ผู้เขียนมักออกไปเดินออกกำลังกายไปรอบหมู่บ้านหลังอาหารเย็นเกือบทุกวัน โดยเริ่มออกจากบ้านเวลาประมาณ 18.00 น . ไปตามเส้นทางในหมู่บ้าน ผ่านท้องทุ่ง ไร่ สวน ของชาวบ้าน ซึ่งเป็นเส้นทางที่เหมาะมากกับการเดินมาก เพราะไม่มีรถพลุกพล่าน รวมระยะทางประมาณ 4-5 กิโลเมตร ผู้เขียนใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ระยะนี้หน้าหนาวเราจะรู้สึกว่าช่วงเวลากลางวันสั้นกว่ากลางคืน มืดเร็ว สว่างช้า จึงทำให้ผู้เขียนต้องรีบออกเดินให้เร็วกว่าเดิมเพราะนอกจากจะมืดเร็วแล้ว ยังยิ่งเดิน..ยิ่งหนา.ว.ว.ว... การเดินถือว่าเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ประหยัด เพราะเพียงมีรองเท้าที่สำหรับใส่เดินวิ่งดีๆสักคู่ ( เข้าไปอ่าน วิธีการเลือกรองเท้า) และปลอดภัยเพราะมีการกระทบกระแทกของเท้ากับพื้นน้อยกว่าการออกกำลังกายชนิดอื่นๆ ส่งผลให้กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อจึงมีโอกาสบาดเจ็บน้อย และยังทำให้ร่างกายแข็งแรง เนื่องจากร่างกายมีการปรับสภาพการใช้ออกซิเจนให้สามารถใช้ออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หัวใจแข็งแรงขึ้น ทำให้เกิดความไหลเวียนของโลหิตดี และยังเป็นการฝึกกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นให้แข็งแรงด้วย เพราะเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงต้านจึงทำให้กระดูกแข็งแรง ลดความเสี่ยงจากโรคกระดูกพรุน นอกจากนั้นยังทำให้ผู้เขียนรู้จักผู้คนมากขึ้น ด้วยการกล่าวทักทาย สวัสดี กับคำถามเดิมๆ... “ กิ๋นข้าวแลงแล้วกา..” โดยทั่วไปเขาบอกว่าขณะเดินออกกำลังกาย เราควรฝึกสร้างสมาธิให้สงบผ่อนคลาย ให้จิตอยู่กับตัวเอง ปล่อยว่าง ไม่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย จะได้เป็นการเดินที่มีคุณค่า สำหรับผู้เขียนนั้นมักมีสมาธิในขณะเวลาเดินเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเดินคนเดียว ไม่ได้ปล่อยวางเหมือนคนอื่น แต่จะหยิบฉวยจังหวะนั้นมาทบทวนเรื่องที่ผ่านๆมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว มีหลายๆครั้งที่ได้งาน ได้แนวคิดขณะเดิน นี่จึงเป็นสาเหตุที่..ชอบเดินออกกำลังกายคนเดียว เย็นวันนี้...