่ะ

มีสาระ น่าติดตาม เป็นตัวของตัวเอง

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากคะ
โชคดีที่ gotoknow เปิดกว้างสำหรับความแตกต่าง
แม้เห็นต่างกันก็ไม่แตกแยกนะคะ