อย่าลืมส่ง จดหมายทางการพร้อมต้นฉบับถึงบรรณาธิการถือว่าเป็นเรื่องจริงจังและสำคัญที่สุด.

 

บันทึกนี้ได้ปัดฝุ่นข้อเขียนที่ได้รับฟังมาจากท่านผู้รู้แล้วร่างเป็นกระดูกงูไว้หลายปีมาแล้วชื่อ...เปิดประตูสู่งานเขียนทางวิชาการ...เอาไว้สอนตนเอง..ดังนี้

        งานวิชาการทุกชิ้นต้องปรากฏเป็นสิ่งพิมพ์ ( publications )  งานเอกสาร ( paper  work ) นิพนธ์ต้นฉบับ ( manuscript )

        ข้อเขียนทางวิชาการ   

1 . ต้องเป็นข้อมูลหรือความรู้ใหม่ ( new )

2 . ต้องเป็นความจริง  ( true )

3 . ต้องมีความสำคัญ  ( important )

4 . ต้องเข้าใจได้ง่าย  ( comprehensible )

เพราะผู้อ่านไม่มีเวลามากนัก  จึงต้องเขียนสั้น  กระชับ

        เตรียมการเขียนเพื่อให้ได้มาตรฐาน  เพราะการเขียนคืออำนาจ  ( Writing  is  Power )  การเขียนต้องใช้พลัง

( Writing  needs  Power ) มี 5 ข้อคือ

1 . Planning วางแผนการเขียน

2 . Outlining ทำ/เขียนโครงร่าง

3 . Writing  เขียน

4 . Evaluation  and  Editing  ประเมิน/ตรวจ/แก้ไข

5 . Re-Writing  เขียนใหม่

การเริ่มเขียนต้องตั้งคำถามตนเองว่า..

1 . จะบอกผู้อ่านให้รู้เกี่ยวกับอะไร..?

2 . เขียนเรื่องนี้ทำไม  สำคัญยังไง มีคุณค่าเพียงใด..?

3 . เขียนให้ใครอ่าน  คนอ่านอยู่ในสายอาชีพใดส่วนมาก

4 . ใครคือ author / co-autors / ใครคือผู้ควรขอบคุณ

5 . งานนี้มีลักษณะ/รูปแบบ/ส่วนประกอบ/หัวข้อสำคัญอย่างไร

6 . มีข้อมูลจากการอ่านอะไรบ้าง

1)                      เหตุผลและความสำคัญรวมทั้งที่มาของเรื่อง

2)                      วัตถุประสงค์ของการเขียน

3)                      กรณีรายงานมีรายละเอียดหรือไม่

4)                      มีข้อมูลตรงตามสาระหรือไม่

5)                      ผลจากการวิเคราะห์เป็นผลสุกทั้งปริมาณและคุณภาพ  เช่น  กราฟ  ตาราง  พร้อมแล้วหรือไม่

6)                      มีเอกสารครบถ้วนทันสมัยหรือไม่

7)                      มีแผนการเขียนยังไงใครอ่านให้

ข้อเขียนทางวิชาการต้องมีมาตรฐาน 

1 . ถูกต้อง  เชื่อถือทางวิชาการได้

2 . เขียนตรงประเด็น  ตามขั้นตอน  ลำดับเหตุการณ์  จากเหตุไปหาผล  ให้สอดคล้องกัน

3 . ใช้ภาษาเขียนมีประโยคสมบูรณ์คำสะกดถูกต้อง

4 . ควรมีส่วนประกอบ  ตาราง  กราฟ  แผนภูมิ

5 . เครื่องหมาย  วรรคตอน  ถูกต้อง  เหมาะสม

สไตล์การเขียน / รูปแบบการเขียน

1 . เขียนเป็นประโยคสมบูรณ์ / สั้น ( s+v+p )

2 . ควรมีคำเชื่อม  ( ที่ , ซึ่ง , อัน ) ต่อกันสนิท

3 . เขียนแบบธรรมชาติ อธิบายเหตุผล  มีคำเทคนิคต้องอธิบายคำให้แจ้งชัด

4 . เขียนเลี่ยงคำซ้ำ ๆ ซ้อน ๆ

5 . เขียนตรงประเด็น  ฟันธง  ไม่ต้องอธิบายถึงประวัติ

6 . จะมีคำย่อต้องเขียนคำเต็มก่อนแล้ววงเล็บใช้คำย่อต่อไปได้

7 . อ้างอิงสาระใช้ตัวเลขในวงเล็บ (1) , (2)...

8 . สไตล์การเขียนทางวิชาการ ( Technical Writing ) ให้เป็นแบบร้อยแก้ว ( Prose  Style )

1)                      มืออาชีพ  ( Professional  Writing )

2)                      ผู้เขียนวิทยานิพนธ์ ( Thesis ) Academic  Writing เป็นการเขียนเพื่อการศึกษา

3)                      การเขียนสั้น  ข้อความต่อเนื่องเป็นเรื่องเดียวกัน  เขียนเป็นความเรียงและรอยแก้ว

การแก้ไขและอุปสรรคการเขียน

1 . บังคับใจตนเองให้เขียนช่วงนั้นอย่างต่อเนื่อง 30 นาที

2 . เขียนตามแผนโครงร่างเอาไว้

3 . เขียนฉบับร่าง  แก้ไข 2, 3 , 4 แล้วทิ้งช่วง 3 หรือ 4 วันมาอ่านแก้ไขต่อ

4 . เขียนข้อที่ตนเองรู้ดีที่สุด  บทนำเอาไว้ท้ายสุดของการเขียน

5 . ให้หัวหน้าเขียนร่าง 1 ต่อให้อ่านแก้ไขอีกคน 1

6 . ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญ อ่าน , วิจารณ์

การเตรียมนิพนธ์ต้นฉบับเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่

1 . เลือกวารสารเป้าหมาย ( Target Journal )

ก.  วารสารวิชาการบอกรับจ่ายเงิน ( Subscription  Journals )

ข.  การโฆษณา ( Commercial Journals  )

2 . การเลือก ก. ช่วยให้เราทราบผลการเผยแพร่กระจายของวารสารนั้น

3 . ช่วยให้เรารู้กรอบเรื่องที่จะตีพิมพ์

4 . ช่วยตรวจสอบขอบเขต  เป้าหมาย ของวารสารเล่มนั้น

5 . ทำให้เรารู้รูปแบบวิธีการเตรียมต้นฉบับ

6 . ทราบค่าใช้จ่าย ค่าพิมพ์ ทุกขั้นตอน

7 . การเรียมต้นฉบับพร้อมการจัดส่งไปตีพิมพ์

แง่คิด...อย่าลืมส่ง จดหมายทางการพร้อมต้นฉบับถึงบรรณาธิการถือว่าเป็นเรื่องจริงจังและสำคัญที่สุด.