อากาศเย็นๆกำลังดี บรรยากาศรอบตัวสดชื่น จึงอยากเชิญท่านไปเดินด้วยกัน สำหรับท่านที่เคยเดินเป็นประจำก็สามารถ เดินให้เร็วได้ แต่คนที่เพิ่งจะเริ่มเดินให้เริ่มต้นความเหนื่อยที่ประมาณ 55-65%ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด (Maximum Heart Rate : MHR ) ส่วนคนที่เดินมานานแล้ว ก็สามารถเดินให้เร็วได้ ด้วยความเหนื่อยที่ประมาณ 75- 85 % วิธีการคิดง่ายๆ สมมุติท่านอายุ 40 ปี MHR = 220 – อายุ = 220 - 40 อัตราเต้นของหัวใจที่สูงสุดที่เราทนได้ = 180 ครั้ง/นาที ถ้าต้องการออกกำลังกายที่ความเหนื่อยเท่าใร ให้เอา ค่า % ที่ต้องการมาคูณ เช่น ต้องการเหนื่อย 65% คือ 180 x 0.65 นั่นคือต้องเดินให้เหนื่อยหัวใจเต้นเร็วประมาณ = 117 ครั้ง/นาที หรือบางท่านอาจจะทันสมัยโดยการใช้นาฬิกาออกกำลังกายที่สามารถจับอัตราการเต้นหัวใจได้ ก็ยิ่งง่ายเพียง คาดสายจับอัตราการเต้นที่หน้าอก ไม่ต้องคำนวณ กะประมาณให้เมื่อย แค่ ก้มลงมองดูนาฬิกาก็บอกได้เลย ......................... ถ้าพร้อมแล้ว อย่ามัวอิดออด ไปเดินด้วยกันได้แล้วค่ะ เริ่มเดินไปบนเส้นทางสายเดิมเรียบลำน้ำ ที่สงบ ผ่านดงดอกหญ้าที่กำลังล้อลมหนาวข้างทาง ผ่านท้องทุ่ง ที่ชาวบ้านเก็บข้าวหมดแล้ว ผ่านเทือกสวน ไร่ นา เดินไปครึ่งทางตะวันเริ่มคล้อย คงต้องรีบเดินให้เร็วกว่านี้ อีกนิดเดียวจะถึงบ้านแล้ว อากาศก็เริ่มหนาว ตะวันก็กำลังจะลับไปจากขอบฟ้าแล้ว เหนื่อยไหมคะ ?? สำหรับผู้เขียนวันนั้น MHR ที่ 80 % = 135 ครั้ง/นาที แล้วท่านละคะเท่าไหร่ (ปล.ในโอกาสต่อไปจะนำวิธีการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักที่ได้ผล มาเล่าค่ะ)
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกาย
เส้นทางในการเดินออกกำลังกายงดงามมากค่ะ ชอบจังเลย
ขอเดินด้วยคนครับ
โห สวยจัง สดชื่นค่ะ
อิจฉาพี่เขี้ยวเดินผ่านท้องทุ่ง
แต่เราต้องเดินบนลู่วิ่งเสียบหูฟังเพลงไปหลับตาฝันไป
เพราะมีแต่กำแพงสีขาวกะกระจกบานใหญ่ค่ะพี่เขี้ยว
เห็นบรรยากาศถูกใจ ไม่ขัดศรัทธา ไปนำกัน
เดินกลางวันแสกๆ เลยค่ะพี่เขี้ยว ลดพุง :)
*ขอบคุณค่ะ..วิวสวยมาก..
*พี่ใหญ่ชอบเดินเช่นกันค่ะ..ทั้งเดินไปทำงาน..ลงพื้นที่..และเดินจงกรมช่วงใกล้รุ่ง ..ได้ประโยชน์มากมายจากเดินจริงๆค่ะ..
การเดินอย่างมีสติ จะช่วยให้เราได้ยินเสียงชีวิตในตัวตนของเราเอง
และนั่นคือสิ่งที่ผมท้าทายเสมอมา
แต่ก็ยังทำได้ไม่มีพอ...
ขอบพระคุณครับ
A Very Happy Christmas & A Happy New Year 2012
ขอวิ่งไปด้วยเบาๆ อากาศดีมาก
มาส่งความสุขด้วยปฏิทินชุด "รอยยิ้มของพ่อ" ค่ะ
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/471969
สวัสดีค่ะ
ใกล้ปีใหม่แล้ว...สุขให้มีความสุขและสมปรารถนาในสิ่งที่ตั้งใจนะคะ
ส.ค.ส.2555 คุณมนัญญา ( หน้าตาสวย )
สวัสดีปีใหม่กรรมการ อิอิ คิดถึงเสมอครับ แต่คนข้างบนหล่อไม่เบาเลยนะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่มนัญญา