วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2554
ทิมดาบตัวร้อนตั้งแต่วันศุกร์แล้ว...น้องออมสินข้างบ้านก็ไปนอนโรงพยาบาล สองสามวันยังไม่กลับ...เป็นไข้เลือดออก
พ่อและแม่พยายามสังเกตอาการที่บ่งชี้ถึงไข้เลือดออก...เพราะคาดว่า...รังโรคอยู่ใกล้ ๆ ...เพราะทิมดาบกับน้องออมสินเล่นด้วยกันทุกวัน...
เช้าวันจันทร์...ทิมดาบงอแง...ทั้งที่หน้าตายังซีดเซียว...ไม่มีไข้แล้ว..แต่...อยากไปโรงเรียน...ไปเรียนหนังสือ....เจอเพื่อน...คิดถึงคุณครู
ก็เลยต้องปล่อยตามใจ...ทั้งที่ห่วงและกังวลไม่น้อย...กลัวรบกวนคุณครู...และอาการไข้กลับคืนมาอีก
แต่คุณแม่...ไม่ได้ขึ้นเวรเช้า...จึงพูดให้หายกังวล...ว่าจะไปหาทิมดาบตอนพักเที่ยง
แต่ไหงได้...พอพักเที่ยง...พ่อไปโรงเรียนก่อนแม่เสียอีก....
ทิมดาบ...วิ่งเข้ามากอดด้านหลัง...บอกว่า...กลับไปทำงานได้แล้ว...ไม่ต้องห่วง...สบายปรือ...
พ่อค้นหายาฆ่าเชื้อน้ำเชื่อมในกระเป๋านักเรียน...ต้องกินให้ครบโดส...ป้อนเข้าไปสองช้อนชา...ทิมดาบไม่รั้งรอ...กินรวดเร็วเหมือนโชว์เพื่อน ๆ
พ่อคิดในใจว่า...ทิมดาบไม่ต้องให้คนอื่นมองเราเป็นคนเก่ง...คนดีทั้งหมด...เราไม่สามารถทำได้...ให้คนอื่น ๆ ชื่นชอบเราทั้งหมด...ขอแค่ลูกไม่เบียดเบียนตนเองและไม่เบียนเบียดคนอื่นก็ดีมาก
การป่วย...การเจ็บ...และการตาย
ทิมดาบอาจจะได้เรียนรู้มากกว่าเพื่อน ๆ เพราะตั้งแต่เกิดถึงชั้นอนุบาล 3 ...ทิมดาบพักในบ้านพักโรงพยาบาลตลอด...
ญาติพี่น้อง...เพื่อน ๆ ...ทั้งของพ่อและแม่...ก็ตายลงอย่างต่อเนื่อง...เหมือนเป็นสัญญาณว่า...ชีวิตของเราเหมือนเส้นด้ายบาง ๆ ที่เกาะเกี่ยวกิ่งไม้อยู่...ไหวไหว
ทิมดาบถามเสมอว่า...ตายแล้วไปไหน...เพื่อน ๆ เขาบอกว่า...ตายแล้วไปอยู่บนท้องฟ้า
แต่พ่อเพียงบอกว่า...พ่อไม่รู้...เอาไว้พ่อตาย...และทิมดาบตายตามพ่อ...เราจะได้รู้กันว่า...เราไปอยู่ ณ ดินแดนไหน....
พ่อคิดว่า...พ่อต้องรอทิมดาบ...ไม่ปล่อยให้ทิมดาบเหงาเดียวดายหรอกลูก...จะรีบตามหาทิมดาบให้พบ...กอดและหอมให้หนำใจไปเลย....
ทิมดาบคงตายทีหลังพ่อนานแน่นอน...
พ่อคงไม่ถามว่า....ลูกได้เงินเดือนเท่าไหร่...มีทรัพย์สินมากมายไหม...มีปริญญาหลายใบไหม...หรือมีที่ดินและบ้านกี่หลัง
พ่อคงไม่ถามทิมดาบอย่างนั้นแน่ ๆ
แต่พ่อจะถามทิมดาบว่า...
