ติดต่อ

  ติดต่อ

จากการปฎิบัติมาสู่ทฤษฎี : การสร้างวิสัยทัศน์ร่วม

  "เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน"  
          ผมเขียนบันทึกไว้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม เป็นควันหลงของการสัมมนานักส่งเสริมการเกษตรของกำแพงเพชรประจำปี 2549 เราใช้เวลาประมาณ 2 ปีกว่า จึงก่อเกิดโอกาสของการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันจริงๆ ขึ้นมาได้   ไม่ง่ายเลยนะครับ ที่จะทำกันจริงๆ ภายใต้วัฒนธรรมและข้อจำกัดที่มากมายในหน่วยงานราชการ หากจะทำเพื่อส่งงานก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง    แต่สิ่งที่ผมนำมาเสนอนี้เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมและการมองทิศทางขององค์กรร่วมกัน  เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ต้องอาศัยการปูทางด้วยการปฏิบัติก่อนแล้วค่อยๆ สร้างความเข้าใจ...จึงนำมาสูแนวคิดหรือทฤษฎี   นำมาแลกเปลี่ยนและแบ่งปันครับ 

          บันทึกนี้ขอบันทึกเพิ่มเติมจากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการนักส่งเสริมการเกษตรระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 26-27 กรกฎาคม 2549 ที่ผ่านมา  ลิงค์อ่านการสัมมนาวันแรก  /  ลิงค์อ่านการสัมมนาวันที่ 2 

  •  ภาพบรรยากาศการเล่าเรื่องการนำPAR มาปรับใช้ในงานส่งเสริมการเกษตร (วันแรก)

  • ภาพบรรยากาศการร่วมกันกำหนดแนวทางการทำงานของวันแรก ที่เป็นการปูพื้นฐานการเข้าใจข้อมูลและสถานการณ์การทำงาน

  

 


  • ร่วมด้วยช่วยกันระดมความคิดเห็นในการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน

 

 


  • การส่งตัวแทนเพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์ของแต่ละกลุ่ม

  

     กลุ่มที่ 1  ร่วมกันสร้างวิสัยทัศน์และได้นำเสนอดังนี้

          "องค์กรแห่งการเรียนรู้ ควบคู่หลักการมีส่วนร่วม สร้างชุมชนเข้มแข็ง ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ผลผลิตมาตรฐานความปลอดภัย"

     กลุ่มที่ 2  ร่วมกันสร้างวิสัยทัศน์และได้นำเสนอดังนี้

          "เป็นองค์กรหลักในการพัฒนาเกษตรกร ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง สร้างการเรียนรู้สู่ชุมชน โดยบูรณาการร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน"

         หลังจากการนำเสนอวิสัยทัศน์ของทั้ง 2 กลุ่มจาก 2 สายในการแบ่งตามการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับอำเภอ(DW) มีการรวมวิสัยทัศน์ทั้ง 2 กลุ่มเข้าด้วยกัน ซึ่งเนื้อหาใก้ลเคียงกัน จึงได้นำคำหลักของกลุ่มที่ 1 และคำท้ายของกลุ่มที่ 2 มารวมกัน ได้วิสัยทัศน์ร่วมกัน คือ

 

"เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้  มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน"

         

          ส่วนรายละเอียดซึ่งเป็นส่วนประกอบที่เหมือนๆ กันจะได้นำมาเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดเป็นพันธกิจต่อไป

เบื้องหลัง...  
          วันที่เราสามารถสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันได้นี้ เบื้องหลังการปรับกระบวนการ  เพื่อสร้างคำสั่งที่จะสามารถนำไปสู่การสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน นอกจากผมและคุณมายัณห์แล้ว  เรายังได้เชิญทีมงานนักส่งเสริมการเกษตรในระดับอำเภอ คือคุณเชิงชาย เรือนคำปา จากสำนักงานเกษตรอำเภอเมือง และคุณเสนาะ ยิ้มสบาย จากสำนักงานเกษตรอำเภอพรานกระต่าย มาร่วมออกแบบกระบวนการและกำหนดคำถาม และคำอธิบายเพื่อนำไปสู่การสร้างวิสัยทัศน์ด้วย โดยที่ผมและคุณสายัณห์ ได้มอบให้ทั้งสองท่านเป็นผู้ดำเนินกระบวนการเอง..

