แด่คนดี : หนานเกียรติ

ในรอบเกือบ๒ปีที่ผ่านมาได้ติดตามอ่านบันทึกของหนานเกียรติตั้งแต่เริ่มแรก จนบันทึกสุดท้าย เห็นวิถีคิดการทำงานของเธอแล้ว ทำให้จิตประหวัดนึกถึงนักต่อสู้ในอดีตสี่ท่านด้วยกันคือ
จิตร ภูมิศักดิ์ : นักต่อสู้เพื่อมวลชนนายผี(อัสนี พลจันทร์) : นักประพันธ์นักปฏิวัติ,โกมล คีมทอง : ครูผู้เสียสละ ครูของแผ่นดิน สืบ นาคะเสถียร : ผู้รักป่าไม้ สัตว์ป่าและธรรมชาติ ด้วยกายและใจ

ในช่วงแรกๆที่คุณหนานเกียรติเข้ามาเขียนบันทึกใหม่ๆอาตมายังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิก ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประเด็นเรื่องศาสนาบ้าง คุณหนานเกียรติมีมุมมองทางศาสนาในเชิงพัฒนา อยากให้พระสงฆ์ทำงานเชิงรุกมากกว่าที่เป็นอยู่ และอีกอย่างตัวเธอเคยทำงานอยู่ในองค์กรสงฆ์มาก่อนเมื่อสมัยดำรงเพศบรรพชิต

บางครั้งจึงได้เห็นทัศนะที่สะท้อนออกมาจากความรู้สึก ที่มีความอึดอัดอยู่บ้าง โดยกล่าวถึงวัดวาอารามพระสงฆ์องค์เจ้าอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็รับรู้ได้ว่ามีเจนาดีต่อองค์กรสงฆ์

ช่วงหลังๆเขียนเกี่ยวกับประเด็นการต่อสู้ของชาวบ้าน ที่คนในชุมชนได้ช่วยกันปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติในถิ่นถานบ้านเกิดของตน ได้เป็นผู้นำข่าวสารการต่อสู้ของประชาชนเหล่านั้น มาบอกกล่าวสื่อสารในสาธารณะ

การต่อสู้ของเธอล้วนแต่เป็นเรื่องสำคัญๆของท้องถิ่นที่มีผลกระทบต่อชุมชนทั้งสิ้น การไปช่วยประชาชนดังกล่าวก็ไปกระทบต่อผลประโยชน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายชุมชนตอนนี้จึงเกิดความขัดแย้งในแนวทางการพัฒนา หลายแห่งจึงเป็นปัญหาและส่วนใหญ่ชาวบ้านก็เสียเปรียบแทบทุกด้าน

บางแห่งชุมชนมีความขัดแย้งกันเองอีกทำให้พลังการต่อสู้ก็เลยอ่อนกำลังลงไป ฉะนั้นคนทำงานช่วยชาวบ้าน จึงเหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง

ในวันที่ ๒๕,๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ นี้มีเวิอร์ช็อปเครือข่ายครูนครสวรรค์พัฒนาการเรียนรู้อิงถิ่นฐานอย่างบูรณาการ ที่โรงเรียนหนองบัว อำเภอหนองบัว นครสวรรค์ คิดว่างานนี้น่าจะได้เจอกันเป็นครั้งแรก หลังจากที่หนานเกียรติรู้ที่อยู่อาตมาและเคยบอกว่าถ้าผ่านมาทางพิษณุโลกจะแวะเยี่ยมที่วัด โดยที่ก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้บอกให้ทราบว่าอยู่ที่ไหน

จึงรู้สึกเสียดาย เสียดายคนที่มุ่งทำเพื่อผู้ทุกข์ยากในสังคม

ชีวิตเธอช่างแสนสั้น แต่รักเธอยาวไกล
ตั้งแต่วันที่เธอเสียชีวิต จนถึงวันนี้ มีผู้คนมากมายทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก พร้อมทั้งหมู่เพื่อนกัลยาณมิตรได้เขียนถึงหนานเกียรติด้วยความรัก ความอาลัย อ่านแล้วซาบซึ้งใจ ทำให้นึกถึงพุทธภาษิตบทหนึ่งที่ว่า

นะ ปุปผคันโธ ปฏิวาตเมติ
นะ จันทนัง  ตครมัลลิกา วา
สตญฺจ คนฺโธ ปฏิวาตเมติ
สัพพา ทิสา สัปปุริโส ปวายติ.
(องฺ.ติก.๒๐/๒๙๑ ขุ.ธ. ๒๕/๒๒)

กลิ่นดอกไม้ฟุ้งทวนลมไปไม่ได้
กลิ่นจันทน์ กฤษณา หรือมะลิ
ก็ฟุ้งทวนลมไปไม่ได้

ส่วนกลิ่นของสัตบุรุษ(คนดีมีคุณธรรม)
หอมฟุ้งไปได้ทั่วทุกทิศ

สัตบุรุษสุดดีกลิ่นศรีสม           หอมทวนลมโบกพัดสะบัดหวน
กระจายกลิ่นรินฟุ้งจรุงอวล       แสนชื่นชวนชอบจิตสนิทใจ
กลิ่นศีลธรรมนำผลให้พ้นทุกข์  หอมเป็นสุขนานเนิ่นเกินสมัย
ถึงหอมกลิ่นบุปผาสุมาลัย        เพียงชื่นใจพักครู่ไม่สู้นาน
ประพันธ์โดย : พระพิพัฒน์ปริยัตยานุกูล 

 

                                 หลับให้สบายเถิดหนานเกีรยติ

        Large_loveness_landscape
        ทัศนียภาพของความรัก : รำลึกหนานเกียรติ เกียรติศักดิ์ ม่วงมิตร 
        โดยดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์

จากบันทึกหลายเรื่องที่เธอถ่ายทอดไว้ในโกทูโน ทำให้เชื่อได้อย่างสนิทใจว่าชายผู้นี้ ทำงานเพื่อชาวบ้านเพื่อชุมชนต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม เกิดมาทำงาน ทำโดยไม่หวังลาภยศ ชื่อเสียงใดๆ ทำจนสุดท้ายที่ต้องแลกมาด้วยชีวิต