หากมนุษย์มีความสมบูรณ์ที่แท้จริง ก็จะมีความเป็นอิสระ มีความสุข และมีไมตรจิตอันไพศาล เพื่ออยู่ร่วมกันด้วยดี

     “เป้าหมายของมนุษย์ คือ การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความสุขและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ” เป็นประเด็นที่ผมสรุปได้จากบทความของท่าน ศ.นพ.ประเวศ วะสี ที่เขียนลงในคอลัมภ์จิตวิวัฒน์ หนังสือพิมพ์มติชน หน้า 9 เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2549 ท่านได้เสดงให้เห็นว่าการที่มนุษย์เราขาดการเรียนรู้ในตัว ก็มักจะขาดความสมบูรณ์ เอียง และแยกส่วน เกิดเป็นความบีบคั้น ทั้งในตัวเองและสังคม จนสังคมเกิดวิกฤติ หากมนุษย์มีความสมบูรณ์ที่แท้จริง ก็จะมีความเป็นอิสระ มีความสุข และมีไมตรจิตอันไพศาล เพื่ออยู่ร่วมกันด้วยดี

     ท่าน ศ.นพ.ประเวศ วะสี ได้กล่าวไว้ว่ากุญแจแห่งอนาคตเพื่อจุดหมายที่ว่านี้ จึงอยู่ที่การเรียนรู้เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformative Learning) ทั้งในตัวเอง (Personal Transformatin) และ เชิงองค์กร (Organizational Transformatin) ผมเห็นปุ๊บก็คิดทันทีเลยว่า แนวนี้แหละที่เคยได้ให้คำปรึกษาแก่น้องคนหนึ่ง (แต่ตอนนั้นไม่ชัดนัก) ที่จะทำวิจัยไปครั้งหนึ่งในประเด็นการจะใช้ KM ค้นหาวิธีการลดพฤติกรรมก้าวร้าว/ใช้ความรุนแรงของเด็กวัยรุ่น จากกลุ่มผู้ปกครองที่เลี้ยงดูบุตรหลานได้เป็นอย่างดี เลี้ยงดูแบบเข้าใจกันและกัน จนประสบความสำเร็จ ซึ่งก็คือครอบครัวที่เลี้ยงดูกันแบบมีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์นั่นเอง เมื่อปิ๊งได้แล้วก็รีบส่งไปให้น้องเขาได้ศึกษาดู และลอง Plot เรื่องที่จะเดินต่อดู ก่อนจะว่ากันอีกในคราถัดไป

     ท่านได้นำเสนอถึงสาขาวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาเพื่อให้เข้าใจเพื่อนมนุษย์ และศึกษาเพื่อให้เข้าใจตัวตนของตัวเอง เรียกว่า จิตตปัญญาศึกษา (Contemplative Education) ไม่เน้นที่การเข้าใจในความเป็น “วิชาความรู้” นอกตัวมากนัก ซึ่งสภามหาวิทยาลัยมหิดลกำลังพิจารณาหลักสูตรนี้อยู่ ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญ “จิตตปัญญาศึกษา” ให้กระจายไปอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของหลักสูตรการเรียนการสอนโดยทั่วไป ผมลองตามไปสืบค้นดูหลังจากที่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ และเขียน Note ย่อไว้แล้ว ที่ http://www.jitwiwat.org ก็พบว่ามีรายละเอียดเรื่องนี้เยอะมาก คงจะต้องใช้เวลาเพื่อพิจารณาดูอีกทีในภายหลัง ตอนนี้เอาลงไว้ที่นี่เพื่อเชิญชวน หากใครสนใจจะได้ลองเข้าไปเยี่ยมชมกันก่อนครับ