เผลอแป๊บเดียว 1 ปีผ่านไปแล้วสำหรับผมใน GotoKnow.Org บ้านหนังนี้ที่ผมรัก ด้วยเมื่อวาน (27 สิงหาคม 2549) เป็นวันที่หากนับถอยหลังไปถึงวันเดียวกัน เมื่อปีที่แล้ว คือวันที่ผมได้ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก GotoKnow.Org หลังการศึกษาเบื้องต้นว่า GotoKnow.Org คืออะไร และมีไว้ทำไม โดยใช้เวลาประมาณ 3 – 4 ชม. ตรงกับที่ตนต้องการค้นหาอยู่หรือไม่ คือต้องการเขียนบันทึกผลการดำเนินงานในแต่ละช่วงเวลา ตามโครงการวิจัย “ไตรภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน” เมื่อคิดว่าใช่ และเป็นไปในแนวทางที่ต้องการแล้ว ก็เริ่มลงมือใช้งานในทันที นับถึงวันนี้ก็ 1 ปี ผ่านไปแล้ว

     ในขณะนั้นไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือการเผยแพร่งานที่ตนทำ เพียงแต่ต้องการพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลไว้สำหรับการวิเคราะห์ในภายหลัง อีกทั้งเพื่อเป็นช่องทางในการให้เครือข่ายในพื้นที่ รวมถึงนักวิจัยร่วมได้เข้ามาติดตาม เพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลกันไปในตัวเท่านั้น แต่เมื่อยิ่งใช้ไป ก็ยิ่งเห็นคุณค่าประโยชน์อันมากมายมหาศาล จนเกิดเป็น 9 Blog ตามประเด็นของเรื่องราวที่นำมาเล่าสู่กันอ่าน (รวม Blog ทั้ง 9 Blog ที่ ฅน"ชายขอบ") หากนับรวมกันในช่วง 6 เดือนหลังของปี ก็จะมีคนเข้าอ่าน 95,564 ครั้ง หากจะประมาณการเอาก็จะถือว่า 150,000 ครั้งที่มีการเปิดอ่าน รวมทั้งที่ผมเปิดเองด้วย ก็ไม่น่าจะขาดหรือเกินมากนัก ตรงนี้ถือว่าเป็นคุณค่าทางใจของคนเขียนบันทึกที่จะบอกใครให้ร่วมยินดีด้วยยากหากแต่เจ้าของบันทึกเกินแรงใจจากตรงนี้มากมายเหลือเกิน ส่วนข้อคิดเห็นนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

     มาถึงวันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเกินคาดทั้งนั้น เกินคาดจนไม่อาจจะแจกแจงเป็นเรื่อง ๆ ได้ แต่ก็ยังตั้งใจว่าจะเขียนเป็นตอน ๆ ตามแนวทาง AAR ซึ่งเป็น AAR ของ 1 ปีที่ผ่านมา หาใช่จะ AAR แล้วเดินหนีหายไปจาก GotoKnow.Org แห่งนี้เสียไม่ คงจะเป็น AAR อีกในปีหน้า และปีต่อ ๆ ไป สิ่งที่เกินคาดในปีที่ผ่านมาบางเรื่องมาเร็วมาก เร็วเกินกว่าที่จะตั้งตัวรับได้ทัน ล้วนเป็นเรื่องที่ดี ๆ แต่ก็มีบ้างในบางเรื่องที่ต้องเสียความรู้สึกไป เพราะตัวเองรักษาระยะห่างให้เหมาะสมไม่เป็น ไม่ถูกต้อง ก็ยังมองในเชิงบวกว่า ไม่เป็นไร เป็นธรรมดาของสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมจริงหรือสังคมเสมือน หรือทั้งจริงและเสมือนปน ๆ กัน แต่ก็กว่าที่จะคิดได้ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน

