การเรียนการสอนคลินิกทางไกล ! ต้องขอบคุณ  ความจำเป็นทางสถานการณ์ และทีม CMU-KC module ก่อให้เกิด  e-learning การเรียนโดยชุมชนเป็นฐานของนักศึกษาแพทย์ปี 6 

พัฒนาด้วยวงจร ใช้ไป เรียนรู้ไป (PDCA) วันนี้ขอนำประสบการณ์อันน้อยนิด มานำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หารือเพิ่มพัฒนาคะ
...
.
Plan วางวัตถุประสงค์
.
เริ่มต้นด้วยความ"ไม่รู้"อะไรเกี่ยวกับ e-learning แต่ "ถึงคราต้องทำ"
เมื่อทีมผู้สอน นำโดย ท่าน อ.รัตนา พันธ์พานิช ริเริ่มวิชา Palliative medicine in community 
.
โดยวางหลักการหลวมๆ คือ
1. เรียนรู้โดยใช้โรงพยาบาลชุมชนเป็นฐาน กล่าวคือ ครูที่แท้จริง คือ ผู้ป่วย แพทย์พี่เลี้ยง และทีมเจ้าหน้าที่ รพ.
2.อาจารย์ในคณะ ทำหน้าที่เป็น coach ออกแบบวิธีประเมิน  ติดตามผล ให้กำลังใจ อาจารย์แต่ละท่านสไตล์การสอนไม่เหมือนกันก็ไม่เป็นไร ถือเป็น "ส่วนหนึ่งของประสบการณ์เรียนรู้" ของนักศึกษา
3 งานที่มอบหมาย เน้นประเมิน ความสามารถการคิดวิเคราะห์ พิจารณาตนเอง (reflection) มากกว่าวัด content knowledge โดยตรง
.
ข้อดีของการใช้ e-learning เหนือกว่าการใช้อีเมธรรมดาคือ
1. มีระบบช่วยรวมคะแนนที่ให้ลงใน database โดยอัตโนมัติ:
สิ่งนี้สำคัญมาก มิฉะนั้นก็ต้องหาใครมานั่งกรอกรวมคะแนนอีกที เป็นการใช้ทรัพยากรบุคคลไม่คุ้มค่า
2. นักศึกษาสามารถศึกษา "ตามอัธยาศัย  ภายใต้วินัยที่เคร่งครัด"  :
 เอกสารประกอบคำสอน พร้อมแหล่งค้นคว้าเตรียมไว้ให้ เป็น 7-11  (หรือจะไม่ใช้ หาเอาเองก็ได้)
เช่นเดียวกับการส่งงาน ใครอยากส่งก่อน ส่งแล้ว ส่งอีก กี่รอบ ก็ไม่ว่ากัน
แต่ต้องส่งในเวลา -- ระบบมีการบันทึกเวลาส่งไว้ชัดเจน หากเกินกำหนดแม้ชั่วโมงเดียว ก็ถูกหักคะแนนตามสัดส่วน
.
Do ลงมือออกแบบ
.
1. รูปแบบระบบการสื่อสาร ระหว่าง นักศึกษาในชุมชน -- อาจารย์ในโรงเรียนแพทย์ และ ผู้ประเมินผลให้คะแนน
2. หน้าตาของ ระบบ e-learning ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  CMU-KC module ซึ่งมีองค์ประกอบทั่วๆ ไป ใกล้เคียงกับ class.in.th
.
หน้าส่งงาน
.
 .
หน้าแรก
.
มีบันทึกเกี่ยวกับการใช้  CMU-KC module ที่นี่คะ 
เทอมใหม่ ฝันใหม่กับ paperless education
ตัวอย่างผลงานนักศึกษา 1 , 2 , 3, 4, 5