ทิมดาบได้ทำความดีอะไรบ้าง...ทั้งให้กับตนเอง ครอบครัว และผู้อื่น
ลูกได้แบ่งปันสิ่งที่ลูกมีอยู่และติดตัวของลูก...แบ่งปันให้คนอื่นอะไรบ้าง
และลูกได้เรียนรู้อะไรบ้าง...ในใจของลูก...คน ๆ อื่น...และโลกใบนี้ของเรา
ทิมดาบเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง...ที่จะก้าวไปในดินแดนมหัศจรรย์...นะลูก
ดินแดนแห่งนี้...ไม่สามารถนับปริมาณ...สถิติ...จำนวนได้
แต่ดินแดนแห่งนี้...มีอณูเล็ก ๆ ที่บางเบา...ที่ลูกจะมอบให้คนอื่น และโลก
ซึ่งถึงไม่มีปฏิกิริยาอันใดตอบรับ...เชื่อเถิดนะ...หมาน้อยของพ่อ
เจ้าจะมีความสุขกับสิ่งที่ทำ....
มาถึงบรรทัดนี้...ยังจะถามอีกไหม...ว่าตายแล้วไปไหน ?
แต่แน่ ๆ เราต้องเดินทางมาเจอกันนะลูก...
ทิมดาบจะยิ้มให้พ่อ...และพ่อจะยิ้มให้ทิมดาบ...
ถ้อยคำที่เรียบง่าย แต่สอนความชาญฉลาดทางสังคม อย่างลึกซึ้ง
ขอบคุณคะ
คุณพ่อ...คิดไกลจัง
แต่ก็...ไม่เสียหายที่จะคิดนะ
มีเรื่องราวมากมายระหว่างครอบครัว
แต่บางครั้งเราก็มองข้ามเรื่องราวเหล่านั้น
ปล่อยหกตกหล่นหายไปกับกาลเวลา
บางทีนึกย้อนหลังแล้วเสียดาย
แต่ไม่อาจย้อนกลับมาตามหาอีกแล้ว
ดีที่ได้บันทึกไว้ นะครับ
ชื่นชมความรักที่ลึกซึ้งเช่นนี้มากค่ะ..หวนคิดถึงสิ่งดีๆที่พี่ใหญ่เคยได้รับจากพ่อ-แม่เช่นกัน..ว่างๆฝากไปอ่านแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่บันทึกนี้ค่ะ =>
http://www.gotoknow.org/blog/nongnarts2/236742
...ทิมดาบ..หายหรือยัง..นอนใจได้แล้วหรือเปล่า.."ไข้เลือดออก"..เป้นสิ่งที่น่ากลัวมาก..อย่านอนใจ...(ยายธี..สูญเสียน้องคนสุดท้อง..ตอนยายธียังเด็ก)..และยังจดจำอยู่ถึงทุกวันนี้....เท่าที่ทราบ...ไข้จะสูงและลดลงต่ำ..เหมือนว่าจะ..หาย..แต่.....(....)...วันนี้ที่๙สิงหา...ทิมดาบ..เป็นไข้เมื่อวานนี้ใช่ไหม..."อย่านอนใจ..หากเป็นไข้เลือดออกจริง"....เป็นห่วงมากๆๆ..ยายธีเจ้าค่ะ..
ชอบข้อความและถ้อยคำมากๆๆครับ
อยู่ชั้นเดียวกับน้องโอปอลลูกสาวคนเล็กผมเลย ชอบคุณพ่อสอนนะ มันมากมายกว่าความร่ำรวย แต่ไม่เสียหายอะไรนะ ถ้าจะพกความร่ำรวยใส่กระเป๋าไปด้วย ครอบครัวอบอุ่นครับ อ้อ เรื่องไข้เลือดออกแนะนำให้ฟังอาจารย์ศิริเพ็ญ กุลยานรุตน์ ครับ เค้าพูดแล้วผมแอบฟังยังรู้สึกถึงการควบคุมรักษาโรคที่อยู๋หมัดเลย