  
เบื้องหลังการทำงาน จากซ้าย สายัณห์-เสนาะ-เชิงชาย (ออกแบบกระบวนการและเตรียมคำถาม)

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 45285, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 9, อ่าน: คลิก

ความเห็น (9)

     บรรยากาศอบอวล ไปด้วยความอบอุ่นจริง ๆ ครับ อิจฉา ๆ

สร้างทฤษฎีขึ้นจากการปฏิบัติ ใช่เลย เอาทฤษฎีนี้แหละไปปฏิบัติต่อ เคี่ยวให้เหนียวเลยครับ เห็นภาพบรรยากาศแล้ว ใช่เลยองค์กรแห่งการเรียนรู้ เรียนรู้กันอย่างนี้ นึกถึงโรงเรียนครับ.......เขาจะเรียนรู้กันอย่างนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ดูว่าองค์กรแห่งนี้จะเรียนรู้งานแซงหน้าโรงเรียนไปแล้ว เห็นชายขอบเขียนไว้ ก็ต่อความคิดชายขอบเขาครับ

สิงห์ป่าสัก
IP: xxx.24.147.235
เขียนเมื่อ 

เรียน อาจารย์ชายขอบ

       ขอบพระคุณมากครับที่ให้กำลังใจ ค่อยๆ ช่วยกันขับเคลื่อนครับ  ไปอย่างช้าๆ ครับ

สิงห์ป่าสัก
IP: xxx.24.147.235
เขียนเมื่อ 

เรียน ครูนงเมืองคอน

  • ยังคงต้องเชื่อมต่ออีกหลายๆ เรื่อง หลายๆ องค์ประกอบครับ จึงจะเป็นวงที่เห็นรูปร่าง
  • ที่ต้องย้อนจากทำแล้วมาหาหลักการ ก็เพราะว่าบางทีก็เดินตามทฤษฎีไม่ค่อยได้เสมอไปครับ จะตกร่องเดิมๆ ทุกครั้งไป
  • ทำไปเรียนรู้ไปนะครับ ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ โดยใช้งานเป็นเป้าหมาย และใช้ KM เป็นเครื่องมือขับเคลื่อน พอมองเห็นภาพที่สดใสเป็นจุดเล็กๆ เกิดขึ้นบ้างแล้วครับ

 

แวะมาเยี่ยมครับ ขอชื่นชม

คุณสิงห์ป่าสัก ขอร่วมคิดด้วยคนนะครับ ผมเห็นด้วยกับทฤษฎีการสร้างองค์กรให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ จุดเริ่มต้นที่ดีที่ต้องอาศัยการปูทางด้วยการปฏิบัติก่อนแล้วค่อยๆ สร้างความเข้าใจ...จึงนำมาสูแนวคิดหรือทฤษฎี   การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในชุมชนข้าราชการ เมื่อใดมีสิ่งใหม ๆ เข้ามาก็จะต่อต้านโดยอัตโนมัติ การแฝงมาด้วยกิจกรรมปฏิบัติด้วยตนเอง เห็นผลด้วยตนเอง จะทำให้เกิดความภูมิใจ และท้าทาย และเป็นการเรียนรู้แบบรู้จริง ยั่งยืน สุดท้ายค่อยสรุปเข้าสู่ทฤษฎี ว่า ที่ได้ทำหรือปฏิบัติไปนั้น เป็นการทำให้องค์กรเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

                                           The star

คุณสิงห์ป่าสัก ผมสงสัยจัง กระทู้ของคุณคนคอนเข้าไปแสดงควาคิดเห็นจัง ผมคนคอนเหมือนกัน

เรียน  คุณชาญวิทย์

  • ขอบพระคุณมากครับ ที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียน

เรียน  ผอ.สมชาย  รัตนคช

  • ขอขอบพระคุณมากครับที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น
  • ยินดีที่ได้ ลปรร.ครับ