....
.
Check  ประสบการณ์ปีแรก
.
1. คุณสมบัติเป็น database คะแนน ช่วยอย่างมาก จากที่เคยใช้เวลาเป็นสัปดาห์ (รวบรวมแฟ้มผลงาน :-| -> ตามหาผลงานนักศึกษาที่หาย :-{  -> กรอกคะแนนลงคอมพิวเตอร์ T_T ) เหลือเพียงไม่กี่นาทีในการส่งออกคะแนนที่ระบบช่วยรวบรวมไว้แล้ว เป็น exel ไปตัดเกรดได้ทันที
2. แต่..การตรวจงานเขียนทาง online ไม่ใช่เรื่องง่าย  ทำเอาคนอ่านอย่างข้าพเจ้าสายตาสั้นเพิ่มอีกหลายร้อย  เนื่องจากงานเขียนนักศึกษา ที่เป็น Holistic frame work นั้น แต่ละคนใช้เวลาอ่านในคอมพิวเตอร์ 45 นาทีเป็นอย่างน้อย  นักศึกษาส่วนใหญ่เป็นการบรรยายบริบท มากกว่าวิเคราะห์
3. พบว่า rubric การให้คะแนนที่ได้แบบอย่างมาจากต่างประเทศละเอียดเกินไป
(ลิมไปว่าทั้งชั้นของเขามีแค่ 10 คน แต่ ของเรา 170 คน) การที่อาจารย์ผู้ให้คะแนน ไม่ได้อยู่ร่วมเหตุการณ์ ไม่เห็นผู้ป่วย ร่วมกับนักศึกษา ตัดสินยากมาก สิ่งที่นักศึกษาบรรยายมา ว่า "ดีมาก", "ปานกลาง" หรือ "ควรปรับปรุง"   

.

Act ปรับปรุง
.

1. กำหนดจำนวนหน้า และขนาดตัวอักษร กะให้เวลาตรวจไม่เกิน 15 นาที/คน
( ข้าพเจ้าเคยจับเวลาตนเอง พบว่าช่วงเวลามีสมาธิสูงสุดคือ 10 นาที - เท่านั้น) 
2.กำหนด "Framework" ที่เน้น Problem-based ตัดทอนจำนวนข้อย่อยจาก 22 ข้อเหลือ 10 ข้อ ให้คะแนนตามกระบวนการคิด ว่า "มี" หรือ "ไม่มี"  แทนที่การตัดสินว่าสิ่งที่บรรยายมานี้ "ดี" หรือ "ไม่ดี" 
rubric การให้คะแนน
 
#########################################
.
เรื่องหารือ
1. ระบบ feedback ผู้เรียนด้วยการให้คะแนนลงบนแบบฟอร์ม rubric ด้านบน 
    ยังไม่สามารถ upload ใส่ให้นักศึกษาแต่ละคนเข้ามาดู 
    จึงใช้วิธี email ตอบกลับทีละคนๆ เป็นการเสียเวลาพอสมควร
 คำถามคือ : ทำอย่างไรให้สามารถใส่ไฟล์สำหรับผู้เรียนแต่ละคน -> คิดออกแล้ววว..
2. ระบบ feedback ผู้สอน 
    การใช้ฟังก์ชัน quiz จะบ่งบอกตัวผู้ประเมิน
คำถามคือ :  ทำอย่างไรให้ระบบช่วยส่งแบบประเมินแบบ Anynomous -> มีคำตอบ!

****************
Update: ต้องขอบคุณ gotoknow -- หลังจากข้าพเจ้าจบบันทึก และนั่งเล่นสักพัก คำตอบของข้อ 1 ก็ผุดขึ้นมา นึกถึงบันทึกน้องมะปรางเปรี้ยว pdf file ใช้วิธีเดียวกันคือ upload ไฟล์ feedback ไว้ใน server แล้วแปะลิงค์ไว้ตรงช่องความเห็นดังนี้

****************
Update 2: ขอบคุณ Amita ที่แนะนำเวบสำหรับสร้าง survey คือ surveymonkey และค้นไปค้นมาเจออีกเจ้าคือ google spreadsheet  ต้องขอทดลองเปรียบเทียบก่อน

ขอบคุณทุกท่าน ที่เยี่ยมชม และเสนอความเห็นคะ :-D