น้ำมันมะพร้าว

บทบาทของน้ำมันมะพร้าวในการป้องกันโรคมะเร็ง 

น้ำมันมะพร้าวมีบทบาททางสรีรวิทยาในการป้องกันโรคมะเร็งดังต่อไปนี้:

 

1.  ปลอดภัยจากการทำลายของอนุมูลอิสระ 

 

ดังได้กล่าวมาแล้วในตอนต้น อนุมูลอิสระ (free radicals)เป็นตัวการสำคัญอันหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงว่า แอนตีออกซิ-แดนต์สามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งที่เกิดจากอนุมูลอิสสระได้  
น้ำมันมะพร้าว มีคุณสมบัติที่ดีเด่น ที่ช่วยให้ร่างกายปลอดภัยจากการทำลายของอนุมูลอิสระ  คุณสมบัติดังกล่าวนี้ ได้แก่:
 

1.1 ปราศจากอนุมูลอิสระ: 

 

เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวมีไขมันอิ่มตัวสูงถึง 92 % จึงมีความอยู่ตัวทางเคมีสูง แม้จะถูกกับอุณหภูมิสูง ก็ไม่เกิดการเติมออกซิเจน จึงไม่เกิดเป็นอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็ง

 

1.2 ช่วยเติมแอนตีออกซิแดนต์ที่ถูกทำลายในร่างกาย

 

  โดยปกติ  ร่างกายของเรามีแอนตีออกซิแดนต์ที่ได้จากอาหารต่าง ๆ ที่ช่วยทำลายอนุมูลอิสระ ซึ่งเกิดจากมลพิษในสิ่งแวดล้อม  อาหาร และเครื่องดื่ม  การสูบบุหรี่  รังสี  ความ เครียด ฯลฯ  แต่เมื่อบริโภคน้ำมันไม่อิ่มตัว ซึ่งถูกเติมออกซิเจน (oxidized) ได้ง่าย ๆ ตั้งแต่เริ่มสกัด  ตลอดจนระหว่างการขนส่ง  การวางจำหน่าย และการเก็บรักษาก่อนบริโภค  จึงเกิดเป็นอนุมูลอิสระขึ้น และไปลบล้างประสิทธิภาพ (neutralize)  ของแอนตีออกซิแดนต์ที่มีอยู่ในร่างกาย  เนื่องจากน้ำมันมะพร้าว มีแอนตีออกซิแดนต์ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยเติมส่วนที่ถูกทำลายไปในร่างกาย จึงไปช่วยทำลายอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น


มีการศึกษาที่แสดงว่า น้ำมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เป็นตัวการที่ไปกระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็ง เพราะมันถูกเติมออกซิเจนได้โดยง่าย ก่อให้เกิดอนุมูลอิสสระจำนวนมาก ที่ไปกระตุ้นให้เกิดสารก่อมะเร็ง (Hopkins 1981) แต่น้ำมันมะพร้าวมีฤทธิ์ตรงกันข้ามกับน้ำมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวทำหน้าที่เป็นแอนตีออกซิแดนต์ และลดการเกิดการเติมออกซิเจนของไขมัน มันจึงทำ  หน้าที่ป้องกันมะเร็งได้ 


น้ำมันมะพร้าวยังมีวิตามินอี ในรูป tocotrienol ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่า tocopherol ที่มีอยู่ในวิตาอีทั่วไป 40-60 เท่า วิตามินอี ทำหน้าที่ป้องกันการเติมออกซิเจน (oxidation) จึงป้องกันการเกิดอนุมูลอิสสระซึ่งเกิดขึ้นเพราะมีการเติมออกซิเจน  ดังนั้น จึงนับได้ว่าน้ำมันมะพร้าวมีสารต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวการหนึ่งของการเกิดมะเร็ง หรือพูดอีกนัยหนึ่งได้ว่า น้ำมันมะพร้าวสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้
 

2.  ปลอดภัยจากการทำลายของไขมันทรานส์

 

จากการวิจัยพบว่า การเติมไฮโดรเจน เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำมันไม่อิ่มตัวเปลี่ยนไปเป็นไขมันทรานส์ ทั้งนี้ ก็เพราะน้ำมันไม่อิ่มตัว เช่นน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด น้ำมันคาโนลา แม้กระทั่งน้ำมันมะกอก มีโมเลกุลที่ประกอบด้วยแขนคู่ ที่เป็นจุดอ่อนของโมเลกุล ทำให้ไม่อยู่ตัว และถูกเปลี่ยนเป็นไขมันทรานส์ได้โดยง่าย ๆ โดยกระบวนการการเติมไฮโดรเจน มีผลงานวิจัยมากมายที่สรุปว่า ไขมันทรานส์เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะก่อให้เกิดโรคมะเร็ง (Enig 1999) แต่น้ำมันมะพร้าว เป็นน้ำมันที่ปราศจากไขมันทรานส์เพราะเป็นไขมันอิ่มตัว ที่โมเลกุลมีแขนเดี่ยวที่มีความอยู่ตัวสูง จึงไม่เกิดการเติมไฮโดรเจน ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดไขมันทรานส์  ที่เป็นสาเหตุของการเกิดเซลล์มะเร็ง
 