     ในวันนี้ GotoKnow เปลี่ยนไปเยอะมาก ตัวผมเองก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ส่วนหนึ่งก็เกิดจากปฏิกิริยาลูกโซ่ ที่ทำให้เวลาเขียนบันทึกน้อยลงมาก ส่วนนี้พยายามที่จะแก้ไขอยู่ คาดว่าเมื่อผ่านพ้นช่วงปลายปีงบประมาณไป ก็จะเริ่มต้นใหม่ได้ดีขึ้น ในส่วนของสมาชิก GotoKnow เก่า ๆ หลาย ๆ คน เท่าที่ผมสังเกตดู ก็จะพบความเป็นไปในลักษณะที่คล้าย ๆ กัน แต่สาเหตุก็คงจะต่างกันไปในแต่ละคน ส่วนตัวผมนั้น เกิดจากการบริหารเวลาที่ยังเป็นเหมือนเดิมทั้ง ๆ ที่จะเหมือนเดิมไม่ได้สักเท่าไหร่แล้ว จึงมาลดเอาที่การบันทึกลงใน GotoKnow.Org เสีย โดยพยายามรักษาส่วนอื่น ๆ ไว้ เช่นการให้เวลากับน้อง ๆ หรือพี่ ๆ ทีมงานวิจัยที่เป็นหมออนามัย และเครือข่ายอื่น ๆ มากขึ้น การจะกลับมาให้เหมือนเดิมก็ย่อมจะทำได้ หากที่ตั้งใจวางแผนไว้ว่าจะมีการพัฒนาขึ้นเป็น CoP ให้ชัด และมีตัวตายตัวแทนเพิ่มขึ้นในอนาคต คงได้มีประเด็นดี ๆ ที่เปลี่ยนบทบาทตัวเองมาเล่าสู่กันฟังมากขึ้นกว่าตอนนี้

     ยอมรับว่า Version 2 ดีกว่า Version 1 ในหลาย ๆ ประการ จนไม่อาจจะร้องขออะไรเพิ่มเติมอีกได้ ยิ่งได้ทราบว่าทาง อ.ดร.จันทวรรณ และ อ.ดร.ธวัชชัย มีแผนการปรับปรุง/พัฒนาต่อไปอีกในหลาย ๆ เรื่อง ยิ่งมองเห็น GotoKnow.Org ในฐานะเครื่องมืออันทรงพลังของการจัดการความรู้ของคนไทยเอง ขอบคุณนักพัฒนาทั้งสองท่านไว้เป็นอย่างสูง เหมือนที่ได้เคยขอบคุณไว้ในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา รวมทั้ง สคส.ที่ได้ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ซึ่งจริง ๆ ผมมองว่ายังมีอีกหลาย ๆ ภาคส่วนที่คอยให้การสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งต้องขอขอบพระคุณไว้ด้วย และที่สำคัญจะขาดเสียไม่ได้เลยคือ Bloggers ทั้งหลายที่ได้นำความรู้มาแลกเปลี่ยนกัน

     ก่อนจบบันทึกนี้อาจจะเป็นข้อสังเกตเล็ก ๆ จากคน ๆ หนึ่งที่ใช้ GotoKnow.Org มาครบ 1 ปี เห็นมาทั้ง 2 Version มีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือลักษณะของกลุ่มผู้เขียนบันทึก (Bloggers) ผู้อ่าน ผู้ที่เข้ามา ลปรร. GotoKnow.Org ไม่ค่อยเหมือนเดิม ต่างจากเดิมไปมาก และมีเรื่องเล่าที่ต้องร่อนกรองตะเกรงมากขึ้น จนบางทีก็หา Tacit K. ไม่เจอ แต่เผลออ่านไปแล้ว (ยิ้ม ๆ) อันนี้อาจจะเป็นเพราะบันทึกเยอะมากก็ได้ สำหรับประเด็นการเกาะกลุ่มกันเพื่อ ลปรร.จริง ๆ นับเป็นเรื่องที่ดี แต่ผมก็มักจะเป็นห่วงคนที่เข้ามาใหม่ ๆ ว่าจะรู้สึกแปลกแยกไป หากมองให้ดีเท่าที่เฝ้าติดตามจะเห็นว่าหากเข้ามาเดี่ยว ๆ ไม่ช้าไม่นานก็จะหายไป คนเหล่านี้หากได้เขียนบันทึกเป็นเรื่องเล่า เขาจะมี Tacit K. ดี ๆ มาบอกเราเสมอ ดีกว่าเรื่องเล่าบางเรื่องที่ผมจะเขียนถึงในบันทึก AAR คราวต่อ ๆ ไป ที่ผมตั้งหน้าตั้งตาว่าจะสะท้อนออกมาเรื่อย ๆ เป็นตอน ๆ