ดื่มกาแฟได้อัลคาลอยด์

อัลคาลอยด์ กับ กาแฟ เพื่อสุขภาพ

 

 

 

 

 

        อัลคาลอยด์ก็ คือ ตัวอนุพันธ์ของไขมันที่จะเปลี่ยนรูปไปเป็นฮอร์โมนที่จะไปดูแลน้ำเมือกในร่างกาย หรือเป็นตังลดแรงเสียดดื่มของกระแสโลหิต ซึ่งจะไปทำให้ปลายสมองไม่แห้ง อัลคาลอยด์จะเปลี่ยนรูปเป็นน้ำหล่อเลี้ยงไปหุ้มปลายประสาทให้แข็งแรง
 
          กาแฟเกี่ยวข้องอย่างไร?  กาแฟเป็นตัวเร่งให้อัลคาลอยด์เปลี่ยนรูปไปเป็นน้ำเมือกได้เร็วขึ้นระบบประสาทก็จะรู้สึกชุ่มชื่น เพราะเมื่อดื่มเข้าไปเราก็จะรู้สึกสบาย หัวใจจะไม่เต้นแรง
 
 
 
 
         กาแฟไม่เหมาะกับใครบ้าง
 
     คนที่เป็นโรคไตและหืดหอบ เพราะ คาเฟอีนและอัลคาลอยด์ มีนจะไปกระตุ้นต่อมหมวกไตซึ่งอ่อนแอจะทำให้เนื้อเยื่อฉีกขาด มันจะมีอาการเหมือนหน้ามืดและเจ็บหน้าอก
 
         แต่สำหรับในคนปกติ ถ้าทานอาหารและน้ำผักได้สัดส่วนเราสามารถดื่มได้หลังอาหาร เพราะจะไปทำให้การหมุนเวียนโลหิตเร็วขึ้น ในขณะเดียวกันถ้ากาแฟนั้นมีอัลคาลอยด์ การจะกำจัดของเสียในเซลล์สมองทิ้งจะทำได้เร็วขึ้นและเซลล์สมองก็จะแข็งแรงขึ้น
 
 
 
 
 
       พวกผู้ป่วยไขมันในเลือดสูง จริงๆดื่มได้ แต่ต้องดื่มหลังดื่มน้ำผักปั่นเพราะในกลุ่มไขมันในเลือดสูง หลอดเลือดจะมีไขมันหุ้มอยู่ พอดื่มกาแฟจะไปกระตุ้นให้หลอดเลือดบีบตัวแรง เมื่อมีไขมัน อยู่ก็จะบีบตัวแรงไม่ได้ หัวใจก็จะโตทำให้อึดอัด
 
       ซึ่งกาแฟที่ผลิตโดยทั่วไปนั้นจะต้องผ่านขบวนการ ทำให้แห้งด้วยความร้อนสูง ที่นี้กลุ่มที่ต้องใช้ความร้อนสูงในการทำเกล็ด หรือคั่ว อัลคาลอยด์จะหมดไปเลยไม่เหลือ เพราะ อัลคาลอยด์เป็นอนุพันธ์ไขมันเป็นความชื้น(Moisture) สูญสลายในความร้อนหมด เมื่อเราดื่มกาแฟพวกนี้ก็จะไปเร่งหัวใจให้เต้นอย่างเดียวแต่ไม่มีตัวประสานดังกล่าว
 
 
 
 

  เคล็ดลับ การชงกาแฟสด เพื่อเป็นอาหารสุขภาพ

 

1. กาแฟสดที่มีอัลคาลอยด์ และคาเฟอีน

 

    ต้องเป็นกาแฟที่มีการปลูกใต้ต้นไม้ผลและไม่ใช้สารเดมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช รวมถึงไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมีใดๆ กาแฟจะดูดซับสารฮอร์โมนธรรมชาติ จากหญ้าและรากไม้ผล

 

2. ส่วนผสมของกาแฟ

 

      2.1  กาแฟไม่มีน้ำตาลหรือนมจะมีคุณสมบัติเป็นด่างที่มีไวตามินซี แคลเซียม แมกนีเซียม ซิลเนียม
 
     2.2  กาแฟที่ผสมกับน้ำตาลธรรมชาติจะมีไวตามินบีรวมและแคลเซียม
 
     2.3 กาแฟผสมกับน้ำตาลและนมจะได้พลังงานและแลเซียมเพิ่มขึ้น
 

3. วิธีชง 

 
      ต้องใส่น้ำตาลและนมในแก้ว ก่อนชงแล้วจึงเทน้ำกาแฟที่ชงแล้ว ด้วยเครื่องหรือถุงผ้าที่มีน้ำร้อนผ่าน จะทำให้เกิดน้ำมันหอมะเหย แต่ถ้าชงโดยไม่ใส่น้ำตาล และนมก่อน อัลคาลอยด์จะเปลี่ยนรูปไปเป็นกรด และ GUM (ยาง) ซึ่งจะทำให้เลือดข้นขึ้นเคลื่อนตัวช้าลง และเกิดความดันโลหิตสูงซึ่งจะเป็นโทษกับร่างกาย
 
 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือเล่าสู่กันฟัง แพทย์ทางเลือกเล่ม 2

 โดย ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์ 

 

ด้วยความปรารถนาดี  กานดา แสนมณี