ไขมันทรานส์ เกิดได้ในอาหาร 2 ประเภท คือ:

 

2.1. อาหารที่ผลิตในระดับอุตสาหกรรม:

 

การเติมไฮโดรเจน เกิดในกระ- บวนการการผลิตอาหารระดับอุตสาหกรรม น้ำมันไม่อิ่มตัวที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ขนมปังกรอบ อาหารทอด โดนัท คุ๊กกี้ บิสกิต ขนม  กรุปกรอบ แครกเกอร์ ฯลฯ จำเป็นต้องนำไปผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน (hydrogenation) เสียก่อน เพื่อให้น้ำมันไม่หืน แต่ให้แข็งตัวเพื่อสะดวกต่อการจับต้องผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เพราะน้ำมันที่แข็งตัวที่ติดอยู่กับอาหาร จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาที่เกิดจากการเหนียวเหนอะหนะของอาหาร
 

2.2 อาหารที่หุงต้มโดยใช้อุณหภูมิสูง:

 

        น้ำมันไม่อิ่มตัวที่ใช้ในการหุงต้ม หาก ผ่านอุณหภูมิสูง เช่นในการทอดอาหารแบบน้ำมันท่วม จะเกิดกระบวนการการเติมไฮโดรเจนเช่นกัน  Bakker และคณะ (1997) ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอุบัติการณ์ของมะเร็งเต้านมกับกรดไลโนเลอิก (linoleic acid) ในประชากรในทวีปยุโรป ทั้งนี้เพราะมีการศึกษาในสัตว์ทดลอง และทางนิเวศวิทยา ที่ได้ชี้ถึงความสัมพันธ์ดังกล่าว  กรดไลโนเลอิกเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว มีมากในน้ำมันถั่วเหลือง  ผู้วิจัยได้พบว่า องค์ประกอบของกรดไขมันเฉลี่ยของชั้นไขมัน ไม่ได้แสดงความ สัมพันธ์ระหว่างกรดไลโนเลอิก ซึ่งมีโอเมกา-6 กับมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมาก 

       อย่างไรก็ตาม มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ มีความสัมพันธ์กับไขมันทรานส์  Kohlmeier และคณะ (1997) ได้รายงานถึงข้อมูลที่แสดงว่า มีความสัมพันธ์ในทางบวกระหว่างองค์ประกอบของไขมัน ทรานส์ในชั้นไขมัน กับการเกิดมะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันอิ่มตัว จึงไม่เกิดการเติมไฮโดรเจนเมื่อถูกกับอุณหภูมิสูง  จึงไม่เปลี่ยนเป็นไขมันทรานส์ที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง    ดังนั้นน้ำมันมะพร้าวจึงปลอดภัยสำหรับใช้บริโภค โดยเฉพาะไม่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง
 

3. ปลอดภัยจากอันตรายของเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

 

  3.1 ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย:

 

 เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวมีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็ง นักวิจัยบางคนจึงเชื่อว่าเป็นเพราะกรดไขมันขนาดกลางของน้ำมันมะพร้าว ไปส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย  ซึ่งเกิดขึ้นได้ 2 วิธี คือ:
 

  - การกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาว:

 

  Witcher และคณะ (1996) พบว่า โมโนลอริน ซึ่งเป็นโมโนกลีเซอไรด์ของกรดลอริก   ไปกระตุ้นการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว โดยเฉพาะ T เซลล์ และ T เซลล์นี้เอง ไปโจมตีและทำลายทุกสิ่งที่แปลกปลอมของร่างกาย รวมทั้งเซลล์มะเร็ง   ดังนั้น T เซลล์  จึงมีบทบาทอย่างสำคัญในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง     น้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริกอยู่ในปริมาณที่สูงมาก (ประมาณ 48-53%) และเมื่อบริโภคเข้าไปในร่างกาย กรดลอริก ก็จะเปลี่ยนเป็นโมโนลอริน ซึ่งช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย


นอกจากนั้น น้ำมันมะพร้าวยังมีกรดคาโปรอิก กรดคาปริลิก และกรดคาปริกอยู่ด้วย  และเมื่อเข้าไปในร่างกาย  จะเปลี่ยนเป็นโมโนกลีเซอไรด์ ชนิด    โมโนคาโปรอิน (monocaproin) โมโนคาปริน (monocaprin) และ โมโนคาปริลิน (monocaprilin) ตามลำดับ  และต่างก็ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย 
 

   -  การแบ่งเบาภาระของเม็ดเลือดขาว:

 

 หน้าที่อันหนึ่งของเม็ดเลือดขาว คือการต่อสู้กับเชื้อโรค ซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปสู่ร่างกาย เมื่อมีเชื้อโรคเข้าไปมาก ๆ เม็ดเลือดขาวก็จะเข้าไปโจมตีเชื้อโรค และตายไป จึงเหลือเม็ดเลือดขาวที่มีประสิทธิภาพน้อย หรือร่างกายผลิตทดแทนได้ไม่เพียงพอ เป็นเหตุให้ไม่สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เซลล์มะเร็งจึงเจริญ เติบโตและขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้นจนก่อให้เกิดโรคมะเร็งขึ้น แต่น้ำมันมะพร้าวมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคเหล่านี้  จึงช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกลับคืนสู่สภาพปกติ กล่าวคือ เม็ดเลือดขาวสามารถทำลายเซลล์มะเร็งต่อไปได้ดังเดิม
 

 3.2  ฆ่าเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งโดยตรง

 

  เป็นที่รู้กันทั่วไปแล้วว่า เชื้อโรคประเภทไวรัส และแบคทีเรีย เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งบางชนิด นอกจากสร้างภูมิคุ้มกันแล้ว น้ำมันมะพร้าวยังสามารถฆ่าเชื้อโรคหล่านี้ได้ (Enig 1999, 2000, 2004; Dayrit 2000)   ดังในกรณีดังต่อไปนี้:
 

    -  เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง:

 

 ผลจากการวิจัย พบว่าไวรัสหลายชนิด เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง เช่น human papiloma virus (HPV) ซึ่งพบในคนที่เป็นโรคมะเร็งปากมดลูกเกือบทุกคน (McIntosh 2003) ยังมีไวรัสอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุของมะเร็ง เช่น cytomegalovirus, adenovirus, Epstein-Barr virus  
 

- Epstein-Barr virus มีความสัมพันธ์กับมะเร็งโพรงหลังจมูก (naso-pharyngeal carcinoma) และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเบอรกิต (Burkitt’s lymphoma)

 

- Herpes simplex virus type 2 มีความสัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิด

 

- มะเร็งเต้านม ก็มีประจักษ์พยานว่าเกิดจากไวรัส เช่นกัน  

 
สรุปได้ว่า น้ำมันมะพร้าว ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง เพราะผลในการต่อต้านไวรัสที่เป็นสาเหตุของมะเร็ง ดังนั้น การบริโภคน้ำมันมะพร้าวจึงเป็นอีกวิธีหนึ่ง ในการป้องกันโรคมะเร็ง (Fife 2005) 
 

 -  เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง:

 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีผลงาน วิจัยที่ระบุว่า สาเหตุหนึ่งที่คนเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ก็เพราะมีเชื้อแบคทีเรียชนิด Helicobacter pyroli  หากสามารถกำจัดเชื้อนี้ได้ ก็จะลดโอกาสเกิดเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้มาก  เป็นที่รู้กันแล้วว่า น้ำมันมะพร้าว สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ และชนิดอื่น ๆ ได้ จึงเท่ากับเป็นการป้องกันไม่ให้เกิด  โรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้
 

- ฆ่าเชื้อโรคที่สร้างสารก่อมะเร็ง:

 

 นอกจากจะเป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อรวมทั้งโรคมะเร็งด้วยแล้ว เชื้อจุลินทรีย์หลายประเภท อันได้แก่แบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ และโปรโตซัว บางครั้ง ก็สร้างสารพิษที่เป็นสารก่อมะเร็ง เชื้อโรคเหล่านี้ต่างก็ถูกทำลายโดยน้ำมันมะพร้าว ซึ่งก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยให้น้ำมันมะพร้าวสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้  ตัวอย่างของสารพิษที่สร้างโดยเชื้อโรคที่เป็นสารก่อมะเร็ง คือสารแอฟลาทอกซิน (afla toxin) ซึ่งสร้างโดยเชื้อรา Aspergillus flava ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งตับ  เชื้อรานี้ ก็ถูกฆ่าโดยน้ำมันมะพร้าว
 

