เพียงลดอัตตา..ปัญหาก็ล่วงแล้ว

...
คนหูเบา ฟังใคร เขาก็เชื่อ
สิ่งแวดล้อม จุนเจือ อยู่ใกล้ใกล้
สารพัดสื่อ และสาร กังวานไกล
ทำอย่างไร เชื่อทั้งหมด เฝ้าจดจารยิ่งคนใกล้ ใกล้ตัว ที่นับถือ
ตัวคำพูด นั้นคือ สิ่งขับขาน
เชื่อว่าจริง ทั้งหมด ไม่ทัดทาน
คงคิดว่า พบพาน ปราชญ์ปรัชญา...
ด้วยอัตตา ความเชื่อมั่น ที่สั่นเทา
คิดว่าเรา ฉลาด มาดล้ำเหลือ
วิเคราะห์คน วิเคราะห์ขาด เก่งเหลือเฟือ
ความเป็นจริง ถูกมีดเถือ แล่เนื้อกินประสบการณ์ ยิ่งเยอะ ยิ่งเจอะง่าย
อายุขัย เนิ่นนาน พาลหมดสิ้น
ขาดระมัด และระวัง น้ำตาริน
ให้ถวิล ย้อนหลัง พังทุกราย...
คนหูเบา คือคนเขลา ไร้ปัญญา
ไม่วิเคราะห์ ไม่ค้นหา หนทางได้
เอาอัตตา มาจับ ขยับไป
พอกหนาไซร้ ตัวเจ็บจำ ที่ทำเองเที่ยวไปด่า คนอื่น ว่าเขาโง่
เที่ยวคุยโอ่ ว่าตัวฉัน นั้นสุดเก่ง
เชื่อคนเดียว ตายคนเดียว ไม่หวั่นเกรง
เหมือนนักเลง อันธพาล เผาบ้านตัว...
ลดอัตตา มาฟัง ด้วยสองหู
ค่อยค่อยคิด ค่อยค่อยดู ทีละขั้น
ใช้สติ ความนิ่ง พักพิงกัน
ใช้ใจนั้น ใคร่ครวญ หวนตรึกตรองเมื่อใจเปิด ทุกอย่าง ก็ดูง่าย
เหมือนทำลาย กำแพง แห่งความหมอง
ไร้โทสะ ไร้โมหะ กลางครรลอง
สมใจปอง ปัญหามา ปัญญามี...
บ้านปลายดง ณ หางดอย
ณ เชียงใหม่
๙ กันยายน ๒๕๕๔
๐๑.๔๗ น.
......................................................................................................................................................................
อารมณ์ลดตัวตน ...
ได้นั่งทำหน้าที่ผู้ฟังที่ดี จากการแลกเปลี่ยนของคนสองคนที่มีเชื่อมั่นในตนเองสูง ด้วยอัตตาที่เปี่ยมล้นออกมาจากตัวตน
เมื่อความคิดของสองคนมีความเชื่อและศรัทธาไปในทางเดียวกัน เรื่องราวทุกเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นก็ไปในทางเดียวกันด้วย
คนนั่งนิ่ง ๆ ฟังอย่างเดียวจึงเข้าใจว่า เขาใช้ "อคติ" คุยกันสองคน ไม่มีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเหตุผลความน่าเชื่อใด ๆ แต่อาศัยว่า ได้ฟังจากคนโน้นที รู้จักคนวงในที จึงมีความเชื่อว่า มันต้องถูกต้องแน่ ๆ
ในขณะเดียวกัน เรื่องราวก่อนหน้านั้น กลับตรงกันข้ามกับตรงนี้ แสดงว่า มันเป็นเรื่องราวที่บริโภคกันมาต่อ ๆ แล้วเชื่อ บวกกับ อคติ หรือความเชื่อมั่นตัวบุคคลที่ศรัทธาบางคนเข้าไปแล้ว ก็จึงหลวมรวมมาเป็นตัวของเขาเองในปัจจุบัน
