กิจกรรมค่ายจิตอาสา : ค่ายรวมพลคนต่างวัย ค่ายไร้กรอบ แต่ไม่ไร้ใจ GotoKnow จัดให้ผู้ใหญ่ใจดีสนับสนุน  ครั้งที่ ๖  ยังไม่สามารถจะเรียบเรื่องเป็นเรื่องเป็นราวได้  ขอนำภาพมาให้ชมก่อนนะคะ

 

      

          ชายหญิงสามคนได้นัดแนะกันผ่านบล็อก  เดินทางไปรวมตัวกันที่ภูเก็ต  ก่อนอันดับแรก  แวะซื้อรางวัล  ขนมสำหรับแจกเด็ก   และอุปกรณ์การจัดค่ายที่ห้าง Open Air กลางเมืองภูเก็ต 

 

       ลุงวอของเด็ก ๆ บอกว่า มีเพื่อนมาจาก ๓ จังหวัดภาคใต้มาร่วมกิจกรรมนี้ด้วย   เอาเข้าจริง ๆ มีแค่ ๒ จังหวัดคือยะลาและปัตตานี  ไม่มีปัญญาไปชักชวนนราธิวาสมาร่วมด้วยเลย

 

      

           คุณระจากรามัน  ยะลา  คุณนิและคุณนาจากกะพ้อ  ปัตตานี และกลุ่มเยาวชนกะพ้ออีก ๖ คน  รออยู่ที่ร้านอาหารอิสลามที่ปั้มน้ำมันในตัวเมืองพังงา  และขับรถตามกันไปจนถึงท่าเรือ  เพื่อจะข้ามไปเกาะหมากน้อย

 

         

           กลุ่มของคุณระ ไม่อยากลงเรือเพราะเห็นเรือเล็กและกลัวมาก  ลุงวอให้ความมั่นใจว่า "ปลอดภัยอย่างเชื่อถือได้"  ทำให้ทุกคนยอมลงเรือ  รีบคว้าเสื้อชูชีพมาสวมใส่ตั้งแต่ลงเรือได้

 

      

           เรือลำนี้เขียนข้างเรือว่า ๑๐ คน  แต่พวกเราเกินตั้ง ๔  เป็นกลุ่มนักสู้  ๑๓  และ ผู้อำนวยการโรงเรียนอีก ๑  ดูเหมือนทะเลไม่มีคลื่นมากนัก    คิดว่าเพราะเป็นปากอ่าว  ไม่เหมือนท้องทะเลจริง ๆ

 

      

          เกาะหมากน้อย  มองจากชายฝั่งเห็นลิบ ๆ เหมือนไม่ไกล  แต่ไปจริง ๆนานถึง ๔๐ นาที  ขึ้นฝั่งเวลา ๖ โมงเย็นกว่า ๆ แล้วและเจอฝนตกด้วย  มีแท็กซี่ไร้ป้ายมาจอดรอรับพวกเรา  ทั้งคน ทั้งสัมภาระ  คนขับมั่นใจในการขับขี่มาก  ทำให้ผู้โดยสารตื่นเต้นได้ดี  สังเกตว่าเบาะไม่มีด้วย  ตากแดดตากฝนอย่างไม่ห่วงใย  จุดแรกแวะที่บ้านภารโรง

 

        

         ยังไม่มีจุดหมายปลายทางว่าจะไปพักค้างที่ไหน   ส่วนสัมภาระถูกลำเลียงไปไว้ที่โรงเรียนแล้ว  พวกเราจึงตามไปที่โรงเรียน  ช่วยกันเก็บของฝากไว้ในห้องเรียน  และฝนตกหนักมากขึ้น  ไม่มีไฟฟ้า  และมืดลงถนัด  ฝนคงใจดีหลั่งลงมาเป็นน้ำใจให้พวกเรายามยากนี้  ถ้าหากแมลงเล็กน้อยพูดได้ก็คง "ทักทายพวกเราด้วยความเห็นใจ"  .....  ทักทายแทนคนไง

 

         

          ครูท่านหนึ่งมาบอกว่า "จะให้ไปค้างที่บ้านพักครูเพราะว่างอยู่ ๑ หลัง  ขอเวลาต่อไฟฟ้าให้ก่อน"  พวกเราจึงไปแออัดกันที่บ้านพักครู  หากจะนอนตัวติดกันได้ทุกคนก็ไม่มีปัญหา  หญิง ๔  ชาย ๙  กลุ่มปัตตานีมีเสื้อคอโปโลสีดำมาฝากด้วย

 

      

      

           นั่งรอความหวัง... แต่ละคนตัดสินใจเดินสุ่มตากฝนไปที่บ้านภารโรง  มีเศษอะไรก็หามากันฝนไว้ก่อน  เดินผ่านความมืดแบบล้มลุกคลุกคลาน  ผู้ชายคงไม่มีปัญหา  ส่วนผู้หญิงต้องลากจูงมือกัน  ระหว่างทางเป็นหลุมเป็นบ่อ มืดจนมองอะไรไม่เห็น ถ้าหากมีงูหรือสัตว์มีพิษพวกเราคนใดคนหนึ่งคงได้รับบาดเจ็บไปตาม ๆกัน จนถึงบ้านภารโรง  ประมาณ ๓ ทุ่มจึงได้ทานอาหารมื้อเย็น 

 

        หลังอาหารพวกเราได้นั่งล้อมวงทำความรู้จักกัน  แต่ละคนแนะนำตนเอง  และเล่าเรื่องความเป็นมาของการจัดค่าย ฯ ให้กลุ่มยะลาและปัตตานีทราบ  แยกย้ายกันนอน..เอาแรงต่อสู้ในวันต่อไป  และวันท้าย ๆ เราก็คุยกันว่า  "..."