4.  ชะงักการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง 

 

นอกจากบทบาททั้ง 3 ข้อที่กล่าวมาแล้ว นักวิจัยบางคนได้เสนอสมมุติฐาน ว่า น้ำมันมะพร้าว ยังมีบทบาทในการป้องกันโรคมะเร็ง โดยการไปขัดขวางการเจริญ เติบโตของเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย ทั้งนี้โดยผ่านกรรมวิธีดังต่อไปนี้: 
-  เปลี่ยนแปลงการทำงานของโปรตีนเซลล์มะเร็ง:   มีการศึกษาพบว่า น้ำมันมะพร้าว มีอิทธิพลต่อองค์ประกอบของกรดไขมันของเซลล์มะเร็ง เช่นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับการทำงานของโปรตีนบางตัวของเซลล์มะเร็ง ซึ่งไปมีผลต่อการชะงักการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด (Anon. 2006)

 

-  กระตุ้นการทำงานของต่อมธัยรอยด์:

 

  จากการที่น้ำมันมะพร้าวสามารถกระตุ้นให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานได้ดีขึ้น ทำให้มีการเผาผลาญให้อาหารเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน หรือ metabolism ในอัตราที่เร็วขึ้น ซึ่งนักวิจัยบางคนเชื่อว่าไปมีส่วนในการชะงักการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง  คุณสมบัติในการลดคอเลส-เตอรอลของน้ำมันมะพร้าว เป็นผลโดยตรงของความสามารถในการกระตุ้นให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานได้ดีขึ้น

     ทั้งนี้เพราะคอเลสเตอรอล โดยเฉพาะ LDL เปลี่ยนไปเป็นสารสเตอรอยด์ ที่ทำหน้าที่เป็นฮอร์โมนเพศ ได้แก่ เปรกนีโนโลน (pregnenolone) โปรเจสเตอรอล (progesterone) และดีไฮโดรเอบปิแอนโดร- สเตอรอล (dehydroepiandrosteroneDHEA) สารเหล่านี้เองที่ไปช่วยป้องกัน ชราภาพอย่างรวดเร็วแบบที่เกิดในวัยทอง คงระดับการเผาผลาญอาหาร ทำให้ไม่อ้วนง่าย และชลอโรคทั้งหลายที่ก่อให้เกิดความเสื่อมของสุขภาพ รวมทั้งโรคมะเร็งหลายชนิด (Lee 2001)
 

 ขอสรุปบทบาทของน้ำมันมะพร้าว ในการป้องกันโรคมะเร็งจากประจักษ์พยานที่ได้กล่าวไปแล้วไว้ดังนี้ :

 

                น้ำมันมะพร้าว:

 

-    ทำหน้าที่เป็นแอนตีออกซิแดนต์ (antioxidant) ที่คอยปกป้องเซลล์จากการทำลายต่าง ๆ รวมทั้งการก่อมะเร็งของอนุมูลอิสสระ

-   เพิ่มพูนระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งทำหน้าที่ต่อต้านเซลล์มะเร็ง 

-   ป้องกันการเกิดการเจริญเติบโตที่ควบคุมไม่ได้ของเซลล์มะเร็ง 

-   ป้องกันเซลล์จากผลของสารก่อมะเร็งที่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์

 

 

        เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวไม่ได้ก่อให้เกิดผลร้ายแต่อย่างใดต่อร่างกาย จึงใช้ได้ ทั้งการบริโภคเข้าไปภายใน และการใช้ภายนอก เพื่อการป้องกันการเกิดมะเร็ง นอกจากนั้น เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวเป็นแหล่งของอาหารที่ร่างกายนำไปใช้เพื่อการเจริญเติบโตผ่านกระบวนการเมตาบอลิสซึม ดังนั้น น้ำมันมะพร้าวที่บริโภคเข้าไปในร่างกาย จะไปช่วยเพิ่มอัตราเมตาบอลิสซึม ทำให้ร่างกายเพิ่มกลไกธรรมชาติในการล้างพิษ (detoxification) การซ่อมแซมส่วนสึกหรอ และการเจริญเติบโต  แม้กระทั่งระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ก็ถูกกระตุ้นให้เพิ่มระดับการทำงาน ร่างกายจึงมีภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นเพื่อป้องกันโรคมะเร็ง
 

ขอบคุณข้อมูล : น้ำมันมะพร้าว มีบทบาทป้องกันโรคมะเร็ง จาก ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา ประธานชมรมอนุรักษ์ และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย  

ด้วยความปรารถนาดี     กานดา  แสนมณี