แต่เชื่อเถอะครับว่า หาจุดยืน หรือ อุดมการณ์ไม่มีสำหรับบุคคลประเภทนี้ เพราะดูเหมือนจะไหลตามน้ำไปเรื่อย ๆ ป่วยการที่จะแวะมาหาแล้วบอกว่า เส้นทางสายนี้คือ เส้นทางสายธรรมนะ มาไหม ... ตาปิด หูปิด ยังไงก็ไม่มา
ด้วยปริมาณอัตตายิ่งมาก คือ ความโง่เขลา ซึ่งหมายถึง อวิชชา คือ ความไม่รู้ ก็ยิ่งมากตาม
เหมือนตกเหวลึกลงไปเรื่อย ๆ ยื่นมือไปก็ลึกเกินมือจะเอื้อมถึง
แต่หากลดอัตตาลงบ้าง รับฟังคนอื่นมากขึ้น ใช้ปัญญาคิดไตร่ตรอง เหตุแห่งปัจจัยทั้งหมด เขาจะพบคำตอบด้วยตัวของเขาเอง
อัตตายิ่งมาก คำตอบก็ยิ่งไม่พบ ... พบแต่กรงขังตัวเองเท่านั้น
แล้วในอนาคต เขาจะตายเพราะกรงขังที่สร้างขึ้นมาเองนั่นแหละ
ใช้สติปัญญาแก้ปัญหาที่มี ... ทุกอย่างก็สิ้นสุด
เพียงลดอัตตา ปัญหาก็ล่วงแล้ว
เชื่อหรือไม่หนอ ?
บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)
......................................................................................................................................................................
วิชาตัวเบา...ดังที่ ท่านพระอาจารย์ไพศาลสอน
"อัตตาทำให้ตัวเราหนัก ความรัก(เมตตา)ทำให้ตัวเราเบา"
แต่วิชานี้ ต้องฝึกฝน ไม่ง่ายเลย
ทุกวันนี้ก็ยังตัวหนักอยู่..แต่ไม่หนักขนาดไปสอนมวยปล้ำนะอาจารย์ :-{
ถึงเทศกาลเดือนกันยา..ยิ่งเห็นชัดนะ..
ดิฉันอ่านบันทึกนี้ได้รับประโยชน์ ๒ อย่างค่ะ อย่างแรกคือ ไว้เตือนสติเวลาฟัง เวลาอ่านค่ะ กับประการที่สองคือไว้เตือนตนเอง
ขอบคุณอาจารย์ค่ะ
อัตตาหากลดได้ดั่งใจคิด
ใสดวงจิตพินิจธรรมนิยามศีล
บริสุทธิ์ผุดผ่องส่องชีวีน
กิเลสสิ้นหมดทุกข์สุขนิรันดร์
ทักทายคะ...
เชื่อแล้วหนอ**^_^**
ฝึกฝนวิชาการลดอัตตากันนะครับ คุณหมอบางเวลา CMUpal ;)...
ป.ล. น้ำหนักไม่ถึงมวยปล้ำหรือครับเนี่ย ไม่น่าเชื่อ 555
ขอบคุณครับ ;)...
คงเป็นช่วงดิ้นรนน่ะครับพี่ ครู ป.1 ;)...
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ พี่ nui ;)...
รับคำทักทายและขอบคุณมากครับ คุณ ธิดา ;)...
เปรียบเปรยชัดเจนครับ ท่านอาจารย์ โสภณ เปียสนิท ;)...
นางฟ้า ชาดา น่ารักจังหนอ :)...
ขอบคุณมากครับ
ไม่เชื่อคนตงฉิน ปิดทองหลังพระ แล้วจะไปเชื่อไผ เจ้า ๕ ๕ :)
ดอกอะรูมิไร้ เพิ่งเคยหัน งามแต้งามว่า ขอบคุณหลายๆ เจ้า
น่าจะเป็น "โคมญี่ปุ่น" นะครับ คุณ Poo ;)...
ขอบคุณมากครับ